สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมพันธ์ุกับสรีรพันธุ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมพันธ์ุกับสรีรพันธุ์ คนมีกรรมพันธุ์ มีธาตุวิญญาณสืบสานโดยกรรม เรียกว่ากรรมพันธุ์ เป็นธรรมะชั้นลึก ซึ่งต่างจากสรีรพันธุ์ที่สืบสานทางดินน้ำไฟลม ที่ไม่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ไม่ใช่ของจิตวิญญาณ จะบอกว่าลูกเกิดมาแล้วมีกรรมพันธ์ุมาจากพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดไม่ได้ ลูกจึงเป็นคนดีหรือคนชั่วต่างจากพ่อแม่ ก็เพราะกรรมของเขาเองที่สืบสาน ถ้ากรรมพันธุ์สืบสานจากพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดต้นทางดี ลูกที่รับมาก็คงจะดี แต่นี่พ่อแม่ไม่ได้มีกรรมที่ดี มีแต่สรีระดี ถ้าพ่อแม่หล่อ ลูกก็หล่อ พ่อแม่ขี้เหร่ลูกก็ขี้เหร่มันเป็นเรื่องของสรีรพันธุ์ ไม่ใช่กรรมพันธุ์ แต่เขาเอาคำว่ากรรมพันธุ์แปลจาก Genetic นั้นผิด คำว่า Genetic มาจาก สรีรพันธุ์เท่านั้นไม่ถึงกรรมพันธุ์ กรรมนั้น เราเป็นทายาทของกรรม กัมมทายาโท เราเป็นคนรับมรดกกรรมของตนเอง กรรมวิบากแบ่งกันไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็เอากรรมของตนแบ่งให้คนอื่นไม่ได้ ท่านเป็นผู้ชี้ทางเท่านั้นแล้วคนเอาไปปฏิบัติของคุณเอง เป็นสัมมาทิฏฐิสัมมาปฏิบัติสัมมาปฏิเวธ ผลก็เกิดของคุณเอง มีแต่บอกทางที่ดีที่ถูกต้องและเอาไปปฏิบัติก็จะได้สิ่งนั้น ถ้าคุณไม่ทำเองไม่มีทางที่จะเกิดกับคุณ อันนี้เป็นความผิดพลาดที่โบราณอาจารย์ท่านไหนที่แปลคำว่ากรรมพันธ์มาจากคำว่า Genetic เป็นภาษาไทยที่เอาไปใช้กันทั่วโลกเลย ที่แปลจาก Gene หรือ Genetic หรือ DNA ผู้ที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องนามธรรม จิตวิญญาณที่แท้จะเพี้ยนไป การเรียก DNA หรือ Genetic ว่า กรรมพันธุ์เป็นเครื่องยืนยันความเสื่อมไปของโลกุตรธรรม เข้าใจ สรีระ หรือมหาภูตรูปคือจิตเจตสิก แยกกาย แยกจิตหรือแยกรูปแยกนาม แยกวัตถุ สสาร จากจิตเจตสิกออกจากกันสลับไปสลับมาไม่ตรงแล้ว นี่คือความเสื่อม ของพยัญชะที่ใช้กันทั่วในวงการศาสนาพุทธ ถ้ายืนยันว่า กร
อ่านต่อ
รมพันธุ์เป็นเรื่องสืบทอดกันทางสรีระนั้นผิด กรรมนั้นเน้นไปทางจิตวิญญาณเป็นหลัก แม้กาย ที่เป็นดินน้ำไฟลม กายกรรม วจีกรรมก็อ่านด้วย แยกกันไม่ได้ คำว่า กาย จะแยกออกจากจิต วิญญาณไม่ได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า..ตถาคตเรียกกายว่าคือจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ล.16 ข.230 ยืนยันไว้แล้ว แต่เป็นความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนไปจากสัมมาทิฏฐิ ที่อาตมาย้ำยืนยันไม่ได้อวดเก่ง แต่กำลังพูดเนื้อแท้ของศาสนาที่ต่างกันมาก มันไม่เป็นเนื้อโลกุตรธรรม ประชาธิปไตยดีสุดต้องเป็นโลกุตระ สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมพันธ์ุกับสรีรพันธุ์ คนมีกรรมพันธุ์ มีธาตุวิญญาณสืบสานโดยกรรม เรียกว่ากรรมพันธุ์ เป็นธรรมะชั้นลึก ซึ่งต่างจากสรีรพันธุ์ที่สืบสานทางดินน้ำไฟลม ที่ไม่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ไม่ใช่ของจิตวิญญาณ จะบอกว่าลูกเกิดมาแล้วมีกรรมพันธ์ุมาจากพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดไม่ได้ ลูกจึงเป็นคนดีหรือคนชั่วต่างจากพ่อแม่ ก็เพราะกรรมของเขาเองที่สืบสาน ถ้ากรรมพันธุ์สืบสานจากพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดต้นทางดี ลูกที่รับมาก็คงจะดี แต่นี่พ่อแม่ไม่ได้มีกรรมที่ดี มีแต่สรีระดี ถ้าพ่อแม่หล่อ ลูกก็หล่อ พ่อแม่ขี้เหร่ลูกก็ขี้เหร่มันเป็นเรื่องของสรีรพันธุ์ ไม่ใช่กรรมพันธุ์ แต่เขาเอาคำว่ากรรมพันธุ์แปลจาก Genetic นั้นผิด คำว่า Genetic มาจาก สรีรพันธุ์เท่านั้นไม่ถึงกรรมพันธุ์ กรรมนั้น เราเป็นทายาทของกรรม กัมมทายาโท เราเป็นคนรับมรดกกรรมของตนเอง กรรมวิบากแบ่งกันไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็เอากรรมของตนแบ่งให้คนอื่นไม่ได้ ท่านเป็นผู้ชี้ทางเท่านั้นแล้วคนเอาไปปฏิบัติของคุณเอง เป็นสัมมาทิฏฐิสัมมาปฏิบัติสัมมาปฏิเวธ ผลก็เกิดของคุณเอง มีแต่บอกทางที่ดีที่ถูกต้องและเอาไปปฏิบัติก็จะได้สิ่งนั้น ถ้าคุณไม่ทำเองไม่มีทางที่จะเกิดกับคุณ อันนี้เป็นความผิดพลาดที่โบราณอาจารย์ท่านไหนที่แปลคำว่ากรรมพันธ์มาจากคำว่า Genetic เป็นภาษาไทยที่เอาไปใช้กันทั่วโลกเลย ที่แปลจาก Gene หรือ Genetic หรือ DNA ผู้ที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องนามธรรม จิตวิญญาณที่แท้จะเพี้ยนไป การเรียก DNA หรือ Genetic ว่า กรรมพันธุ์เป็นเครื่องยืนยันความเสื่อมไปของโลกุตรธรรม เข้าใจ สรีระ หรือมหาภูตรูปคือจิตเจตสิก แยกกาย แยกจิตหรือแยกรูปแยกนาม แยกวัตถุ สสาร จากจิตเจตสิกออกจากกันสลับไปสลับมาไม่ตรงแล้ว นี่คือความเสื่อม ของพยัญชะที่ใช้กันทั่วในวงการศาสนาพุทธ ถ้ายืนยันว่า กรรมพันธุ์เป็นเรื่องสืบทอดกันทางสรีระนั้นผิด กรรมนั้นเน้นไปทางจิตวิญญาณเป็นหลัก แม้กาย ที่เป็นดินน้ำไฟลม กายกรรม วจีกรรมก็อ่านด้วย แยกกันไม่ได้ คำว่า กาย จะแยกออกจากจิต วิญญาณไม่ได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า..ตถาคตเรียกกายว่าคือจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ล.16 ข.230 ยืนยันไว้แล้ว แต่เป็นความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนไปจากสัมมาทิฏฐิ ที่อาตมาย้ำยืนยันไม่ได้อวดเก่ง แต่กำลังพูดเนื้อแท้ของศาสนาที่ต่างกันมาก มันไม่เป็นเนื้อโลกุตรธรรม ประชาธิปไตยดีสุดต้องเป็นโลกุตระ