6. บทที่ 1 02122022.pdf

โฟลเดอร์นส. แก้วเกื้อกูล กล้าจน เรื่องรูปแบบพัฒนาสุขภาพออนไลน์ กรณีศึกษา มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์127 KB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทน ำ 1.1 ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ จากแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs หรือ Non-communicable Diseases) ระดับชาติ 5 ปี (พ.ศ. 2560 - 2564) ของกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดเผยถึง สถิติของกลุ่มโรค ที่ยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 36 ล้าน คนทั่วโลกในแต่ละปี ส าหรับประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวถึงร้อยละ 75 หรือประมาณ 320,000 คนต่อปี เฉลี่ยชั่วโมงละ 37 คน และมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น (กระทรวงสาธารณสุข, 2560) โดยเฉพาะ 4 กลุ่มโรคที่ส าคัญ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง-หลอดเลือดหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง และโรคมะเร็ง ที่จัดเป็นอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตของคนไทย โดยมีสาเหตุหลัก ได้แก่ อารมณ์ อาหารที่ไม่สมดุล การไม่ออกก าลังกาย หรือการออกก าลังกายที่ไม่ถูกต้อง มลพิษต่าง ๆ ในโลกเพิ่มมากขึ้น จากการสัมผัสเครื่องยนต์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องไฟฟ้ามากเกิน (ใจเพชร กล้าจน, 2561, น. 25) นอกจากนี้การด าเนินวิถีชีวิตทางสังคม ที่เปลี่ยนไป เช่น รูปแบบการใช้ชีวิตที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารด้านต่าง ๆ และกลยุทธ์ทางการตลาดที่ก้าวหน้ามากขึ้น ก็เป็นสาเหตุที่ท าให้ประชาชนมีความเสื่อมทางร่างกายและเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ, เรนูการ์ก สิริกร, ขุนศร สุขเกษม, เทพสิทธิ ณัฐธิวรรณ พันธ์มุง, และวธิดารัตน์ อภิญญา, 2561, น. 1) จากผลกระทบดังกล่าวกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายจัดท าแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) (กระทรวงสาธารณสุข, 2562) แผนปฏิบัติราชการเชิงยุทธศาสตร์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2561-2565) ด้านสุขภาพ โดยการพัฒนาคนให้มีความรู้ มีจิตส านึกในการดูแลสุขภาพที่ดีได้ด้วยตนเอง จัดบร

อ่านต่อ

ิการให้ค าปรึกษาด้านสุขภาพจิต ผ่านช่องทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการให้องค์ความรู้กับประชาชน (สรุปสาระส าคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564, 2560, น.70) สอดคล้องกับการแพทย์วิถีธรรมซึ่งเป็นการแพทย์ทางเลือกในสังกัดกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของกระทรวงสาธารณสุข โดยผู้สร้างแนวคิดนี้ คือ ดร.ใจเพชร กล้าจน ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย โดยได้น าจุดดี 2 ของการแพทย์แผนต่าง ๆ มาบูรณาการด้วยหลักพุทธธรรมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การอยู่ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคภายใต้แก่นหลักของการแพทย์วิถีธรรม (ทัศบูรณ์ พรหมรักษา, 2561) จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม จากการศึกษาของ นิตยาภรณ์ สุระสาย (2563) เรื่อง รูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม พบว่า การด าเนินการพัฒนาบุคคลให้ดูแลสุขภาพด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม ของศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ได้จัดให้มีการอบรม ส าหรับประชาชนทั้งกลุ่มที่มีสุขภาพดี กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถเดินทางมาอบรมฟรีที่ศูนย์ ฯ ระยะเวลาอบรม 7 วัน 6 คืน จัดเป็นประจ าทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 รุ่น ผู้เข้าอบรมเฉลี่ยรุ่นละ 200 คน (วีณา เหลืองอ่อน, 2559) ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2555 ถึง ปัจจุบันพบว่า มีประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่สุขภาพจากหน่วยงาน ต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ (พิไลลักษณ์ พิพิธกุล, 2560, น.5) นอกจากผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกปฏิบัติการดูแลสุขภาพตามแนวทางแพทย์วิถีธรรมแล้ว ยังมีช่องทางศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมได้อีกจากสื่อออนไลน์ได้แก่ เฟซบุ๊ก ยูทูบ และเว๊บไซต์หมอเขียวดอทเน็ต