สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม_ประชาธิปไตย) ตอน ประชาธิปไตยดีสุดต้องเป็นโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.88 KB
วันที่แก้ไข19 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม_ประชาธิปไตย) ตอน ประชาธิปไตยดีสุดต้องเป็นโลกุตระ เมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นโลกุตรบุคคล ท่านทรงเป็นอาริยบุคคลทางพุทธ ที่พูดไม่ได้แกล้งยกยอ แต่พูดมานานแล้ว คนนับถืออาตมาก็ได้ศึกษา คนไม่นับถือก็ไม่ได้ศึกษา อาตมาพูดเพื่อให้คนได้ศึกษา ให้เกิดความรู้ทางภูมิปัญญา ถึงพระจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงงงานมาตลอดจนสิ้นพระชนม์ลง คนก็เสียดาย เพราะเป็นสิ่งประเสริฐที่เป็นอาริยธรรม อาริยธรรมนั้นคืออะไร คือผู้ทำงานรับใช้ปวงชน ทำงานรับใช้ประชาชน จริงๆ ถ้าจะเรียกโดยสัจจะ ท่านเป็นนักการเมืองคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะแสดงโลกุตรธรรม มีพระจริยวัตรเป็นโลกุตรธรรมตลอด 70 ปี คนไทยก็ยังดี ยังพอมีพื้นฐานของโลกุตรธรรมอยู่ลึกๆ ก็เลยพอมองออก มีปฏิภาณ ว่าอย่างนี้เองคือธรรมะอันประเสริฐ ธรรมะอันวิเศษ ที่เมื่อประพฤติต่อมนุษย์จริงๆแล้ว เมื่อท่านสิ้นพระชนม์ลงก็โหยหาเสียดาย คนเราเมื่อถึงเวลาตายแล้วก็ห้ามไม่ได้ เมื่อสิ้นพระชนม์ลงก็เลยตื่นตัว ธาตุรู้ที่อยู่ในก้นบึ้งของประชาชนคนไทยลึกๆสะดุ้งเลย ตายๆๆ หายไปแล้ว เรายังไม่ได้รับเท่าไหร่เลย ก็บอกว่าจะเอาตามพ่อ ก็ยังดี แทนที่จะไม่รู้จักค่า พฤติกรรมของประชาชนไทยที่แสดงออกที่ความเสียดายจึงเกิดเป็นรูปธรรม อาตมาเรียกตามไอน์สไตน์ เขาเรียกว่า ระเบิดแห่งความรัก Bomb of love ไอน์สไตน์อาตมาก็เคยบอกไว้ ว่าไอน์สไตน์เป็นพระโพธิสัตว์รูปหนึ่งตามประวัติศาสตร์ความเป็นจริงของโลกที่ยืนยัน เป็นคนจริง ที่ได้เรียนรู้กันมาในระยะเวลาไม่นาน ได้สัมผัสความจริงผลงานความนึกคิดของไอน์สไตน์ แม้จะถอดมาจากจิตวิญญาณไอสไตน์ เมื่อในหลวงสิ้นชีพไป เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมของโพธิสัตว์ จึงต้องศึกษา โพธิสัตว์สรุปสั้นๆ

อ่านต่อ

ว่าเป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว จะทำงาน มีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรม จะเห็นว่าทำงานให้แก่ผู้อื่น เสียสละให้แก่ประชาชน มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลย มากกว่าหรือทั้งหมด ให้แก่ประชาชนทั้งหมด ไม่กังวลถึงตัวเอง ในหลวงไม่ทรงกังวลถึงตัวเอง เพราะคนอื่นต้องดูแลไว้อยู่แล้ว เรื่องกินเรื่องอยู่เรื่องไปเรื่องมาต้องบริการทั้งหมด ท่านต้องได้รับการสนอง ชีวิตคือ ปรปฏิพัทธา เมชีวิกา มีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) คนมีปัญญามีภูมิธรรมจะอ่านออก ในพระจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นนักประชาธิปไตยที่ปฏิบัติความเป็นประชาธิปไตยตลอดพระชนม์ชีพ ตั้งแต่เป็นพระเจ้าแผ่นดินเป็นพระราชามา 70 ปี ต่อเนื่องมาอย่างเห็นได้ชัด คนที่ศึกษาทางรัฐศาสตร์การเมือง การบริหาร ทั่วโลกเข้าใจ แสดงว่ามีปัญญารู้จักประชาธิปไตย ประชาธิปไตยของพระองค์นี้สุดยอด ให้อิสระเสรีภาพ เป็นภราดรภาพ และสันติภาพ โดยแสดงสมรรถภาพเต็มที่ จึงเกิดผลดีเป็นบูรณภาพ อยู่ตลอดเวลา เป็น Coefficient Coefficient แปลง่ายๆกว่าคือพลังงาน จะเป็นวัตถุก็ตาม หรือเป็นพลังงานจิตวิญญาณที่เป็นองค์รวมพลังงานที่เรียกว่า Coefficient เป็นพลังงานที่เกี่ยวกับความก้าวหน้า ความเจริญ ไม่ใช่พลังงานเสื่อม แต่เป็นพลังงานมีคุณสมบัติก้าวหน้า และก้าวหน้าในระดับคูณ ไม่ใช่ก้าวหน้าในระดับบวก หรือจะถึงยกกำลังก็ได้ไม่ใช่ Geometric แต่เป็น Arrithmetic แต่ถ้าลดความก้าวหน้าไม่ใช่ Coefficient และต้องก้าวหน้าในระดับคูณหรือยกกำลัง ไม่ใช่แค่ระดับบวก และภายในพลังงาน Coefficient แม้แต่วัตถุจะมีมวลและความเร็ว ตามที่ไอน์สไตน์ค้นพบ พลังงานที่ก้าวหน้าสูงก็คือการยกกำลัง เป็นการก้าวหน้าที่สูง บวก คูณยกกำลัง ยกกำลังสองหรือมากกว่าสองก็จะยิ่งก้าวหน้าดี มวลก้าวหน้าพอดี ความเร็วก็ยิ่งมาก ถ้าความเร็วไม่มาก มวลก็จะหนัก มากไปไม่ได้ ในวัตถุสมบัติ สมการของไอสไตน์คนเข้าใจแล้วมาใช้จึงเกิดความก้าวหน้าอย่างมาก หลังไอน์สไตน์ค้นพบ จึงเกิดพลังงาน Digital nano ซับซ้อนเร็ว จะเกิด E=mc 2 ไม่ใช่แค่ยกกำลังสองแต่จะเป็นยกกำลัง 3 ยกกำลัง 4 ไปเรื่อยๆ พระพุทธเจ้ารู้จักพลังงานทั้งอุตุ พีชะ จิต กรรม ธรรมะ โดยสามารถจัดการกับกรรมของตน ไม่ให้เกิดอกุศลกรรมเลยในจิต คือความรู้ของพระพุทธเจ้า กำจัด อกุศลในจิตไม่ให้เกิดเลย มีแต่กรรมที่เป็นกุศล เพราะไม่มีเหตุปัจจัยที่จะมาทำให้พลังงานจิตนี้ เกิดอกุศลใดอีกแล้ว ถาวรยั่งยืนตลอดกาล อย่าง “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง” นี่เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าที่เยี่ยมยอดที่สุด ผู้ใดศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าอย่างสัมมาทิฏฐิจะเข้าใจพลังงานทางวัตถุได้ไปด้วย เพราะศาสนาพุทธนั้นมีทั้งรูปและนาม มีทั้งสสารและพลังงานจิตวิญญาณควบคู่กันไปตลอด อาตมาพูดเรื่องฟิสิกส์ ทั้งที่สอบตกวิทยาศาสตร์อยู่สามปี ต่อม.8 ก็เลิก แล้วออกมาทางศิลปะ ไม่ไปเลยทางวิทยาศาสตร์ เคมีได้ 10 ส่วน 100 อาจารย์ที่สอนคือ ดร.สตางค์ มงคลสุข อาจารย์ทองสุข พงศทัศน์ เป็นด็อกเตอร์เป็นศาสตราจารย์ที่ยอดในยุคนั้น ตอนเรียน ม.7 ม. 8 พศ. 2493-94 ก็สอบตกอยู่นั้นแหละจนเลิก 2496 หนี ไปเรียนทางศิลปกรรม จบทางวาดเขียนทางปั้น เรียนวิจิตรศิลป์แต่ไม่ได้มีผลงานทางเขียนเลย มีเหลือซากอยู่ชิ้นเดียว คือภาพสีที่เขียนไว้ ศิลปะคือมงคลอันอุดม มงคลคือสิ่งที่พาไปเจริญ อุดมคืออุตมะคือโลกุตระ แปลว่าเหนือโลก เหนือโลกีย์ ศิลปะคืองานที่จะนำพาสู่โลกุตรธรรม ทุกวันนี้ศิลปะเละเทะ เป็นโลกียะที่หยำฉ่า กลายเป็นเครื่องหลอกคน เอาภาพอะไรขี้หมูขี้หมา ขายกันหลายล้าน พาให้ติดยึดในเส้นแสงสีเสียงรูปแบบเป็นโลกีย์ ไม่ได้เข้าโลกุตระ ไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณลดกิเลส มีแต่ทำให้จิตวิญญาณติดในรูปแบบ Abstract ให้คนติด เหมือนธัมมชโย สวรรค์ของแก ก็เขียนเป็นภาพสื่อทาง DMC หลอกล่อคนโง่ทั้งหลายที่ติดยึด แสงสีเสียง รถก็ออกแบบเป็นหัวปลี มีแสงสีฟรุ้งฟริ้ง อาตมาเรียนศิลปะมาก็รู้ทันว่าหลอกคนโง่ได้มาก เก่งชิบหายเลยนะทางโลก นี่ชมนะว่าชั่วได้เยี่ยมยอดมาก ขออภัย ถ้ามีลูกศิษย์ธัมมชโยอยู่แถวนี้ อาตมาพูดด้วยความจริงใจ อย่าเพิ่งฆ่าอาตมาเลย

600616_เทศน์ก่อนฉัน ที่ ทะเลธรรม ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน