สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน โพชฌงค์ 7 มรรค 8.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) โพชฌงค์ 7 มรรค 8 ธรรมะของพระพุทธเจ้านี้เป็นธรรมะที่ไม่มีตก เป็นธรรมะที่ยิ่งใหญ่ เป็นธรรมะที่ทันสมัย จริงแท้เป็นของดิ อันประเสริฐ ไม่มีเสื่อมไม่มีตก ไม่มีล้าสมัยเลย สักวินาทีเดียว เป็นธรรมะที่ทันสมัย ไม่มีตกไม่มีล้าสมัย วิธีปฏิบัติโพชฌงค์ 7 กับมรรคมีองค์ 8 เป็นแกนหลักของศาสนาพุทธ สรุปของมรรคมีองค์ 8 จะต้องปฏิบัติให้เกิดสัมมาสมาธิ จุดรวมอยู่ที่ สัมมาสมาธิ ปฏิบัติทุกกรรมการงาน อาชีพ ในขณะคิดพูดทำ แล้วจะเกิดผลเป็นสัมมาสมาธิ ได้อย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามระบบโพชฌงค์ 7 เป็นหลักเกณฑ์ พยายาม โดยมีสติเป็นตัวตั้ง จึงเริ่มด้วยที่สติสัมโพชฌงค์ แล้วก็มีธัมมวิจัย ทำข้างนอกข้างใน มันมีกิเลสในสังขาร ล้างกิเลสออก มีทำวิจัยแล้วก็ประหารกิเลสด้วยวิริยสัมโพชฌงค์ ทำได้ก็จะมี ปิติสัมโพชฌงค์ ทำให้เกิด เนกขัมมะได้ มีวิธีการ ซึ่งอุบายเป็นเครื่องออก ทำให้กิเลสลดได้ เห็นกิเลสลด คนนั้นแหละ เป็นคนที่เดินทางไปมรรคผลนิพพาน ไปตามลำดับ มรรคมีองค์ 8 และ โพชฌงค์ 7จึงเป็นคู่ที่เดินทางไปตามโพธิปักขิยธรรม 37 เริ่มตั้งแต่ ธรรมะสอง คือ กาย มีรูปกับนาม รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ นามคือตัวรู้ นามรู้จักรูป เวทนาสอง สุข ทุกข์ ก็ทำให้หมดเป็นไม่สุขไม่ทุกข์ได้ ทางตาหูจมูกลิ้นกาย ซึ่งมีแต่ความสุขความทุกข์ อยู่ตลอดกาลและนาน แต่ผู้ใด เอากิเลสออกได้ เป็นเนกขัมมะ มโนปวิจาร 18 เป็นอุเบกขา มันว่าง พักยกได้นะ ตามภาษาท่านพุทธทาส บอกว่าจิตว่างชั่วคราว แบบนี้ไม่ใช่การปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า มันต้องเป็นของมันอย่างนั้น ท่านพุทธทาสไม่เอาอภิธรรม ยืนยันได้ว่าท่านไม่ถึงจิตเจตสิก ตรรกะท่านถูกต้องแต่สภาวะท่านไม่ถึง ท่านเลยตีทิ้งอภิธรรม ว่าเป็น อภิธรรมเม็ดมะขาม ท่านไม่ได้เข้าถึงในอภิธรรม แต่อาตมาซาบซ
อ่านต่อ
ึ้งในจิต-เจตสิกที่เป็นพระอภิธรรม คุณทำจิตเบาว่างได้ แล้วทำการงานเลี้ยงชีวิตอยู่รอดทำใจวางเฉยๆ ก็อยู่รอดเฉยๆ แต่ไม่ได้ฆ่าสมุทัยไปตามลำดับ ปฏิบัติ ตั้งแต่ ศีล 5 8 10 จุลศีล มัชฌิมศีล ไปตามลำดับ ดีที่ท่านพุทธทาสมาพูดโลกุตะคือทำจิตให้ว่างจากกิเลส แต่ทำตามลำดับอย่างที่ต้องพ้นจากอบาย และต่อมาโลกกาม โลกธรรม แล้วกระทบแล้วมีจิตเจตสิกอย่างไร มีเวทนาในเวทนาอย่างไร มีกิเลสในนั้นทำกิเลสหมดก็ไม่ทุกข์ไม่สุข ต้องรู้รูปนามด้วยอาการ ลิงค นิมิต อุเทส แต่เข้าไม่ถึงก็เลย ใช้ตรรกะทำจิตว่าง คือสร้าง มโนมยอัตตา สร้างอัตตาเป็นความว่าง ทำจิตกลางๆไม่นึกไม่คิด เป็นมโนมยอัตตา ทำภพชาติว่าง แต่ไม่ได้ทำเจตสิก เนื้อแท้ แล้วจับกิเลสเจตสิกตัวแท้ให้ดับไป อย่าไปดับจิตทั้งหมด ธาตุรู้มี 100 มีกิเลส100ก็เอากิเลสออกได้ 1 จิตว่างก็เป็น 99 แล้วจัดการกิเลสได้อีก 1 ก็มีจิตว่างอีก 98 แล้วทำกิเลสออกอีก 1 จิตก็ว่างอีก 97 จิตยิ่งว่างยิ่งมุทุ แคล่วคล่องว่องไว จิตยิ่งดี ยิ่งใสสะอาด ทำงานได้ดียิ่ง ทำกิเลสออกได้100 ก็เป็นจิตว่างสมบูรณ์แบบ เป็นจิตที่แคล่วคล่อง มีคุณสมบัติ โลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) อาตมายังมีพูดลึกลงไปอีกมาก จึงยังไม่ยอมตาย จะอยู่ต่อไปจนกว่าจะไม่ได้ ถ้าไม่ได้ 151 ได้ 150 ก็ได้ แต่จะอยู่ให้ได้ถึง 151 ...จบ 600617_เทศน์ก่อนฉัน ที่ทะเลธรรม เรื่อง ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ 2