กรณีปาราชิกและนานาสังวาสในชาวอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
กรณีปาราชิกและนานาสังวาสในชาวอโศก _พ่อครูว่า... วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 เมื่อเวลา 09.10น.
กรณีสมณะหินกลั่นต้องปาราชิก
เมื่ออดีตสมณะหินกลั่น ได้แยกตัวออกจากหมู่คณะของชาวอโศกแล้ว ก็ได้นำเอาเครื่องมือมากชิ้น (ราคาหลายหมื่นบาท) อันเป็นสมบัติส่วนกลางของชุมชน ไปเป็นของตนด้วย โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ซึ่งกรรมการชุมชน เป็นผู้ดูแลอยู่
ต่อมา ส่วนกลางได้ให้ผู้ร่วมงานประสานขอ เครื่องมือเหล่านั้นคืน ก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะคืนให้ แถมหาเรื่องหาราวว่ากล่าวกรรมการต่างๆ นานา จากนั้นก็ตัดขาดการติดต่อไปเลย จนสุดท้ายเมื่อได้รับแจ้งว่าจะถูกพิจารณาโทษความผิดขั้น ปาราชิก จึงยอมคืนของมาให้ส่วนหนึ่ง มูลค่าประมาณ ๒ แสนบาท คณะเอาภาระสงฆ์ของชาวอโศก (คภส.) ได้นำเรื่องนี้ เข้าที่ประชุมพิจารณากันหลายครั้ง รวมทั้งได้ฟังความเห็น จากอดีตสมณะหินกลั่น โดยตรงอีกด้วย แล้วจึงได้ตัดสิน ตามวินัยบัญญัติว่า
_" ภิกษุใด ถือเอาทรัพย์ (สิ่งของ) ที่เจ้าของมิได้ให้ ต้องอาบัติปาราชิก (ความผิดหนักขั้นขาดจาก ความเป็นภิกษุ) ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. ทรัพย์(สิ่งของ)นั้น มีผู้ครอบครองอยู่ (เป็นเจ้าของ) ๒.สำคัญว่า เป็นทรัพย์(สิ่งของ) ที่มีผู้ครอบครองอยู่ ๓. ทรัพย์(สิ่งของ)นั้น มีค่าราคาตั้งแต่ ๕ มาสก (ปัจจุบัน ตีราคาประมาณ ๕๐๐บาท) ขึ้นไป ๔. มีไถยจิต (มีจิตนำเอาของนั้นไป เยี่ยงอย่างขโมย คือกระทำโดยที่เจ้าของไม่ได้ให้) ๕. ภิกษุได้เอาของนั้นไปแล้ว (คือภิกษุได้ทำให้ทรัพย์สิ่งของนั้น เคลื่อนที่ไปแล้ว ย่อมต้องอาบัติปาราชิก)
นั่นคือ สมณะหินกลั่น ได้กระทำความผิดหนัก ถึงขั้นขาดจาก ความเป็นภิกษุแล้ว
พ่อครูว่า... นั่นคือสิ่งที่ได้ เหมือนกับผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาให้เป็นที่รับรู้กันชัดเจน ไม่ใช่เรื่อง
อ่านต่อ
ที่อมพนำหรือจะมาประจาน แต่เป็นเรื่องต้องบอกความจริงต่อสังคมที่ประชุม หมู่กลุ่มให้รับทราบความจริงนี้เพราะ นี่คือความมหัศจรรย์ของมหาสมุทรข้อที่ 3 คือมหาสมุทรย่อมไม่เกลื่อนด้วยซากศพ คลื่นย่อมซัดซากศพขึ้นสู่ฝั่งโดยพลัน นี่เป็นความมหัศจรรย์เป็นจริง อย่างแต่ก่อนนี้อาตมาอยู่บวชกับมหาเถรสมาคม ก็พยายามทำไป ก็พอรู้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็ต้องทำตามพระธรรมวินัยคือประกาศนานาสังวาสแยกตนเองออกมาตามหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า เถรสมาคมก็ตามความรู้ของกระแสหลักก็ตามไม่รู้หลักนานาสังวาส อาตมาทำอย่างถูกต้องก็มีผู้รู้อยู่บ้างมันจนสำเร็จผล ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 วันที่ 6 สิงหาคม เราก็ประกาศยืนยันตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า เข้าไปตรวจสอบตามหลักธรรมพระวินัยแล้วก็ต้องเห็นว่าถูกต้อง แต่ด้วยความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเองใหญ่ จนกระทั่งมีผู้ที่เป็นปราชญ์เป็นผู้รู้รื้อฟื้นสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ของเถรสมาคมแล้วก็มาเอาเรื่องกับเราอีก ทั้งๆที่ วันที่ 6 สิงหาคม 2518 เราประกาศแล้วสำเร็จไปแล้ว วันที่ 7 เราก็เป็นอิสรเสรีมา จนกระทั่งมาถึงปี 2532 ผ่านมา 14 ปี เราก็อยู่สุขสบาย ทำกิจการของเรามาได้เรื่อยๆ วันร้ายคืนร้าย เถรสมาคม รวมกันทั้งธรรมยุตและมหานิกาย รวมตัวกันขึ้นมาเอาเรื่องเรา คณะธรรมยุตและมหานิกายเป็นฝ่าย แม้ว่าเป็นนานาสังวาสก็รวมกันทำสังฆกรรมไม่ได้เลยแล้ว ก็ไปผิดหลักธรรมวินัย ผิดหลักคณปูรกะ รวมกันทำสังฆกรรมไม่ได้ เข้าไปรวมกันประกาศนีย กรรมสมณะโพธิรักษ์ ดูแล้วมันก็ตลกเหมือนเด็กเล่นลิเกละครไม่ถูกต้องตามหลักธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าเลย เขาก็ทำไปได้อย่างไม่อายผู้รู้ ก็ทำจริงๆ แล้วชาวประชาชนไม่รู้เรื่องพระธรรมวินัย ก็ไม่ถนัดไม่รู้เรื่องดีในเรื่องธรรมวินัย ก็เชื่อตามมหาเถรสมาคม ก็มาเล่นงานเรามาว่าเรา เขาต้องเชื่อมหาเถรสมาคมเป็นหลักก็เข้าใจ เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเขาก็เข้าใจอย่างนั้นไปห้ามเขาไม่ได้ เราก็ปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยมาเล่นงานเรา ดีไม่ดีไปฟ้องศาลทางฆราวาสให้มาจับเราสึก ให้มาสั่งการไปทางอำนาจรัฐ ฟ้องไปโดยบัญญัติ กฎหมายสงฆ์ 2505 ขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า บัญญัติว่าให้สมเด็จพระสังฆราชสั่งให้สึกได้ ทั้งๆที่ผู้ที่ผิดหรือไม่ผิด โดยเฉพาะอย่างเรานี่ไม่ผิด มันมีหลักเกณฑ์ในพระธรรมวินัยว่าถ้าผิดใน 11 ข้อ หรือปาราชิก ถ้าหากปาราชิกก็ไม่ต้องสั่งสึกเพราะมันขาดไปแล้ว ถ้าผิดใน 11ข้อก็สั่งให้สึกได้ แต่นี่เราไม่ได้ผิดใน 11 ข้อ ปาราชิกเราก็ไม่ได้เป็น เขาก็พยายามจะใส่ความเราว่าเป็นปาราชิก บอกว่าอวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน ก็เขาว่า ก็เรามีในตนแต่คุณไม่รู้ว่าเรามีคุณธรรมคุณวิเศษอันนี้ คุณไม่มีปัญญาพอจะรู้เลย แล้วจะไปบังคับให้คุณรู้มันก็ไม่ได้ เราก็ยืนยันว่าเรามีอุตตริมนุสสธรรมนี้ จริงพิสูจน์ยืนยันมาจนถึงทุกวันนี้ สรุปแล้ว ทางเถรสมาคม ก็ฟ้องศาล ศาลก็ทำตามหลักเกณฑ์โลกๆ ตามกฎหมายสงฆ์พ.ศ 2505 สังฆราชสามารถสั่งให้สึกได้ ภายใน 7 วันถ้าไม่สึกถือว่าผิดกฎหมาย เราก็ผิดกฎหมายสิ เพราะเป็นกฎหมายที่ออกกันมาเอง ไม่ใช่ออกมาจากพระบัญญัติพระพุทธเจ้า เขาก็ใช้อันนั้นกัน ตกลงสุดท้ายตกลงกันว่า จะอยู่เป็นภิกษุนักพรตนักบวชเป็นพระไม่ได้ หลักกฎหมายเขา มีคุณจรวย หนูคง เป็นนักกฎหมายเปรียญ 9 มาเจรจากับเรา ตอนนั้นก็มีสมเด็จมีคณะของเถรสมาคมต่อโทรศัพท์กันอยู่เลย ให้จรวยมาเผชิญหน้ากับอาตมาตกลงกัน จนสุดท้ายก็ตกลงกันได้ว่า เราก็ผิดตามกฎหมายของคุณ ไม่ให้เราเป็นภิกษุ ไม่ให้เราเป็นพระ ไม่ให้เราเป็นนักพรตนักบวช ในคำที่อยู่ในกฎหมายแล้วจะให้เราเป็นอะไร เราปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธ ก็ต้องเป็นคนพุทธสิ พูดกันไปพูดกันมาก็ตกลงกันว่า สมณพราหมณ์มันไม่มีในกฎหมาย เราก็บอกว่าเราเป็นสมณะพราหมณ์ก็ได้ เราไม่เป็นพระ ไม่เป็นภิกษุไม่เป็นนักพรต นักบวช ตามกฎหมายของฝ่ายคุณ เรามาเป็นสมณะ ก็ตกลงกันได้ตรงนี้ ตั้งแต่บัดนั้นเราก็กลายมาเป็นสมณะ
ฝั่งบุญ...ถามว่า พ่อครูกลางเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว พ่อครู อนุญาตให้มีนานาสังวาสในชาวอโศก หลวงพ่อเดินดินไปถามพ่อครูว่า 30 กว่าปีที่ผ่านมา โครงการของพี่หนึ่งฟ้า โครงการต่างๆนานา อธิบายพ่อครู หลวงพ่อก็เห็นต่างกัน หลวงพ่อเดินดินไปถามพ่อครูว่า ถ้าความเห็นต่างอย่างนี้ให้ทำอย่างไร พ่อครูก็ตอบว่า ในเมื่อคนหนึ่งดำคนหนึ่งขาว จะให้ตอบอย่างไร ถ้าอย่างนั้นคุณก็นานาสังวาสกันกับหนึ่งฟ้า พอต่อมา ที่พวกเราก็ได้รับอนุญาตให้ไปจองพื้นที่นาโม พอไปจองแล้วพวกเราก็ทำกิจกรรมกระบวนการกลุ่ม จากที่ฟังพ่อครูตอนเช้า พ่อครูว่า...ตกลงอาตมาตอบ คุณจะถือว่าจบด้วยการต้องเป็นนานาสังวาส ก็ได้ คุณก็เป็นนานาสังวาสกลุ่มน้อย ทางนี้ เขาเป็นนานาสังวาสกลุ่มใหญ่ คุณก็อยู่ของคุณ เขาไม่ว่าอะไรเขาก็แบ่งที่ให้คนที่จะเป็นนานาสังวาส คุณก็อยู่แล้วนี่คุณจะต้องการอะไรอีก ฝั่งบุญ...อย่างพ่อท่านแยกออกจากมหาเถรสมาคมยังทำได้ อันนี้ก็ไม่ต่างกัน พ่อครูว่า... ไม่ต่าง เราก็ทำของเรา ฟังเถรสมาคมท่านกระทำของท่านอยู่ ทางเราหมู่ใหญ่ก็ทำอยู่ ตั้งหมู่กลุ่มก็ทำไปสิ ไม่ได้ไปบังคับใครจะเข้ากับหมู่คุณก็ทำสิ ฝั่งบุญ...ขอเบิกตังค์ก็ไม่ให้ พ่อครูว่า... ก็นานาสังวาส คุณก็เบิกตังค์ของคณะคุณสิ ทางนี้ก็เบิกตังค์ทางนี้สิ ฝั่งบุญ...นึกว่า เป็นสาธารณโภคี พ่อครูว่า... อย่างเราประกาศออกมาแล้วก็เป็นนานาสังวาส คุณจะไปเอาเงินทางเถรสมาคมมาใช้ได้ไหม เขาให้ไหม ก็ไม่ได้ ฝั่งบุญ...ก็อยู่มา 30 ปีตั้งหลักตั้งฐานขอช่วยเหลือเกื้อกูลบ้าง พ่อครูว่า... ก็ชัดๆ ควรจะเบิกตังค์ ของเถรสมาคมได้ไหม ก็ไม่ได้ เราจะไปขึ้นรถไฟเขาก็ยังเก็บเงินเราเต็มราคาเลย ไม่ให้เรามีสิทธิ์เหมือนทางโน้นเลย แล้วคุณจะมาเรียกร้องเอาทรัพย์ได้อย่างไร คุณถือว่าคุณเป็นนานาสังวาส ถ้าคุณล้มเลิกนานาสังวาสมาอยู่ทางนี้ ก็จบ แต่คุณจะดันอยากเป็นนานาสังวาสคุณก็ต้องรับ ถ้าจะอวดดี นานาสังวาสจะแยกไปก็ต้องช่วยตัวเองให้รอด ช่วยไม่รอดคุณก็ตายอย่างเขียดเหยียดขาตาย เอาให้ชัด ดี ที่จริง มันก็ไม่น่าจะมีประเด็นอันนี้แถมขึ้นมาก็ดีเหมือนกัน แถมขึ้นมาก็ได้รับเพิ่มเติมชัดเจนขึ้นอีก 650213 พ่อครูเทศน์เปิดงานพุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 46 พาปฏิญาณศีล 8