ที่ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ด้านวิชาการของหลักการแพทย์วิถีธรรมไว้ อีกทั้งในเฟซบุ๊กที่เพจหมอเขียวแฟนคลับ ได้ถ่ายทอดสดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในค่ายสุขภาพเป็นประจ า ซึ่งมีจ านวนผู้ติดตาม 117,800 คน ส่วนในยูทูบช่องหมอเขียวทีวี มีจ านวนผู้ติดตาม 270,000 คน จะเห็นได้ว่ามีผู้สนใจศึกษาเรียนรู้การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมจ านวนไม่น้อย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ได้ประกาศว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แถลงการณ์โดยระบุว่า วันที่ 11 มีนาคม 2563 ไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว หลังจากมีการลุกลามไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย รัฐบาลไทย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันควบคุมโรค เพื่อลดการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 โดยให้งดกิจกรรมสัมผัสคนหมู่มาก งดการเดินทาง (กระทรวงสาธารณสุข, 2563) ท าให้องค์กรแพทย์วิถีธรรม ก็มีนโยบายให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาล โดยได้ประกาศปิดศูนย์วิชาการการแพทย์วิถีธรรม งดกิจกรรมการอบรม รวมถึงงดกิจกรรมร้านค้าต่าง ๆ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนโดยตรง โดยเลื่อนไปอย่างไม่มีก าหนดจนกว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลายพอสมควร จึงจะเปิดท าการ แต่ยังคง สามารถ 3 ติดตามได้ โดยผ่านทางสื่อออนไลน์ จะมีการเผยแพร่ให้รับทราบ ข้อมูล ความรู้ต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ เพื่อที่จะได้มีองค์ความรู้ในการด ารงชีวิตอย่างเข้มแข็ง ให้อยู่รอดปลอดภัย (ใจเพชร กล้าจน, 2563) กล่าวได้ว่า การดูแลสุขภาพในยุคนี้ ควรจะต้องมีการได้เรียนรู้ เพื่อจะพัฒนาบุคคลให้สามารถพึ่งตนเองได้ในเรื่องสุขภาพ การดูแลสุขภาพต้องอาศัยการเรียนรู้จากผู้ปฏิบัติได้จริงที่เป็นแบบอย่างที่ดี จึงจะสามารถมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ และเพื่อเกิดความต่อเนื่องในการดูแลสุขภาพตนเอง แม้เป็นช่วงวิกฤติในสถานการณ์ โควิด-19 ที่ระบาดอย่างหนักในขณะนี้ ผู้วิจัยจึงคิดว่า การจัดค่ายสุขภาพออนไลน์จะช่วยให้ประชาชนหันมาศึกษาและเรียนรู้การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการดูแลสุขภาพตนเองในเบื้องต้นได้ 1.2 วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย การวิจัยเรื่อง รูปแบบการพัฒนาค่ายสุขภาพออนไลน์ กรณีศึกษา: มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1.2.1 เพื่อศึกษาปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1.2.2 เพื่อพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1.2.3 เพื่อประเมินรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1.3 ขอบเขตกำรวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ด้วยกระบวนการวิจัยและพัฒนา โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสานวิธี ได้ก าหนดขอบเขตของการวิจัย ดังนี้ 1.3.1 ขอบเขตด้ำนประชำกร 1.3.1.1 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาปัญหาและบริบทปัจจุบันของค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทยครั้งนี้ คือ ผู้ที่ติดตามรับชมรายการสุขภาพของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมจากสื่อสังคม ออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ ไลน์ ใน 1 เดือน ที่ผ่านมา จากการเปิดตารางของเครจซี่และมอแกน (Krejcie & Morgan, 1970) ได้ตัวอย่าง จ านวน 28 คน เพื่อความ 4 สะดวกในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยจึงเก็บข้อมูล จ านวน 30 คน และวิธีสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก (Convenience Sampling) หรืออาสาสมัครที่มีความสมัครใจในการตอบแบบสอบถาม 1.3.1.2. ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญโดยการจัดสนทนากลุ่ม ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) จ านวน 13 คน โดยก าหนดคุณสมบัติ ดังนี้ 1) มีอายุ 20 ปีขึ้นไป 2) เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม หรือ 3) มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อหาแนวทางการแก้ไข 1.3.1.3. ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ในการสนทนากลุ่มของผู้ทรงคุณวุฒิ ในการวิพากษ์รูปแบบฯ คือ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม และมีความรู้ความสามารถในด้านเทคโนโลยีในมิติต่าง ๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดค่ายสุขภาพออนไลน์ จ านวน 9 คน 1.3.1.4. กลุ่มเป้าหมาย ในการทดลองรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ คือ อาสาสมัคร ที่มีอายุ 18-80 ปี เป็นผู้สมัครเข้าค่ายออนไลน์ที่มีความสนใจดูแลสุขภาพด้วยแนวทางของหลักการแพทย์วิถีธรรมและมีอาการไม่สบายหรือมีโรคประจ าตัว มีความสามารถในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (ไลน์, เฟซบุ๊ก, ยูทูบ, ซูม) ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ ยินดีเข้าร่วมกรอกแบบสอบถามตลอดโครงการ โดยใช้ตารางของเครจซี่และมอแกน (Krejcie & Morgan,1970) จ านวน 92 คน และวิธีสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Selection) 1.3.1.5 กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในการประเมินรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ จ านวน 17 ท่าน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) และก าหนดคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการน าแก่นหลักการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักการแพทย์วิถีธรรมไปเผยแพร่กับบุคคลอื่น 1.3.2 ขอบเขตด้ำนเวลำ ช่วงระยะเวลาทดสอบรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ 3 เดือน 1.3.3 ขอบเขตด้ำนเนื้อหำ ขอบเขตเนื้อหาในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แนวคิดสุขภาพบุญนิยม แนวคิดหลักการแพทย์วิถีธรรม แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนา และแนวคิดทฤษฎีวงล้อเดมมิ่ง 1.3.4 ขอบเขตด้ำนพื้นที่ งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาในพื้นที่กลุ่มผู้สมัครเข้าค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย บนสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ไลน์ 5 1.4 นิยำมศัพท์เฉพำะ ค่ำยสุขภำพ สถานที่ที่ถูกก าหนดให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ในการดูแลสุขภาพพึ่งตน ตามหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีจุดเด่น คือ ประหยัด เรียบง่าย ปลอดภัย ได้ผล แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ พึ่งตนได้ ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นเป็นหลัก และสามารถประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตประจ าวันได้อย่างยั่งยืน เป็นทางเลือกหนึ่ง ในการดูแลสุขภาพ อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ค่ำยสุขภำพออนไลน์ หมายถึง การจัดการสื่อการเรียนรู้ โดยมีการจัดการเนื้อหาและกิจกรรม ให้ผู้เข้าค่ายสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและ น าไปปฏิบัติให้เข้ากับวิถีชีวิตประจ าวันในสังคมปัจจุบัน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ยูทูบ (YouTube) เฟซบุ๊ก (Facebook) ไลน์ (Line) ซึ่งจะสะดวกในการสื่อสารและรับทราบข่าวสารได้รวดเร็ว การสื่อออนไลน์ผ่านเครือข่ายต่าง ๆ จึงเป็นช่องทางในการเผยแพร่องค์ความรู้การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรภาคประชาชนที่ไม่หวังผลก าไร ซึ่งได้ด าเนินกิจกรรมการให้องค์ความรู้ด้านสุขภาพคู่กับการปฏิบัติธรรมโดยการจัดอบรมค่ายสุขภาพให้องค์ความรู้และฝึกทักษะในการดูแลสุขภาพตัวเองได้ทั้ง 4 ขั้นตอน สร้างเสริม ป้องกัน รักษา และ ฟื้นฟู เป็นการช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพให้แก่ประชาชนและผู้สนใจโดยใช้องค์ความรู้ของหลักการแพทย์วิถีธรรม บุคลำกรมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกว่า จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม เป็นกลุ่มคนดี มีศีล ที่เสียสละแรงกาย แรงปัญญา เพื่อช่วยเหลือมวลมนุษยชาติโดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ 1.5 พื้นที่ท ำกำรศึกษำวิจัย ศูนย์แม่ข่ายห้องปฏิบัติการวิชาการและการสื่อสาร ชุมชนภูผาฟ้าน ้า มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย บ้านแม่เลา ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 6 1.6 ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1.6.1 ได้ทราบถึงปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1.6.2 ได้พัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1.6.3 ได้รูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน