ความทุกข์ที่เลี่ยงได้เป็นอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.96 KB
วันที่แก้ไข12 กุมภาพันธ์ 2565

เนื้อหาในไฟล์

ความทุกข์ที่เลี่ยงได้เป็นอย่างไร _*ผู้เห็นคุณค่าของอาชีพกสิกรรมอย่างชัดเจนแล้ว* : ได้ฟังเรื่องทุกข์ 10 อย่างที่พ่อครูเพิ่งอธิบายไปเมื่อวันพุธ ที่ 9 ก.พ.นี้ ระหว่างปกิณณกทุกข์คือทุกข์จรกับความทุกข์ที่เกิดจากโทสะในสันตาปทุกข์ ต่างกันอย่างไร พ่อครูจะอธิบายขยายความเพิ่มเติมให้เข้าใจได้มั้ยครับ พ่อครูว่า.. ใน ทุกข์ ก. ทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ (ทุกข์อันเกิดจากกาย) . 1. สภาวทุกข์ ทุกข์ประจำสังขาร เกิด แก่ เจ็บ ตาย 2. นิพัทธทุกข์ ทุกข์อยู่เนืองนิตย์ คือ หนาว ร้อน หิว กระหาย ปวดอุจจาระ ปวดปัสสาวะ 3. อาหารปริเยฏฐิทุกข์ ทุกข์ในการหากิน-การทำงาน . 4. พยาธิทุกข์ อวัยวะเจ้าการทำหน้าที่ไม่เป็นปกติ 5. วิปากทุกข์ ทุกข์เพราะผลกรรม เลี่ยงวิบากเก่าไม่ได้ 6. ทุกขขันธ์ ทุกข์รวบยอดเพราะการประชุมแห่งขันธ์ 5 อันยังอาศัยมีชีวิตอยู่

เราต้องรู้ว่าอาการทุกข์คืออย่างไรในจิตใจ อาการนี้เรียกว่าอาการทุกข์ รู้จักทุกข์รู้จักสุขในเวทนานี่แหละคือโลกุตรธรรม จนหมดความสงสัยไม่ติดในสุขและทุกข์ เห็นความสุขทุกข์เป็นธรรมชาติธรรมดาที่มันเกิดแล้ว เราก็ไม่ไปรักไปชังทั้งสุขและทุกข์ ที่สมมุติเขาเรียกว่าสุขและทุกข์ มันมาเผชิญเรา เช่นอยู่ดีๆคนเข้ามาตีหัวเราด้วยไม้หน้าสามจนหัวแตก มันก็เจ็บ เจ็บแน่นอน หรือใครว่าไม่เจ็บลองไหมไม้หน้าสาม เจ็บ มันก็ต้องทุกข์ แต่เราก็เห็นว่ามันเป็นทุกข์ไม่ได้ติดใจอะไร จะโกรธคนที่มาตีเรา พยาบาทอาฆาต เราก็ศึกษามาหมดแล้ว เราก็ไม่ อย่างนี้เป็นต้น เพราะเราได้เข้าใจธรรมะแล้ว ก็ไม่มีผลตอบสนอง โดยเฉพาะตอบสนองที่ร้าย เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ไปในทางร้าย ไม่มี ถ้าจะตอบสนองก็เป็นการตอบสนองในทางที่ดี เท่านั้น อย่างนี้เป็นต้น ข. ทุกข์ที่เลี่ยงได้ (เจตสิกทุกข์ อันสามารถดับเหตุได้แท้) 7. ปก

อ่านต่อ

ิณกทุกข์ (ทุกข์จรแห่งกิเลส คือ โศก ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส อุปายาสะ เมื่อพรากจากคนที่รัก หรือพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก เป็นต้น) 8. สันตาปทุกข์ (ทุกข์ คือ ความร้อนเผาใจ อันนื่องมาจากกิเลสไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ แผดเผา) 9. สหคตทุกข์ (ทุกข์ไปด้วยกันกับโลก เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข) 10.วิวาทมูลกทุกข์ (ทุกข์มีสงครามวิวาทะเป็นรากเหง้า)

สันตาปทุกข์ อาการเผาจากไฟ ราคะโทสะโมหะ คุณก็เลิกมาได้ ไม่มีอาการของราคะ โทสะ โมหะ มันก็หมด สันตาปทุกข์แล้ว ต้องเรียนจริงๆแล้วปฏิบัติจริงๆจนเกิดปัญญาอันยิ่ง เออ ทำได้ มีปัญญาที่จะชัดเจนแล้วก็มีฤทธิ์ มีธรรมฤทธิ์ของปัญญา เป็นฌาน เป็นสมาธิ จิตใจ ทำให้พลังงานที่มันเหนือกว่าพลังงาน ราคะ โทสะ โมหะ ทำใจอย่างตั้งมั่นแข็งแรงมั่นคงเป็น สมาหิตัง ก็สำเร็จผล อธิบายอย่างสังเขปเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน สหคตทุกข์ ทุกข์ที่มันมีอยู่เป็นประจำ อยู่ในโลกมันมี ลาภ มันก็มี อาตมาก็มีลาภ ยศ แม้อาตมาจะไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทางการใดๆจากองค์กรบริษัท หรือรัฐบาล จากเบื้องบนแต่งตั้งมา อาตมาก็ไม่มียศอะไรเลย มีพวกคุณ ตั้งให้เป็นครู อายุถือเป็นรุ่นพ่อ ก็เรียก พ่อครู จะเรียกว่า ยศก็ยศ อาตมาก็ไม่ได้ติดใจอะไร รู้สมมุติโลก ยศคืออะไร เราไม่ได้ไปยินดียินร้ายกับที่ได้อันนั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องอยู่กับโลกเขาก็มี ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เราก็มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร แล้วไม่ได้ไปสะสมพวกนี้เลย สะสมลาภ สะสมยศ สะสมสรรเสริญ สะสมสุข …ไม่ ยิ่ง.. วิวาทมูลกทุกข์ ทุกข์ ที่มันเกิดจากการวิวาท ไม่ อาตมามีหน้าที่ด่าเขาอย่างเดียว ไม่วิวาทกับเขา เขาจะโต้ตอบมาชวนวิวาทก็ไม่วิวาท มีหน้าที่ นี่พูดภาษาที่มันดูเหมือนหยาบ แต่ไม่หยาบหรอก ด่า คือตำหนิอย่างแรงๆ และอาตมาไม่ได้ด่าหยาบ ไม่ได้หยาบคาย ไม่ส่อเสียด แต่เป็นน้ำเสียงแรง น้ำหนักแรง ภาษาอาจจะดูกระทบแรง แต่ไม่หยาบไม่ส่อเสียด ไม่เพ้อเจ้อ เป็นความจริงทั้งนั้นเลย มุสา นั้น ยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย ไม่ใช่มิจฉาชีพของวาจาเลย ชีวิตนี้อาตมาต้องทำ เรียกรวมว่า มุขสตี ภาษาบาลีแปลว่า ปากหอก นี่แหละ สตี คือผู้หญิง คือหอก มุขสตี ก็พูดสัจธรรมให้ฟังชัดๆ เพราะฉะนั้นที่ทำที่มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็ใช้ภาษาใช้สำเนียงเสียง นัจจะ คีตะ วาทิตะ นัจจะ ก็กิริยาท่าทางต่างๆ คีตะ คือสุ้มเสียงสำเนียงต่างๆ วาทิตะ ก็คือคำพูดที่สรรหาคำต่างๆมา เพื่อใช้สื่อ เพราะฉะนั้นที่ปฏิบัติและประพฤติอยู่ทุกวันนี้ก็มี นัจจะ คีตะ วาทิตะ สื่อออกไปต่างๆนานาและคนได้อาศัยมากกว่าสัตว์ ภาษาเป็นพันเป็นหมื่นภาษา เป็นแสนภาษามั้ง ถ้าจะรวบรวมกันจริงๆมากมาย คนสามารถที่จะใช้ภาษาคำพูดสื่อสภาวะได้ครบที่สุด มากที่สุด รู้กันได้ละเอียดที่สุดจนกระทั่งถึงปรมัตถ์ต่างๆ แล้วก็ศึกษาจนถึงปรมัตถ์ มีที่จบ พระพุทธเจ้าก็ใช้ภาษา ท่านจึงส่งเสริมภาษาที่เป็น mother tongue ภาษาพ่อภาษาแม่ ภาษาของชาติตัวเอง ให้ใช้อย่างนั้น ไม่ต้องไปดัดจริตใช้ภาษาอื่นเท่าไหร่ เช่น ไทยก็ใช้ภาษาไทยเพราะมันซาบซึ้งดี เป็นภาษารากเหง้า นอกจากมันไม่พอก็ไปอาศัยบาลี สันสกฤต ภาษาบาลี ภาษาจีนบ้าง แถมเท่านั้น ที่มันไม่พอ สื่ออันนี้แถมไป เราจะเข้าใจได้เพิ่มขึ้น ถ้าไม่จำเป็น เขาเข้าใจดีแล้วภาษาไทยก็เอาแต่ภาษาไทย ที่เขาจะเข้าใจดีแล้วสื่อได้ นอกจากว่าภาษาไทยก็ไม่พอ ต้องใช้ภาษาอื่นช่วยไปอีก สื่อช่วยไปอีก จริงๆภาษาไทยมีไม่มากนะ สื่อไปนี้ไม่มากพอ ภาษาอื่นเขามีมากกว่าภาษาไทยเยอะ ขนาดนี้ ภาษาไทยก็พัฒนา เอาภาษาอื่นมาใช้อีกเป็นภาษาไทย แปลงรูปเป็นภาษาไทยเท่าไหร่แล้วก็ยังไม่ค่อยพอ ต้องใช้ภาษาอื่นอยู่บ้าง ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องใช้อะไรกันไป สันตาปทุกข์กับปกิณกทุกข์ต่างกันอย่างไร ? สันตาปทุกข์ คือทุกข์ที่มันเผาไหม้ ทุกข์ที่มันร้ายแรง 650211 ชาวอโศกคือชาวหรรษาที่แท้จริง พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน