กายของสาธารณโภคีที่มีผลจริง.docx
เนื้อหาในไฟล์
กายของสาธารณโภคีที่มีผลจริง _พ่อครูว่า... เข้าสู่เรื่องเลย ยืนยันไปตั้งแต่ความเป็น กาย กายคือ ภาวะ 2 ซึ่งมีไวพจน์ว่า เทวฺ แปลว่า 2 กาย นอกจากจะแปลว่ามีความเป็น 2 แล้ว อย่างมีนัยยะมากอธิบายได้ไปอีก เป็นกายนอกกายใน เป็นกายอย่างนั้นอย่างนี้ กายแปลว่า องค์รวมของ 2 องค์ประชุมของกิเลส องค์ประชุมของอุตตริมนุสสธรรม องค์ประชุมของอะไรอีกสารพัด ขยายความไปได้อีกมากมาย เพราะฉะนั้นความวิจิตรพิสดารของคำว่า กาย จึงเยอะมาก ผู้ที่จะเข้าใจคำว่า กาย ได้สัมมาทิฏฐิ บัญญัติของพระพุทธเจ้าจึงให้รู้ กาย ที่สัมมาทิฏฐิให้ได้เป็นข้อต้นของการจัดศึกษาธรรมะที่เป็นอารยธรรมของพระพุทธเจ้าคือ สักกายทิฏฐิ ถ้ารู้ความเป็นกายแล้วอ่านสภาวะจริงในตนคือสักกะ แยกออกได้ว่า สอง นอกในอย่างนี้ ผู้ที่นั่งหลับตามันมีแต่ภายใน มันไม่มีภายนอก ถ้าเข้าใจภายนอกหมายถึงตา หู จมูก ลิ้นกายเป็น โผฏฐัพพะ ภายนอก พาไปหลงนั่งหลับตาก็ไม่มีภายนอกมีแต่ภายในจิต ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านก็แยกแบ่งให้เรียกเป็นว่า จิตในจิตเป็นจิตไม่มีที่ตั้ง ไม่มีฐานไม่มีฐีติ ภาษาบาลีว่า ฐีติ มันก็ไม่ใช่วิญญาณที่จะรู้ร่วมกันทั้งโลกคือธาตุรู้ที่เป็นภาษากลางๆ วิญญาณคือธาตุรู้ ศาสนาเทวนิยมก็เรียกว่าวิญญาณ บาลีก็มีคำว่าวิญญาณไทยก็ใช้คำนี้เหมือนกัน เทวนิยมก็เรียกวิญญาณ พระเจ้าก็คือพระวิญญาณคือธาตุรู้ แล้วธาตุรู้ของพระเจ้านั้นมันลึกลับ ไม่มีอธิบายรายละเอียดมีแต่พระเจ้าประกาศเอาไว้ ของศาสนาเทวนิยมศาสดา ปกาศก คือผู้นำคำของพระเจ้ามาประกาศ ในโลกนี้จะมีเยอะแยะแยกศาสนาเทวนิยม แต่ทางพุทธนี้ยุคไหนก็ยุคนั้นจะมีหนึ่งเดียวเท่านั้น ต่างไปนั้นมันไม่ใช่ ต่างไปก็หลงว่าใช่เท่านั้นเอง เป็นศาสดาไม่ได้ ศาสดาไม่ได้หมายถึงพระเจ้า ไม่ได้หมายถึงหัวหน้าศาสนาหรือหัวหน้าผู้นำแต่ละยุ
อ่านต่อ
คๆ เป็นไก่ตัวพี่ ในแต่ละยุคๆ เป็นผู้รู้อยู่รู้เองรู้ผู้เดียวรู้โดยที่ไม่มีครูบาอาจารย์ไม่มีใครบอกใครสอน มาจากแต่ก่อนเลยเป็น สยังอภิญญา แล้วก็มาประกาศว่านี่เป็นของตน สยังอภิญญา รู้เอง เองอันนี้ก็ไม่ได้อวดดีว่า ไม่ได้มาจากพระพุทธเจ้าแต่ก็ได้มาจากผู้ที่เป็น สยัมภู ได้มาเป็น อภิภู ได้มาเป็น สยังอภิญญา ก็ค่อยๆ อธิบายขยายความไปตามหลักฐานที่มีในพระไตรปิฎก ก็จะค่อยๆได้รู้ โดยเฉพาะพวกคุณแต่ละคนมาปฏิบัติจนเกิดมรรคผล เกิดจิตบรรลุจริง ได้มรรคได้ผลจริง ต่างจากโลกียะมาเป็นโลกุตระ เริ่มต้นรู้ กาย ภาวะ สอง แม้จะรู้ภาษาไม่ค่อยดีแต่สภาวะจริงคุณมีมาได้เรื่อยๆ แล้วจนกระทั่ง เอาตัวเองมาลง จนลงตัว สำนวนท่านเพาะพุทธ ก็อยู่อย่างนี้จนรวมเป็นหมู่กลุ่มชุมชน มีพฤติกรรมหนึ่งเดียว เอกีภาวะ รวมกันอยู่อย่างสอดคล้องสามัคคียะ ไม่ขัดแย้งไม่ทะเลาะวิวาทไม่มี วิวาทะ อวิวาทะ แล้วก็อยู่อย่างพิสูจน์ยืนยันว่ามี สังคหะ มีคุรุกรณะ มีสาราณียะ จริง รวมกันอยู่ ระลึกถึงกัน สาราณียะ ปิยกรณะ รักกัน รักกันอย่างญาติธรรม รักกันอย่าง มีความรักมิติที่ 7 -8 -9 ขึ้นไป ไม่ใช่มีมิติต่ำๆ แต่ยังมีเชื้ออยู่บางคนยังติดในระดับ พัวพันกันอยู่กับญาติบ้างอยู่กับสังคมบ้างก็มีอยู่ตามลำดับความรัก 10 มิติ อาตมาก็อธิบายไว้หมด ซึ่งยืนยันพิสูจน์ความจริงเหล่านี้ได้ ฉะนั้นพวกเราเข้าถึงยอด ยอดสาธารณโภคี ยอดเสียภาษี100% คนเขาฟังแล้วก็บอกว่ามันพูดไปอวดดิบอวดดีมันจะเป็นจริงเหรอ มันเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ คือทำงานแล้วก็เอาเข้าส่วนกลาง เราก็มีสิทธิ์ที่จะเบิกแบ่งกินแบ่งใช้ ขอเบิกเอาไปใช้ส่วนนั้นส่วนนี้ ถ้ากรรมการเขามพิจารณาแล้วว่าเป็นการสุรุ่ยสุร่ายเกินเขาก็ไม่ให้ เขาให้เราก็ให้ ไม่มีปัญหาเชื่อมั่นในกรรมการ ให้ก็ใช้ไม่ให้ก็ไม่ใช้เท่าที่อยู่ได้ไป ถ้าไม่ให้ แล้วเราก็ไม่พอใจ เราก็ออกไป ถ้ายังบอกว่าไม่ให้ เราก็ยังพอใจจะอยู่อย่างไรก็อยู่ที่นี่แหละดีที่สุดแล้วคุณก็ไม่ไป บางทีมันแย่ยิ่งกว่า จนกระทั่งหมู่เขาไม่อยากให้อยู่ อยากให้ไป ไม่ไป ตกลงเขาไล่ ก็ไม่ไป ต้องเอาตำรวจมาเชิญออก แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดนั้นนะ พวกเรายังไม่เคยถึงขั้นต้องให้เชิญตำรวจมาไล่ออก ซึ่งมันเป็นสัจจะจากจิตวิญญาณของแต่ละคนพวกเรานี้ มันมีภูมิธรรมที่มีความจริง มาเป็นสามัคคียะ มารวมกันด้วยสัจจะเป็นหมู่กลุ่มสามัคคีอย่างเป็นสัจจะ มันจึงอยู่กันอย่างสงบอบอุ่นเรียบร้อย แล้วความจริงอันนี้อาตมามั่นใจ เป็น นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลักำเริบ) เป็นสัจจะที่จะยั่งยืนถาวร เศรษฐกิจอย่างนี้ รัฐกิจอย่างนี้ สังคมกิจอย่างนี้ ก็เรื่องของสังคมอย่างพวกเราเป็น มีวิธีบริหารกันเรียกว่า รัฐกิจ อยู่กันอย่างนี้ อยู่สบาย ไม่ต้องทะเลาะกันแย่งกัน ไม่เหมือนมนุษย์บางกลุ่มอยู่กันในคณะกรรมการ อยู่ในสภาก็ทะเลาะกันตีกันวางแผนล่มสภากัน พวกเราไม่เป็นอย่างนั้น อยู่กันอย่างสงบเรียบร้อย ซึ่งรัฐสภาหรือคณะบริหารประเทศควรจะเหล่ตามาดูบ้าง จริง..ไม่ใช่คณะใหญ่หรอก แต่คณะนี้มีเนื้อหลักการหลักเกณฑ์ตามพระพุทธเจ้าสอนมานะ ถ้าเห็นดีเห็นงามช่วยขยายผล ว่าคนกลุ่มนี้ ประกาศกันอย่างไร อธิบายกันอย่างไร เนื้อหาสาระสัจจะมันเป็นอย่างไรแท้ๆ เข้ามาถึงจุดนี้แล้วนำไปเผยแพร่ต่อ คุณเองแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองระดับนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้ากรมเจ้ากองตามหน้าที่ฐานะทั้งหลายแหล่ มาศึกษาสัจจะอันนี้สิ เป็นคนไทยเมืองไทยเกิดกลุ่มหมู่ในประเทศไทยมีชุมชนมีวัฒนธรรมมีพฤติการณ์ ที่เป็นจริง ซึ่งยืนยันว่า นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) เชื่อไหมคุณเชื่อไหม ...เชื่อ เพราะฉะนั้นพิสูจน์กันด้วยระยะเวลาได้เลย อย่ารีบตาย ดูซิว่ากลุ่มหมู่นี้ มีคนคิด โพธิรักษ์ตายพวกนี้ก็แตกสลายแข่งดีแข่งเด่นกันหมดแล้ว เขาเชื่อว่าอย่างนั้น ที่จริงเราไม่ได้อยู่ด้วยบุคคล เราอยู่ด้วยหลักธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า อยู่ด้วยพฤติการณ์พฤติกรรมจริงที่แต่ละคนปฏิบัติได้ ประพฤติได้ แล้วก็ประพฤติออกมาด้วยความจริงใจไม่ได้เสแสร้ง ไม่ได้ฝืนไม่ได้ลำบากได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง 4 650213 พ่อครูเทศน์เปิดงานพุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 46 พาปฏิญาณศีล 8