7. บทที่ 2 02122022.pdf

โฟลเดอร์นส. แก้วเกื้อกูล กล้าจน เรื่องรูปแบบพัฒนาสุขภาพออนไลน์ กรณีศึกษา มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์426 KB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

7 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บทนี้เป็นการน าเสนอ แนวคิด ทฤษฎี ซึ่งผู้วิจัยได้ท าการสืบค้นจากเอกสารทางวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจากหนังสือ ต ารา วารสาร ข้อเขียนของผู้ช านาญการและเชี่ยวชาญ น าผลมาทบทวน เพื่อสนับสนุนและเป็นแนวทางในการท าวิจัยโดยแบ่งเนื้อหาของบทนี้เป็น 7 ส่วน คือ 2.1 แนวคิดสุขภาพบุญนิยม 2.2 แนวคิดหลักการแพทย์วิถีธรรม 2.3 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ 2.4 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนา 2.5 แนวคิดทฤษฎีวงล้อเดมมิ่ง 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.6.1 งานวิจัยและบทความในประเทศไทย 2.6.2 งานวิจัยและบทความในต่างประเทศ 2.7 สรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิดสุขภาพบุญนิยม แนวทางการปฏิบัติด้านสุขภาพของสถาบันบุญนิยมตามที่ ใจเพชร กล้าจน (2558, น.158) กล่าวได้ไว้ว่า การสร้างสุขภาพของบุญนิยมนั้นจะกินใช้อย่างประหยัด เรียบง่ายปลอดภัย ใช้ทรัพยากรในพื้นที่และภูมิปัญญาในท้องถิ่นเป็นหลัก ปลูกฝั่งวัฒนธรรมในการกินอยู่หลับนอน เน้นการพึ่งพาตนเองและในด้านของความเจ็บป่วยจะป้องกันก่อนการรักษา หลักการดูแลสุขภาพ 8 อ.ของสถาบันบุญนิยม ประกอบด้วย (ใจเพชร กล้าจน, 2561, น.119 -141) 2.1.1 อิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ (ความพอใจ) วิริยะ (ความเพียร) จิตตะ (จิตใจจดจ่อ ซึ่งเป็นสภาพของสภาวะจิต) และวิมังสา (ตรวจสอบใคร่ครวญ) 8 2.1.2 อารมณ์ คือ ผู้ที่มีสุขภาพจิตที่ดี อารมณ์ดี เป็นสุข ร่าเริง แจ่มใส ไม่เครียด ส่วนคนที่มีสุขภาพจิตที่ไม่ดี เครียด วิตกกังวล หงุดหงิด โมโห ไม่ได้ดั่งใจก็อึดอัดขัดเคือง น้อยใจ ทุกข์ใจ ถ้าเป็นบ่อย ๆ นานเข้า ก็จะท าให้สุขภาพของผู้นั้นทรุดโทรม เจ็บป่วย 2.1.3 อาหาร คือ เน้นการผลิตเองและเป็นอาหารไร้สารพิษ กิน อาหารให้ถูกสมดุล ถูกตามสภาพร่างกายในปัจจุบัน ถ

อ่านต่อ

ูกสภาวะอากาศ สิ่งแวดล้อมและถูกตามอาหารหลัก 5 หมู่ 2.1.4 ออกก าลังกาย คือ การออกก าลังที่เหมาะสมกับวัย 2.1.5 เอนกาย คือ การพักผ่อนนอนหลับ เป็นการจัดสมดุลของการรู้พักรู้เพียรให้พอเหมาะ ทั้งในขณะที่ท ากิจกรรมการงาน และการนอนหลับพักผ่อน 2.1.6 เอาพิษออก คือ เป็นการเอาสิ่งที่เป็นภัยออกจากร่างกาย 2.1.7 อากาศ คือ อากาศที่บริสุทธิ์ มีมลพิษน้อย 2.1.8 อาชีพ คือ การเลือกประกอบอาชีพที่สุจริต ที่ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น ไม่ท าให้ตัวเองเสียสุขภาพ ไม่ท าให้ตัวเองตกต ่า และไม่ท าลายสิ่งแวดล้อม (หมายขวัญพุทธ กล้าจน, 2559, น.19) สรุปว่า แนวคิดสุขภาพบุญนิยม เป็นแนวการปฏิบัติเพื่อไปสู่ความพอเพียง เรียบง่าย ประหยัด กินน้อยใช้น้อย พึ่งตนได้ เหลือกินเหลือใช้แจกจ่ายแบ่งปัน เสียสละ ไม่สะสม กล้าจน ไม่มีหนี้ มีศีลเป็นอยู่อย่างเบิกบาน ลด ละ เลิก กิเลส โลภ โกรธ หลง ในตนเองเป็นล าดับ ๆ 2.2 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับหลักการแพทย์วิถีธรรม 2.2.1 หลักการแพทย์วิถีธรรม การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม จิรนันท์ ทับเนียม (2561, น.25) สรุปไว้ว่า การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม เป็นการดูแลสุขภาพโดยเน้นการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่พัฒนาขึ้นโดย ใจเพชร กล้าจน ซึ่งได้รับการรับรองเป็นผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2555 เป็นการน าหลักธรรม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง น าจุดดีของวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน แผนไทยและแผนทางเลือก รวมไปถึงหลัก 8 อ. มาบูรณาการเป็นการแพทย์วิถีพุทธ การควบคุม บ าบัด บรรเทาการเจ็บป่วย ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ โดยการปรับสมดุลไปสู่จุดที่รู้สึกสบาย เบากายมีก าลัง 2.2.2 สาเหตุหลักของภาวะความเสื่อมและความเจ็บป่วย ใจเพชร กล้าจน (2561, น. 25) ได้สรุปถึง สาเหตุหลักของภาวะความเสื่อมและความเจ็บป่วย 9 2.2.2.1 อารมณ์เป็นพิษ เช่น ความเครียด ความเร่งรีบ/ เร่งร้อน ความกลัว ความวิตกกังวล อาฆาต พยาบาท ความโลภ โกรธ หลง ยึดดีเกิน เอาแต่ใจตัวเอง เป็นต้น บาปอกุศลและความกังวล จะท าให้มีโรคมากและอายุสั้น 2.2.2.2 อาหารเป็นพิษและไม่สมดุล เช่น พิษจากอาหารมีสารพิษสารเคมี อาหารมีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์มากเกินไป อาหารปรุงรสจัด สัดส่วนและชนิดของอาหารไม่สมดุล ไม่รู้เทคนิคการปรุงอาหาร ไม่รู้เทคนิคในการรับประทานอาหารสุขภาพอย่างสมดุล 2.2.2.3 พิษจากการไม่ออกก าลังกาย หรือการออกก าลังกายที่ไม่ถูกต้อง 2.2.2.4 พิษจากมลพิษต่าง ๆ ในโลกเพิ่มมากขึ้น เช่น มิตรสหายที่ไม่ดี อุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น ควันพิษ และสารพิษต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 2.2.2.5 พิษจากการสัมผัสเครื่องยนต์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องไฟฟ้ามากเกินไป 2.2.3 การจัดค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม 2.2.3.1 ที่มาของค่ายแพทย์วิถีธรรม “หมอเขียว” ใจเพชร กล้าจน เป็นผู้บูรณาการองค์ความรู้ หลักแพทย์วิถีธรรมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีสาเหตุมาจาก สถานการณ์ปัญหาสุขภาพของประเทศไทย 3 ประการหลัก ได้แก่ 1) ปริมาณผู้ป่วย ชนิดของความเจ็บป่วย และความรุนแรงของ การเจ็บป่วยโดยรวมเพิ่มมากขึ้น 2) ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น 3) ภาพรวมประชาชนเองพึ่งตนในด้านสุขภาพไม่ได้หรือพึ่งตนเองได้น้อย หลักแพทย์วิถีธรรม เป็นการดูแลสุขภาพแบบพึ่งตนที่น าเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือก แผนพื้นบ้าน และ หลัก 8 อ.เพื่อสุขภาพที่ดีของสถาบันบุญนิยม มาบูรณาการด้วยพุทธธรรม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้เหมาะสมและสามารถแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ ณ สภาพสังคมในปัจจุบัน น าไปสู่การปฏิบัติที่ ประหยัด ปลอดภัย เรียบ ง่าย ได้ผลเร็ว พึ่งตนเองได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก และมีความยั่งยืน 2.2.3.2 เป้าหมายของการจัดค่ายสุขภาพ 1) เรียนรู้กลไก การเกิด และการหายของโรคต่างๆ โรคเหล่านี้ไม่น่ากลัว อย่างที่คิด บรรเทา หรือหายได้ด้วยการปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ 2) เรียนรู้วิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันโรค ควบคุมโรค ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยเทคนิค 9 ข้อ ส าหรับผู้ป่วยที่มีโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เช่น มะเร็ง เนื้องอก เบาหวาน ความ 10 ดันโลหิตสูง ไขมันสูง โรคหัวใจ ไต ภูมิแพ้ ปวดตามข้อ บวม