เมตตากับประชานิยมต่างกันอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
เมตตากับประชานิยมต่างกันอย่างไร 2. "ความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ต่อคนอื่น" กับ "ประชานิยม"มีจุดแบ่งเขต ของการกระทำที่แตกต่างกัน ตรงไหน? อย่างไรคะ? พ่อครูว่า…ต้องดูองค์รวมแห่งการปฏิบัติ คนที่ปฏิบัติเพื่อแสดงออกในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่น ผู้ที่มีปฏิภาณไหวพริบก็จะดูออกว่ามันต่างจากเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แต่มีนัยยะหาเสียง ให้เขามานับถือให้เขามาเลือกตัวเอง ให้เราได้แต้ม เพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทนจากการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นี้ มันก็ต้องดูพฤติกรรม ผู้ที่จะรู้ต้องมีภูมิปัญญาไหวพริบรู้ว่าพฤติกรรมแบบนี้คนนี้ทำแล้วมันมีลักษณะที่สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล พฤติกรรมมันก็บอกว่ามันเป็นเชิงสะอาดหรือหาเสียงหาคะแนนให้ตัวเอง คนที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ถ้าผู้ที่มีไหวพริบดีมันก็ดูไม่ยากหรอก ถามอาตมาว่าจะแบ่งเขตอย่างไร ก็ตอบไม่ได้ แตกต่างกันตรงไหน ขีดเส้น สู่แดนธรรม...ต้องไม่มีบูมเมอแรง พ่อครูว่า..นั่นแหละแต่จะขีดเส้นตรงไหนต้องใช้ไหวพริบ การให้ผู้อื่นเผื่อแผ่ช่วยผู้อื่นสูงสุดที่เรียกว่าให้ แจกจ่ายเพื่อแพร่เพื่อกูลผู้อื่นให้ผู้อื่น พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่าต้องไม่มีอาการของจิตที่เป็นประธานที่เป็น สาเปกโข ที่จะหวังอะไรตอบแทน ก็ต้องมาปฏิบัติฝึกฝนตัวเองจริงๆ ตัวหยาบ ก็อ่านได้ทางกายวาจา อ่านยาก ต้องศึกษาฝึกฝน เพราะฉะนั้นอ่านใจตนได้ ใครทำได้ก็พยายามอ่าน ต้องอ่านอาการใจว่ายังมีความต้องการมาเพื่อตัวกูของกูหรือไม่คุณจะทำอะไรก็แล้วแต่ จะทำงานรับใช้ อะไรก็ตาม จะให้วัตถุจะทำงานรับใช้จะช่วยเหลือเขาอะไรก็แล้วแต่ เสร็จแล้วคนก็ต้องดูใจคุณว่ามีสิ่งที่ยังจะต้องระลึกว่านี่เป็นบุญคุณต้องตอบแทนนะ จะเป็นการช่วยเหลือทางกรรมกิริยาก็ตาม ยิ่งอาตมาว่าอาตมามาให้ความรู้สิ่งประเสริฐโลกุตรธรรมมาแจกธรรมะโลกุ
อ่านต่อ
ตระ โอ้โหสูงนะ แพงนะ จะต้องได้สิ่งตอบแทน สมกัน อาตมาก็ได้นะ จากผู้รู้ผู้เข้าใจ ผู้ที่เขาไม่รู้ มองสิ่งที่อาตมาแจก อาตมาแพร่ เปิดเผย อาตมาบริจาคให้ผู้อื่นแสดงออก เขาเองโอ้โห มันไปกระทบสิ่งที่เขายึดถือว่าอันโน้นมันคือของแท้ของจริง อย่างนี้มันมาหักล้างของเขา ทำให้เขาเสียหาย เขาก็แค้นก็โกรธไม่ชอบใจ แรกๆเป็นอย่างนั้น แต่ทุกวันนี้เขาก็รู้สึกจะจำนนลงเรื่อยๆก็ค่อยยังชั่ว มันก็เป็นสัจจะ ตกลงตอบไม่ได้ว่าจะตัดเกรดตรงไหน
_1614 จากคำคม ที่ว่า "น้ำใสเกินไป ย่อมไร้ ปลา คนจน เกินไปย่อมไร้ มิตร "ขอถาม จนแค่ไหน ถึง ใช้คำ ว่า "เกินไป" พ่อครูว่า…อย่างในหลวงร.9 ที่ตรัสแบบคนจน ไม่ใช่คนธรรมดา โดยเฉพาะในยุคทุนนิยมที่แข่งกันรวยเละนี้มันไม่ใช่ภาษาธรรมดา เพราะฉะนั้นคำว่าคนจนนี้ศึกษาให้ดีเถิด แล้วเราก็จนได้สำเร็จ แล้วทุกวันนี้ จนได้สำเร็จอย่างไร คือเราเป็นคนที่ไม่ไปไล่แย่งชิงแล้วไม่สะสม อปจยะ มีวรรณะ 9 คืออยู่กันอย่างพอเพียง น้อยๆไม่มากมายอะไร แต่ละคนไม่สะสมเพิ่มขึ้น คนพวกนี้ ชาวอโศกจะไม่เป็นตัวอย่างแก่สังคม นี่คือเราช่วยเศรษฐกิจแก่สังคมแล้วเรามีเขตของความพอ ก็มีแค่นี้ก็พอแล้วเราไม่ไปรวย จะรวยเป็นพันหมื่นแสนล้าน พวกเราเลิกคิดแล้ว ที่จะไปแย่งชิง ชาตินี้จะต้องไปมีเงินล้าน บางคนก็อย่าว่าแต่เงินล้านเลยเงินแสนก็ไม่เอาไม่ไปสะสมแล้วบางคนพวกเราแค่ 10,000 ก็ไม่เอาแล้ว วงเงินแค่พันก็พอแล้ว เงินหมื่นสำหรับพวกเราเยอะนะ แต่เงินร้อยเงินพันก็ไม่เท่าไหร่ มีเขต คนพวกนี้คือคนที่มีคุณธรรมมีสิ่งประเสริฐอยู่ในสังคม ไม่ใช่เป็นตัวภาระทางเศรษฐกิจ ให้ผู้บริหารเขาช่วยเหลือ เป็นภาระ อย่างพวกเรานี้รัฐบาลจะมาแจกเงินคนละ 5,000 พวกเราก็ไม่แยแส เรามีสิทธิ์นะที่จะรับเพราะเราเป็นคนจนจริงด้วย แต่เราก็ไม่เอา ไปดูบัญชีเงินฝากพวกเราได้เลย พวกเราไม่ไปแย่งเขาไม่ใช่สิทธินี้ให้รัฐบาลทำงานได้สะดวก ที่พูดมานี้ เท่ากับอาตมาได้ช่วยสังคมประเทศชาติช่วยบริหารประเทศทำให้ไม่เกิดการแย่งชิงกัน ลำบาก เป็นการช่วยเศรษฐกิจช่วยรัฐบาล อาตมาได้มาทำให้พวกคุณไม่ต้องไปหลงลาภยศสรรเสริญไม่ต้องไปแย่งชิงอย่างที่เราเขาทำ เป็นสิ่งที่จะช่วยมนุษยชาติไม่ว่าในยุคไหนไม่ว่าศาสนาไหนก็อย่างนี้ แต่เขาไม่รู้ทฤษฎีเช่นนี้ แต่เขาจะทำมาหาแบบนี้ ที่พูดนี้ชัดตรงไม่ลดเลี้ยว ตรงชัด