ร้อนตามร่างกาย และผู้ป่วยที่มี ภูมิต้านทานน้อย เป็นต้น 3) เรียนรู้เทคนิคการรับประทานอาหาร ตามล าดับการย่อยง่าย เพื่อปรับสมดุล 4) มารู้จัก ผัก ผลไม้ สมุนไพร และกลุ่มอาหารฤทธิ์ร้อน-ฤทธิ์เย็น 5) เรียนรู้การท าน ้าสมุนไพร และการปรุงอาหารเพื่อปรับสมดุลร้อน-เย็น 6) เรียนรู้กายบริหาร โยคะ กดจุดลมปราณ ตามอวัยวะต่าง ๆ เพื่อช่วย ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ 7) เรียนรู้การระบายพิษออกจากร่างกาย ด้วยวิธีต่าง ๆ ตามหลักแพทย์วิถีธรรม 8) เรียนรู้วิธีดับโลก (โรค) ร้อน ด้วยวิถีแห่งพรหม 9) เพื่อให้ทุกท่านมาเป็นหมอดูแลและบ าบัดสุขภาพตนเอง โดยไม่ต้อง พึ่งยา หรือลดการใช้ยา 2.2.3.3 การเตรียมตัวก่อนเข้าค่ายสุขภาพ 1) ฝึกลดหรืองดการรับประทานเนื้อสัตว์ และลดการปรุงแต่งรสอาหาร จากเดิมให้จืดลง ประมาณ 1-2 สัปดาห์ 2) เตรียมของใช้ส่วนตัวที่จ าเป็น (มุ้ง ผ้าห่ม เสื่อ จาน ชาม แก้วน ้า มีให้ยืมใช้) 3) เตรียมเสื้อผ้าสวมใส่สบาย แต่งกายสุภาพ (ห้ามสวมเสื้อผ้ารัดรูป คอลึก ขาสั้น แขนกุด) และน าเสื้อมีกระดุมหน้ามา 1 ตัว ส าหรับสวมขณะท า กัวซา 4) ควรมาถึงค่ายก่อนวันอบรม 1 วันเท่านั้น และอบรมจนครบตามก าหนด เพื่อผลต่อสุขภาพของท่านเอง 5) เตรียมเงินมาพอสมควร เผื่อว่าท่านต้องการซื้อต ารา สื่อการเรียนรู้ ผลิตภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ใช้ในการดูแลสุขภาพตัวเอง ซึ่งทางศูนย์มีไว้บริการ 6) เอกสารที่ต้องน ามา บัตรประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ เพื่อแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ขณะลงทะเบียนเข้าค่าย **หมายเหตุ: อาหารในค่ายสุขภาพเป็นอาหารปรับสมดุล รสชาติค่อนข้างจืด ไม่มีส่วนประกอบของ เนื้อสัตว์ นม ไข่ และน ้ามัน เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ ควรรับประทานอาหารที่จัดให้ หากน าอาหารติดตัวมา ต้องไม่มีเนื้อสัตว์ 7) ทางศูนย์ฯ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการอบรม 11 2.2.3.4 ข้อควรปฏิบัติร่วมกันตลอดการอยู่ในค่ายสุขภาพ 1) ลงทะเบียนพร้อมยื่นบัตรประชาชน รับป้ายชื่อติดหน้าอก 2) ยืมเครื่องนอน เครื่องใช้ในการรับประทานอาหาร (ถ้าไม่ได้เตรียมมา) 3) ที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนเอง มิใช่สถานที่รักษาพยาบาล จะรับผู้อบรมเฉพาะช่วงเวลาจัดค่ายเท่านั้น 4) ผู้ป่วยที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องมีญาติมาดูแลด้วย 5) ผู้ป่วยหนัก หรือผู้ป่วยที่มีโรคติดต่อ ขอให้ส่งญาติมาอบรมแทน 6) โปรดแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเวลาอยู่ในค่าย งดสวมกระโปรง หรือกางเกงที่สั้นมาก เสื้อสายเดี่ยว หรือเสื้อผ้ารัดรูป เตรียมกางเกงที่สวมสบายส าหรับฝึกโยคะ 7) ห้ามสูบบุหรี่และสิ่งเสพติดในศูนย์ฯ เด็ดขาด 8) กรุณาอย่าน าอาหารที่มีเนื้อสัตว์ เข้ามารับประทานในศูนย์ฯ 9) ช่วงเข้าค่ายควรรับประทานอาหารตามที่ศูนย์ฯ จัดให้ 10) กรุณาช่วยกันประหยัดการใช้น ้า-ไฟฟ้า 11) รักษาความสะอาดภายในศูนย์ฯ และห้ามน าสัตว์ทุกชนิดเข้ามาภายในศูนย์ฯ 12) ทิ้งขยะให้ถูกที่ แยกขยะสด ขยะแห้ง (ขยะสดจะน าไปท าปุ๋ยเพื่อปลูกผัก) 13) ห้ามประกอบธุรกิจที่หารายได้กับผู้ป่วยในศูนย์ฯ ขอให้มีน ้าใจ เกื้อกูล แบ่งปัน ดูแลกันโดยไม่คิดค่าตอบแทน 14) ขอความร่วมมือทุกท่านตรวจสุขภาพพื้นฐาน ได้แก่ การชั่งน ้าหนัก วัดรอบเอว วัดความดันโลหิต (ฟรี) 15) กรอกข้อมูลลงในใบประเมินผลการเข้าค่าย ส่งให้เจ้าหน้าที่หลังจบค่าย 12 ตารางกิจกรรมเข้าค่ายสุขภาพหลักสูตรอบรม 5 วัน ตารางที่ 2.1 ตารางกิจกรรมเข้าค่ายสุขภาพหลักสูตรอบรม 5 วัน วันที่ เวลา รายการ วันแรกของค่าย 05.00 – 06.00 น. สวดมนต์ ท าวัตรเช้า ทบทวนธรรม 06.00. – 07.10 น. กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ๑ ชั่วโมง 07.10 – 07.30 น. วิดีทัศน์ การล้างจานและการแยกทิ้งขยะสดแห้ง 07.30 – 08.30 น. รับประทานอาหารเช้าและลงทะเบียนส าหรับผู้เข้าอบรมมาใหม่ 08.30 – 09.00 น. ชม “VDO คนค้นคน” 09.00 – 10.00 น. ปฐมนิเทศ 10.00 – 12.00 น. สาธิตเทคนิคข้อที่ 1 “การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล” เทคนิคข้อที่ 7 “การรับประทานอาหารปรับสมดุล” 12.00 – 13.30 น. รับประทานอาหารปรับสมดุลมื้อหลัก 13.30 – 17.00 น. บรรยายโดย ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) 17.00 – 18.30 น. รับประทานอาหารสุขภาพมื้อเย็น ท าธุระ-ภารกิจส่วนตัว 18.30 – 20.30 น. สาธิตเทคนิคข้อที่ 2 “การกัวซา” ข้อที่ 3 การสวนล้างล าไส้ใหญ่ (ดีท็อกซ์) 20.30 – 21.00 น. เตรียมพักผ่อนนอนหลับสบาย 21.00 น. ปิดไฟ งดใช้เสียง วันที่สองของค่าย 03.45 – 04.30 น. เสียงปลุกเสียงปลง 04.30 – 05.30 น. สวดมนต์ ท าวัตรเช้า ทบทวนธรรม 05.30. – 07.30 น. กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ๒ ชั่วโมง พร้อมตรวจสุขภาพพื้นฐาน 07.30 – 08.30 น. รับประทานอาหารเช้า 08.30 – 10.00 น. บ าเพ็ญกิจกรรมฐานงานต่าง ๆ 13 ตารางที่ 2.1 ตารางกิจกรรมเข้าค่ายสุขภาพหลักสูตรอบรม 5 วัน (ต่อ) วันที่ เวลา รายการ วันที่สองของค่าย (ต่อ) 10.00 – 11.00 น. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ป่วย 11.00 – 12.00 น. สาธิตเทคนิคข้อที่ 4 “การแช่มือแช่เท้า” และ ข้อที่ 5 “การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ ด้วยน ้าสมุนไพรที่ถูกกัน” 12.00 – 13.30 น. รับประทานอาหารปรับสมดุลมื้อหลัก 13.30 – 17.00 น. บรรยายโดย ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) 17.00 – 18.00 น. รับประทานอาหารสุขภาพมื้อเย็น ท าธุระ-ภารกิจส่วนตัว 18.00 – 20.00 น. เข้ากลุ่มโรค แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 20.00 – 21.00 น. เตรียมพักผ่อนนอนหลับสบาย 21.00 น. ปิดไฟ งดใช้เสียง วันที่สามของค่าย 03.45 – 04.30 น. เสียงปลุกเสียงปลง 04.30 – 05.15 น. สวดมนต์ ท าวัตรเช้า ทบทวนธรรม 05.15 – 06.00 น. ฝึกลมหายใจปรับสมดุล และเดินเร็ว 06.00 – 08.00 น. บ าเพ็ญกิจกรรมฐานงาน 08.00 – 09.00 น. รับประทานอาหารเช้า 09.00 – 10.30 น. กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ๒ ชม. พร้อมสาธิต 10.30 – 12.00 น. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ป่วย 12.00 – 13.30 น. รับประทานอาหารปรับสมดุลมื้อหลัก 13.30 – 17.00 น. บรรยายโดย ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) 17.00 – 18.00 น. รับประทานอาหารสุขภาพมื้อเย็น ท าภารกิจส่วนตัว 18.00 – 20.00 น. ฝึกถอนพิษ ปรับสมดุลการดูแลสุขภาพ โดยผู้เข้าอบรม 14 ตารางที่ 2.1 ตารางกิจกรรมเข้าค่ายสุขภาพหลักสูตรอบรม 5 วัน (ต่อ) วันที่ เวลา รายการ วันที่สามของค่าย (ต่อ) 20.00 – 21.00 น. เตรียมพักผ่อนนอนหลับสบาย 21.00 น. ปิด-ไฟ งดใช้เสียง วันที่สี่ของค่าย 03.45 – 04.30 น. เสียงปลุกเสียงปลง 04.30 – 05.15 น. สวดมนต์ ท าวัตรเช้า ทบทวนธรรม 05.15 – 06.00 น. ฝึกลมหายใจปรับสมดุล และเดินเร็ว 06.00 – 08.00 น. บ าเพ็ญกิจกรรมฐานงาน 08.00 – 08.45 น. รับประทานอาหารเช้า 08.45 – 10.00 น. กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ๑ ชม. พร้อมสาธิต 10.30 – 11.00 น. ชีวิตร ่าไห้ 11.00 – 12.00 น. เมนูอาหารสุขภาพ 12.00 – 13.30 น. รับประทานอาหารปรับสมดุลมื้อหลัก 13.30 – 17.00 น. บรรยายโดย ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) 17.00 – 18.00 น. รับประทานอาหารสุขภาพมื้อเย็น ท าธุระ-ภารกิจส่วนตัว 18.00 – 20.00 น. ฝึกถอนพิษ ปรับสมดุลในการดูแลสุขภาพ โดยผู้เข้าอบรม 20.00 – 21.00 น. เตรียมพักผ่อนนอนหลับสบาย 21.00 น. ปิด-ไฟ งดใช้เสียง วันที่ห้าของค่าย 03.45 – 04.30 น. เสียงปลุกเสียงปลง 04.30 – 05.15 น. สวดมนต์ ท าวัตรเช้า ทบทวนธรรม 05.15 – 08.00 น. อ. หมอเขียว ตอบแหลกก่อนแหกค่าย พร้อมตรวจสุขภาพพื้นฐาน 08.00 – 09.00 น. กิจกรรมตลาดวิถีธรรม รับประทานอาหารเช้า 15 ตารางที่ 2.1 ตารางกิจกรรมเข้าค่ายสุขภาพหลักสูตรอบรม 5 วัน (ต่อ) วันที่ เวลา รายการ วันที่ห้าของค่าย (ต่อ) 09.00 – 12.00 น. บรรยายสรุปโดย ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) 12.00 น. เป็นต้นไป รับประทานอาหารปรับสมดุลมื้อหลัก แยกย้ายเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ หรือช่วยกันท า 5 ส. ตอบแทนคุณสถานที่ 2.2.4 แก่นหลักของการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ใจเพชร กล้าจน (2562, น. 13) ได้กล่าวถึง แก่นหลักของการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม หรือ เทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) ดังนี้ เม็ดเลิศ เม็ดที่ 8, 9 เป็นการดูแลสุขภาพด้านนามธรรมมีฤทธิ์เลิศยอดที่สุดกว่าทุกวิธีในโลก ซึ่งด้านนามธรรมของพุทธะนั้น มีฤทธิ์ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ บวก เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนด้านรูปธรรมหรือด้านวัตถุนั้น มีฤทธิ์ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งควรพากเพียรท าให้ดีที่สุดเท่าที่จะท าได้ เม็ดที่ 8 ใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญกุศล ท าจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสหายดีสร้างสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี ด้วยการสานพลังกับหมู่มิตรดี ลดกิเลส และช่วยเหลือผู้อื่น เม็ดที่ 9 คือ รู้เพียรรู้พักให้พอดี เม็ดหลัก เม็ดที่ 7, 6 ควรท าเป็นหลัก ให้สม ่าเสมอ จนเป็นปกติของชีวิต เพราะเป็นการดูแลสุขภาพที่มีฤทธิ์สูงที่สุดด้านรูปธรรมหรือด้านวัตถุ ซึ่งต้องท าเป็นหลักควบคู่กับด้านนามธรรม เม็ดที่ 7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย เม็ดที่ 6 การออกก าลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ที่ถูกต้อง เม็ดเสริม เม็ดที่ 1-5 ใช้เสริมในการปรับสมดุลร้อนเย็น เมื่อเกิดโรคหรืออาการไม่สบาย โดยเลือกใช้เฉพาะวิธีที่ใช้แล้ว สบาย เบากาย มีก าลัง เป็นอยู่ผาสุก ณ เวลานั้น ซึ่งก่อนหน้านี้อาจเคยใช้แล้วถูกกันหรือไม่ถูกกันก็ได้ แต่ ณ ปัจจุบันใช้แล้วถูกกัน โดยใช้ในปริมาณที่พอดีสบาย ถ้าใช้วิธีการใดแล้ว รู้สึกไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ควรหยุดใช้วิธีนั้น เพราะเป็นอาการที่แสดงว่า วิธีนั้นไม่ 16 สมดุล ไม่ถูกกันกับผู้นั้น ณ เวลานั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาอาจเคยถูกกันหรือไม่ถูกกันก็ได้ แต่ ณ ปัจจุบันนั้น ไม่ถูกกัน ต้องพร้อมปรับพร้อมเปลี่ยนไปสู่สภาพที่รู้สึกสบาย เม็ดที่ 1 การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น เม็ดที่ 2 การกัวซาหรือขูดซาหรือขูดพิษหรือขูดลม (การขูดระบายพิษทางผิวหนัง) เม็ดที่ 3 การสวนล้างพิษออกจากล าไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรที่ถูกกัน (ดีท็อกซ์) เม็ดที่ 4 การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที่ไม่สบายในน ้าสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย เม็ดที่ 5 การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด ด้วยสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 2.2.5 การวิเคราะห์ภาวะร้อนเย็นที่ไม่สมดุลจากการติดเชื้อโควิด ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ใจเพชร กล้าจน (2564, น. 21) เมื่อติดเชื้อโควิด ท าให้โครงสร้าง โครงรูปของเซลล์ผิดปกติ เสียหน้าที่ เกิดภาวะร้อนเย็นไม่สมดุล ดังนี้ 2.2.5.1 ภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน (กระทบกับสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนแล้วรู้สึกไม่สบาย กระทบสิ่งที่มีฤทธิ์เย็นรู้สึกสบาย) จากร่างกายผลิตพลังงานมาต่อสู้กับเชื้อโควิด ตามหลักวิทยาศาสตร์ การท างานของร่างกายจะเกิดกรดและความร้อนที่เป็นของเสีย เป็นพิษต่อร่างกายขึ้น แก้ไขด้วยการใช้สิ่งที่มีฤทธิ์เย็น ลดหรืองดสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน 2.2.5.2 ภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเย็นที่เกิดขึ้นพร้อมกัน (ร้อนเย็นพันกัน) (กระทบสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนอย่างเดียวแล้วรู้สึกไม่สบาย กระทบสิ่งที่มีฤทธิ์เย็นอย่างเดียวก็รู้สึกไม่สบาย แต่เมื่อกระทบทั้งสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนและเย็นผสมกันแล้วรู้สึกสบาย) จากกลไกที่ร่างกายเกร็งตัว (รีเฟล็กซ์ บีบเอาพิษโควิด พิษกรดและความร้อนออกจุดที่ผลิตพลังงานขึ้นมาเกร็งตัวบีบพิษจะเกิดภาวะร้อนเกิน ส่วนจุดที่เลือดลมไหลเวียนไปเลี้ยงไม่ได้และจุดที่หมดพลังงานจะเกิดภาวะเย็นเกิน จึงเกิดภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเย็นเกิดขึ้นพร้อมกัน แก้ไขด้วยการใช้สิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนและเย็นผสมกัน เท่าที่รู้สึกสุขสบาย เบากาย มีก าลัง หรือไม่สบายแต่เบากาย มีก าลัง 2.2.5.3 ภาวะไม่สมดุลแบบเย็นเกิน (กระทบกับสิ่งที่มีฤทธิ์เย็นแล้วรู้สึกไม่สบาย กระทบสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนรู้สึกสบาย) จากกลไกที่ร่างกายผลิตพลังงานมาต่อสู้กับเชื้อโควิด รวมทั้งเกร็งตัว (รีเฟล็กซ์ บีบเอาพิษโควิด พิษกรดและความร้อนออก ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เลือดลมไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายไม่ได้และหมดพลังงานจนเกิดภาวะเย็นเกิน แก้ไขด้วยการใช้สิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน ลดหรืองดสิ่งที่มีฤทธิ์เย็น เท่าที่รู้สึกสุขสบาย เบากาย มีก าลัง หรือไม่สบายแต่เบากาย มีก าลัง 17 ต้องวินิจฉัยตรวจสอบว่า ณ เวลานั้นมีภาวะร้อนเย็นไม่สมดุลแบบใด เพื่อน าไปสู่การปรับสมดุลร้อนเย็นได้ถูกต้อง ซึ่งจะท าให้ โครงสร้างโครงรูปของเซลล์ปกติ ท าหน้าที่ได้ตามปกติ สามารถสร้างเม็ดเลือดขาวและสารอินเทอร์โฟรอนมาก าจัดเชื้อไวรัสโควิดได้ ใจเพชร กล้าจน (2564) สรุปว่า “ข้อควรตระหนักที่ส าคัญยิ่งในการรักษาโรค หรือดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพ คือ การเพิ่มศีล จะท าให้ทุกวิธีในการรักษามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่วนการผิดศีล จะท าให้ทุกวิธีในการรักษามีประสิทธิภาพลดลง และประเด็นที่ส าคัญอีกอย่างหนึ่ง คือพระพุทธเจ้าและการแพทย์ทุกแผนพบว่า แต่ละคนมีองค์ประกอบของชีวิตแตกต่างกัน จึงถูกกับวิธีการ หรือสิ่งที่ใช้ในการรักษาแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นที่มาของค ากล่าวที่ว่า “ลางเนื้อชอบ ลางยา” คือแต่ละคน ถูกกับแต่ละสิ่งแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน สิ่งที่ท าให้หายหรือทุเลาจากโรค ท าให้มีโรคน้อย แข็งแรง อายุยืน คือ ให้เลือกใช้วิธีที่ผู้นั้นรู้สึกสุขสบาย เบากาย มีก าลัง เป็นอยู่ผาสุก” สรุป การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมเน้นการพึ่งตน เรียบง่าย ใช้ของใกล้ตัวที่หาได้ง่ายและไม่มีโทษ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงประหยัดสุด ซึ่งเหมาะกับในสถานการณ์ช่วงโควิดระบาดที่ต้องกักตัวอยู่ในที่พักไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ และต้องอยู่ในหมู่กลุ่มมิตรดีสหายดี ที่พากันลด ละ เลิก กิเลส ร่วมกันฝึกฝนเรียนรู้การพึ่งตนและช่วยคนให้พ้นทุกข์ 2.3 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ ความหมายของสื่อสังคมออนไลน์ จิรนันท์ ทับเนียม (2561, น. 39) สื่อสังคมออนไลน์ หมายถึง เครื่องมือปฏิบัติการในทางสังคม (Social Tool) เพื่อใช้สื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใด ๆ มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเน้นให้ผู้ใช้เป็นทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารแบบมีส่วนร่วม อย่างสร้างสรรค์ในการผลิตเนื้อหาขึ้นเอง ในรูปของข้อมูล ภาพ และเสียง เรียกว่า สื่อดิจิตอล มนวิภา วงรุจิระ (2562, น. 7-9) กล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) คือ เครื่องมือที่ใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนในสังคมบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้เทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสารสารสนเทศที่เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงผู้คนจ านวนมากได้อย่างรวดเร็วและกระจายไปในวงกว้าง ท าให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลความรู้และข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างบุคคลและกลายเป็นชุมชนเสมือนในสังคมยุคดิจิทัลขึ้น 18 2.3.1 บทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน 2.3.1.1 เป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้กับทุกคนสามารถเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นและแบ่งปัน ข้อมูลข่าวสารต่อกัน 2.3.1.2 เป็นแหล่งรวมข้อมูลข่าวสารและความรู้ เป็นการเผยแพร่และรับข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่หลากหลายให้กับผู้คนในสังคม 2.3.1.3 เชื่อมโยงผู้คนในสังคม ช่วยให้เกิดการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ เชื่อมโยงคนในสังคมทั่วโลกเข้าด้วยกัน จะพบกลุ่มสมาชิกในสังคมหลากหลายกลุ่มจนเกิดความผูกพันในรูปแบบ 2.3.1.4 ให้ความบันเทิง เป็นการให้ความผ่อนคลายส าหรับผู้ใช้งาน เช่น มีเกมส์ มีรายการบันเทิง ให้ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและแบ่งปันรายการ (กด Like กด Share) 2.3.2 ประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ มนวิภา วงรุจิระ (2562) ได้กล่าวถึงแนวคิดของ คาแวชชา (Cavazza, 2017) ได้แบ่ง ประเภทของสื่อที่ปรากฏอยู่ในสังคมออนไลน์ ดังนี้ 2.3.2.1 บล็อก (Blogs) เป็นสื่อส่วนบุคคล ที่ใช้เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ บันทึกส่วนตัว โดยเปิดโอกาสให้คนอื่นสามารถเข้าไปแบ่งปันข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นได้ 2.3.2.2 เครือข่ายทางสังคม (Social Networking) เป็นเครือข่ายทางสังคมที่ใช้เชื่อมระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล ท าให้เกิดเป็นชุมชนทางสังคมประเภทหนึ่ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันในหลากหลายเรื่องราว นอกจากในเครือข่ายยังใช้เครือข่ายทางสังคมที่เป็นที่นิยม ในการเพิ่มจ านวนเพื่อนหรือสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น 2.3.2.3 เว็บแบ่งปันข้อมูล (Media Sharing) ข้อมูลที่แบ่งปัน เน้นให้บริการฝากรูปภาพโดยสามารถอัปโหลดและดาวน์โหลดรูปภาพเพื่อน ามาใช้งานได้ หรือแบ่งปันวิดีโอ ให้บริการวิดีโอออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งผู้ใช้สามารถเลือกชมเนื้อหาได้ตามความต้องการและยังสามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่เผยแพร่วิดีโออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้จ านวนมากอีกด้วย 2.3.2.4 เวทีแสดงความคิดเห็น (Online Forums) เป็นเสมือนสถานที่ที่ให้ผู้คนเข้ามาพูดคุยในหัวข้อที่พวกเขาสนใจ เป็นเวทีส าหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนถึงการแนะน าสินค้าหรือบริการ นักการตลาดจึงสนใจเนื้อหาที่พูดคุยในเวทีเหล่านี้ เว็บไซต์ประเภทนี้อาจจะเป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยเฉพาะ หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งในเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาต่าง ๆ 19 2.3.2.5 เวทีท างานร่วมกัน (Collaborate Network) เป็นเวทีที่ผู้ใช้งานมีประเด็นสนใจร่วมกัน ต้องการความคิด ความรู้และการเพิ่มเติมความรู้จากผู้ใช้งานที่เป็นผู้มีความรู้หรือเชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านั้น เพื่อให้ได้ เกิดการพัฒนาเพิ่มเติมความรู้ขึ้นเรื่อย ๆ ไปในที่สุด ซึ่งผู้ใช้สามารถเขียนหรือแก้ไขข้อมูลได้อย่างอิสระ 2.3.2.6 โลกเสมือน (Virtual Worlds) คือการสร้างโลกจินตนาการโดยจ าลองส่วนหนึ่งของชีวิตลงไป จัดเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่บรรดาผู้ท่องโลกไซเบอร์ใช้เพื่อสื่อสารระหว่างกันบนอินเทอร์เน็ตในลักษณะโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) 2.3.3 การใช้สื่อสังคมเพื่อการเรียนรู้ ยืน ภู่วรวรรณ (2560, น. 6-59) สื่อสังคม การออนไลน์มีผลต่อการเรียนรู้ แนวคิดของการศึกษาที่ให้ผู้เรียนเป็นส าคัญเน้นที่วิธีการเรียนรู้ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาช่วยในกระบวนการเรียนมากขึ้น เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้มีการสร้างเนื้อหา ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย เกิดเป็นสื่อใหม่รูปแบบที่หลากหลายที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ สามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารที่ต้องการ และเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือใช้เครือข่ายสร้างสังคมการเรียนรู้ร่วมกันโดยใช้เทคโนโลยีช่วย ดังนั้น นวัตกรรมและวิธีการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ความรู้บนสื่อสังคม เพื่อแบ่งปัน องค์ประกอบ และการเรียนรู้ บทบาทของผู้สอนต้องเปลี่ยนและให้ความส าคัญกับวิธีการการเรียนของผู้เรียนให้ม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน