8. บทที่ 3 02122022.pdf

โฟลเดอร์นส. แก้วเกื้อกูล กล้าจน เรื่องรูปแบบพัฒนาสุขภาพออนไลน์ กรณีศึกษา มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์418 KB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 3 ระเบียบวิธีการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยในรูปแบบของการวิจัยและพัฒนา (Research and Development Research) โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method Research) มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 2) เพื่อพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 3) เพื่อประเมินรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ดังนั้น 3.1 กรอบแนวคิด 3.2 ระยะที่ 1 ศึกษาปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 3.3 ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 3.4 ระยะที่ 3 การประเมินรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 3.5 การพิทักษ์สิทธิ์ของผู้ให้ข้อมูล 3.6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 กรอบแนวคิด การวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎี สุขภาพบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม สื่อสังคมออนไลน์ รูปแบบการพัฒนา ดังรูปที่ 3.1 ดังนี้ 38 รูปที่ 3.1 กรอบแนวคิดการวิจัย แนวคิดหลักการแพทย์วิถีธรรม แนวคิดสุขภาพบุญนิยม แนวคิดสื่อ สังคมออนไลน์ แนวคิดรูปแบบการพัฒนา สภาพปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์ การสร้างและทดลองรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย การพัฒนารูปแบบ มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการด าเนินการ เครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการติดต่อสื่อสาร การประเมินผล มีกระบวนการด าเนินการตามกระบวนการบริหารวงจรคุณภาพ (PDCA) ดังนี้ 1) การจัดเตรียมค่ายสุขภาพออนไลน์หรือการวางแผน (Plan) 2) การเปิดค่ายสุขภาพออนไลน์ (Do) 3) การประเมินผลค่ายสุขภาพออนไลน์ (Check) 4) การ

อ่านต่อ

ปรับปรุงการจัดค่ายสุขภาพออนไลน์ (Act) ประเมินรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1. ความเหมาะสม 2. ความเป็นไปได้ รูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย แนวคิดทฤษฎี วงล้อเคมมิ่ง 39 ขั้นตอนการด าเนินการวิจัยรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ รูปที่ 3.2 ขั้นตอนการด าเนินการวิจัยรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ ระยะการด าเนินการ รายละเอียดการด าเนินการ ผลที่ได้รับ ระยะที่ 1 ศึกษาปัญหาและบริบทของค่ายสุขภาพออนไลน์ 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2. ส ารวจปัญหาของค่ายสุขภาพออนไลน์ในปัจจุบัน จากการสุ่มแบบสะดวกตัวอย่าง 30 คน ด้วยรูปแบบค าถามปลายเปิด 3. การศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขค่ายสุขภาพออนไลน์ จากการสนทนากลุ่ม 13 คน 4. วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล สภาพปัญหาในปัจจุบันและบริบทของค่ายสุขภาพออนไลน์ ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาออนไลน์ 1. น าข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์จากระยะที่ 1 เป็นแนวทางในการสร้างโปรแกรมค่ายสุขภาพออนไลน์ 2.จัดสนทนากลุ่มเพื่อพัฒนาโปรแกรมค่ายสุขภาพสุขภาพออนไลน์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน 3. น าโปรแกรมค่ายสุขภาพออนไลน์ไปทดลองใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 92 คน 4 ประเมินตวามพึงพอใจต่อค่ายสุขภาพออนไลน์ 5. ประเมินประสิทธิภาพของค่ายสุขภาพออนไลน์ ได้โปรแกรมค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 10 วัน และได้ผลการทดลองค่ายสุขภาพออนไลน์ ระยะที่ 3 ประเมินรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ 1. ประเมินความเหมาะและความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริง ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินรูปแบบ เป็นการประเมิน จากผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 17 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา 2. สรุปผลและปรับปรุง ผลที่ได้ คือ รูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 40 จากรูปที่ 3.2 ขั้นตอนการด าเนินการวิจัยรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ ระยะที่ 1 ศึกษาปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ดังนี้ 1) การทบทวนเอกสาร ความเป็นมา แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับหลักการแพทย์วิถีธรรม กลุ่มตัวอย่าง 30 คน ใช้วิธีแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถามใช้รูปแบบค าถามเปิด (Open – ended Questions) เชิงส ารวจที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม การเก็บรวบบรวมข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับปัญหาค่ายสุขภาพออนไลน์ และข้อสรุป วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา 2) การจัดสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) ผู้บริหารมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ได้แก่จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดค่ายสุขภาพหรือมีความเชี่ยวชาญด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ รวมจ านวน 13 คน ใช้วิธีแบบเจาะจง โดยผู้วิจัยเป็นผู้สังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อมาวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบ (โปรแกรม) ค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1) น าข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์จากระยะที่ 1 เป็นแนวทางในการสร้างโปรแกรมค่ายสุขภาพออนไลน์ สรุปเป็นข้อมูลส าหรับการยกร่างองค์ประกอบของรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ 2) น าเสนอร่างรูปแบบ (โปรแกรมค่าย) ใหม่ ตรวจสอบความเหมาะสม ความถูกต้องครอบคลุม ให้ผู้ทรงคุณวุฒิท าการวิพากษ์โปรแกรมค่ายสุขภาพสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ด้วยการจัดสนทนากลุ่ม โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง จ านวน 9 คน พิจารณาความเหมาะสม ความถูกต้องครอบคลุมของข้อค าถามกับองค์ประกอบของรูปแบบ การวิเคราะห์ข้อมูล โดยน าข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญแล้วหาข้อสรุป โดยผู้วิจัยเข้าสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม 3) การน ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ไปทดลองใช้ว่ามีความเหมาะสมและปฏิบัติได้จริงหรือไม่ และประเมินความพึงพอใจและประสิทธิภาพของรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ น าไปทดลองใช้ปฏิบัติจริง โดยการเปิดค่ายสุขภาพออนไลน์ ระยะเวลา 10 วัน จ านวน 92 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เป็นระยะเวลา 3 เดือน การจัดอบรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เข้าร่วมกิจกรรมได้ทางระบบซูม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณสถิติที่ใช้คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบด้วย Paired Sample Test 41 การหาคุณภาพด้านความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยน าแบบสอบถามไปทดลองใช้กับกลุ่มใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน โดยให้ตอบแบบสอบถามออนไลน์แล้ว น าแบบสอบถามมาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach, 1970) เพื่อน าไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างต่อไป ระยะที่ 3 หลังทดลองรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย น ามาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินรูปแบบ เป็นการประเมิน จากผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 17 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามประเมินความเหมาะและความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา 3.2 ระยะที่ 1 ศึกษาปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย การศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขในปัจจุบันของค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลในการพัฒนา วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาของค่ายสุขภาพออนไลน์ในปัจจุบันของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย วิธีการด าเนินการวิจัยในระยะที่ 1 แบ่งการด าเนินงานเป็น 3 ขั้นตอน มีรายละเอียดดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การทบทวนเอกสาร ความเป็นมา แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับหลักการแพทย์วิถีธรรม เพื่อใช้ประกอบเป็นแนวคิดและแนวทางในการร่างรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1) ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับหลักการแพทย์วิถีธรรมและรูปแบบค่ายสุขภาพแบบดั่งเดิมที่ยังไม่มีออนไลน์ และแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบ 2) ศึกษาบริบทพื้นที่ที่ศึกษาและข้อมูลพื้นฐานของค่ายสุขภาพปัจจุบัน ขั้นตอนที่ 2 ส ารวจปัญหาปัจจุบันของค่ายสุขภาพออนไลน์ในปัจจุบันของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย มีรายละเอียดและขั้นตอนขั้นตอนประกอบด้วย ดังนี้ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ การตรวจสอบ คุณภาพเครื่องมือ การวิเคราะห์ข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้ 1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง (Population and Sample) กิตยาการ อิศรางกูร ณ อยุธยา (2550) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ที่ติดตามรับชมรายการสุขภาพของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมจากสื่อสังคม ออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ ไลน์ ใน 1 เดือน ที่ผ่านมา เลือกกลุ่มตัวอย่าง 42 แบบที่ไม่ใช้ความน่าจะเป็น (Non-probability Sampling) และสุ่มกลุ่มตัวอย่างได้ใช้วิธีสุ่มแบบตามสะดวก (Convenience Sampling) หรือสมัครใจ อาสาสมัครสมัครใจตอบแบบสอบถาม ใช้ตารางสุ่มของเครจซี่และมอแกน (Krejcie & Morgan, 1970) การวิจัยในครั้งนี้จะต้องใช้จ านวน 28 คน เพื่อความสะดวกในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยจึงเก็บข้อมูล จ านวน 30 คน แบบสอบถามใช้รูปแบบค าถามเปิด (Open – ended Questions) 2) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ 2.1) เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามออนไลน์ กูเกิลฟอร์ม (Google Forms)แบบสอบถามที่ใช้ มีทั้งหมด 2 ส่วน ประกอบด้วย ดังนี้ แนวทางค าถามปลายเปิด (อ้อมใจ วงษ์มณฑา, 2556) เชิงส ารวจจากกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 ชุด ได้แบ่งเป็น 2 ประเด็น ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 ค าถามเปิด แบบข้อค าถามงานวิจัยเชิงปริมาณ ค าชี้แจง : แบบสอบถามนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและบริบทของค่ายสุขภาพออนไลน์ของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงใคร่ขอความร่วมมือจากผู้ชมที่ติดตามข่าวสารแพทย์วิถีธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ร่วมให้ข้อมูลเพื่อการพัฒนาการสื่อสารจึงขอความร่วมมือจากท่าน ในการให้ข้อมูลและความคิดเห็นตอบแบบสอบถามนี้ โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ แบบสอบถามนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 ค าถามแสดงความคิดเห็นถามเปิด ค าตอบของท่านเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย ผู้วิจัยจึงใคร่ขอความกรุณาจากท่านในการตอบแบบสอบถามให้ครบทุกข้อตามความเป็นจริงและขอรับรองว่าค าตอบของท่านจะเป็นความลับอย่างสูงสุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์จากท่าน จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ (รายละเอียดของแบบสอบถามอยู่ในภาคผนวก ข) 3) การรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กูเกิลฟอร์ม 4) การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม โดยหาค่าสถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา 43 ขั้นตอนที่ 3 การศึกษาปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยได้ท าการสรุปปัญหา มาสังเคราะห์ข้อมูล น าผลของการวิเคราะห์ข้อมูลมาเป็นแนวทางในประเด็นแนวทางแก้ปัญหาค่ายสุขภาพออนไลน์ 1) ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) การสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) ผู้ให้ข้อมูลหลักได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (purposive selection) จ านวน 13 ท่าน โดยก าหนดคุณสมบัติ ดังนี้ 1) มีอายุ 20 ปีขึ้นไป 2) เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม หรือ 3) มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อโซเชียลมีเดีย ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ประกอบด้วย 1) ฝ่ายวิชาการ เป็นจิตอาสาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนปัจจุบันและด้านแพทย์วิถีธรรม 2 คน 2) ฝ่ายสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นจิตอาสาที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ซูม ไลน์ 2 คน 3) ฝ่ายผลิตสื่อ เป็นจิตอาสาที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตวิดีโอรายการต่าง ๆ 3 คน 4) ฝ่ายประสานงาน เป็นจิตอาสาที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการประชาสัมพันธ์ 3 คน 5) ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการภายนอก 3 คน 2) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ แนวทางค าถามสนทนากลุ่ม ได้แบ่งประเด็นค าถาม 2 ส่วน ดังนี้ (อรวรรณ ฟังเพราะ และรสาพร หม้อศรีใจ, 2562) ส่วนที่ 1 การให้ข้อมูลกับ ผู้เชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรมสนทนาประเด็นเฉพาะ 1) ผลจากงานวิจัยเชิงปริมาณเป็นอย่างไร 2) การวางแผนการด าเนินงานกิจกรรมออนไลน์ ของบุคลากรเป็นอย่างไร 3) จากผลการวิจัยเชิงปริมาณจุดอ่อนที่ควรปรับปรุง คือ อะไรบ้าง และควรท าอย่างไร? ส่วนที่ 2 การถามความคิดเห็น 1) จุดอ่อนของกิจกรรมบน ไลน์, เฟซบุ๊ก, ยูทูบ, ซูม มีอะไรบ้าง? 2) การพัฒนา ไลน์, เฟซบุ๊ก, ยูทูบ, ซูม ควรต้องท าอย่างไร? 44 3) สรุปผลจากการสนทนากลุ่ม เป็นอย่างไร เช่น ปัญหา อุปสรรค ข้อดีและข้อด้อย 4) ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม แบบข้อค าถามงานวิจัยเชิงคุณภาพ สนทนากลุ่ม ค าชี้แจง : แบบสอบถามนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความพึงพอใจและประสิทธิผลต่อค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ผู้วิจัยจึงใคร่ขอความร่วมมือผู้เข้าค่ายสุขภาพออนไลน์ ที่เข้าค่ายในช่วงการจัดค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมออนไลน์ ร่วมให้ข้อมูลเพื่อการพัฒนาการสื่อสารจึงใคร่ขอความร่วมมือจากท่าน ในการตอบแบบสอบถามและแสดงความคิดเห็น แบบสอบถามนี้ โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ แบบสอบถามนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่ม ส่วนที่ 2 ค าถามที่ใช้ในการสนทนากลุ่ม ค าตอบของท่านเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย ผู้วิจัยจึงใคร่ขอความกรุณาจากท่านในการตอบแบบสอบถามให้ครบทุกข้อตามความเป็นจริงและขอรับรองว่าค าตอบของท่านจะเป็นความลับอย่างสูงสุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์จากท่าน จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ (รายละเอียดของแบบสอบถามอยู่ในภาคผนวก ข) 3) การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม จ านวน 13 คน 4) การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม โดยวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ตามแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ สรุประยะที่ 1 การศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขในปัจจุบันของค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย สามารถสรุปได้ดังนี้ 45 ตารางที่ 3.1 กระบวนการวิจัยระยะที่ 1 การศึกษาปัญหาและบริบทในปัจจุบันของค่ายสุขภาพ ออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย วัตถุประสงค์ ประเด็นที่ศึกษา วิธีการ/เครื่องมือ/ตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อศึกษาปัญหาของค่ายสุขภาพออนไลน์ในปัจจุบันของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย 1. การทบทวนเอกสาร ความเป็นมา แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับหลักการแพทย์วิถีธรรม 1. ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับหลักการแพทย์วิถีธรรม รูปแบบค่ายสุขภาพแบบดั่งเดิมที่ และแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบ 2. ศึกษาบริบทพื้นที่ที่ศึกษาและข้อมูลพื้นฐานของค่ายสุขภาพปัจจุบัน วิเคราะห์เนื้อหา 2. ส ารวจปัญหาปัจจุบันของค่ายสุขภาพออนไลน์ในปัจจุบันของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย การวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ - ใช้แบบสอบถาม - จากการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวกจ านวน 30 คน ใช้สถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์เนื้อหา 3. การศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรม การวิจัยเชิงคุณภาพ วิธีการที่ใช้ -จัดสนทนากลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง จ านวน 13 คน วิเคราะห์เนื้อหา 46 3.3 ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและทดลองใช้รูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย วิธีการด าเนินการ การสร้างและพัฒนารูปแบบ (โปรแกรม) ค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1) น าข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์จากระยะที่ 1 เป็นแนวทางในการสร้างโปรแกรมค่ายสุขภาพออนไลน์ สรุปเป็นข้อมูลส าหรับการยกร่างองค์ประกอบของรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ 2) น าเสนอร่างรูปแบบ (โปรแกรมค่าย) ใหม่ ตรวจสอบความเหมาะสม ความถูกต้องครอบคลุม ให้ผู้ทรงคุณวุฒิท าการวิพากษ์โปรแกรมค่ายสุขภาพสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ด้วยการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จ านวน 9 คน พิจารณาความเหมาะสม ความถูกต้องครอบคลุมของข้อค าถามกับองค์ประกอบของรูปแบบ การวิเคราะห์ข้อมูล โดยน าข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญแล้วหาข้อสรุป โดยผู้วิจัยเข้าสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม ประกอบด้วย ดังนี้ 2.1) กลุ่มเป้าหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย โดยก าหนดคุณสมบัติของผู้ทรงวุฒิ คือ ผู้ที่จบปริญญาตรีขึ้นไป เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่มีความรู้และความสามารถในด้านเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการจัดค่ายสุขภาพออนไลน์ จ านวน 9 คน 2.2) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ แบบสนทนากลุ่ม เรื่องการจัดโปรแกรมค่ายสุขภาพสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ผ่านโปรแกรมซูม 2.3) การเก็บรวบรวมข้อมูล ท าการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) เพื่อพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ผ่านโปรแกรมซูม 47 2.4) การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา 2.5) ชุดประเด็นค าถามในการสนทนากลุ่ม รูปแบบโปรแกรม ค่ายสุขภาพออนไลน์ (รายละเอียดของแบบสอบถามอยู่ในภาคผนวก ข) ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่ม ส่วนที่ 2 ค าถามที่ใช้ในการสนทนากลุ่ม 3) การน ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ไปทดลองใช้ว่ามีความเหมาะสมและปฏิบัติได้จริงหรือไม่ และประเมินความพึงพอใจและประสิทธิภาพของรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ น าไปทดลองปฏิบัติจริง โดยการเปิดค่ายสุขภาพออนไลน์ ระยะเวลา 10 วัน กับกลุ่มตัวอย่างจ านวน 92 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากการเปิดตารางของเครจซี่และมอแกน (Krejcie & Morgan, 1970) เป็นระยะเวลา 3 เดือน เดือนละ 2 ครั้ง จ านวน 6 ค่าย การจัดอบรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เข้าร่วมกิจกรรมได้ทางระบบซูม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้รูปแบบค าถามที่มีหลายค าตอบให้เลือก (Multiple Choice Questions) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กูลเกิ้ลฟอร์ม (Google Forms) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณสถิติที่ใช้คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบด้วย Paired Sample Test น ารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง ซึ่งขั้นตอนประกอบด้วย พื้นที่ทดลอง กลุ่มทดลอง การทดลองใช้รูปแบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล 3.1) พื้นที่ทดลอง กลุ่มผู้สมัครเข้าค่ายสุขภาพออนไลน์มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย บนสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ไลน์ 3.2) กลุ่มเป้าหมาย เลือกตัวอย่างแบบที่ไม่ใช้ความน่าจะเป็น (Non-Probability Sampling) และใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ ผู้สมัครเข้าค่ายสุขภาพออนไลน์ จากกลุ่มไลน์ ในเดือนตุลาคม ขนาดตัวอย่างใช้วิธีเปิดตารางเครจซี่และมอแกน จ านวน 92 คน (1) เกณฑ์การคัดเข้าของกลุ่มตัวอย่าง เกณฑ์การคัดเข้าของกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้ (จิรนันท์ ทับเนียม, 2561) คือ กลุ่มผู้สมัครเข้าค่ายออนไลน์ในเดือน ตุลาคม 2564 ก. ผู้ที่มีความสนใจดูแลสุขภาพด้วยแนวทางของหลักการแพทย์วิถีธรรมและมีอาการไม่สบายหรือมีโรคประจ าตัว ข. อายุ 18-80 ปี ค. มีความสามารถในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (ไลน์, เฟซบุ๊ก, ยูทูบ, ซูม) ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ 48 ง. ยินดีเข้าร่วมกรอกแบบสอบถามตลอดโครงการ (2) เกณฑ์ในการคัดออกจากการทดลองของกลุ่มตัวอย่าง ก. ไม่สมัครใจที่จะเข้าร่วมโครงการต่อ ข. ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ค. แจ้งว่าไม่ขอเข้าร่วมโครงการแล้ว ง. เสียชีวิตหรือป่วยหนัก (3) การทดลองใช้รูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ การทดลองใช้รูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ โดยการจัดอบรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เข้าร่วมกิจกรรมทางโปรแกรมซูม ระยะเวลาเข้าค่ายสุขภาพ 10 วัน ระยะเวลาเก็บข้อมูล 3 เดือน 4) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถาม รายละเอียด ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพ การศึกษา สถานภาพ ความพอเพียงของรายได้ การเจ็บป่วยหรือมีโรคประจ าตัว ช่องทางหลักในการรับชม การศึกษาตารางการจัดค่ายแพทย์วิถีธรรมออนไลน์ สถานที่ในการเข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรมออนไลน์ การเข้าระบบออนไลน์ อุปกรณ์ในการรับชมค่ายออนไลน์ ช่องทางการรับรู้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ค่ายออนไลน์ ของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นค าถามแบบที่มีหลายค าตอบให้เลือก (Multiple Choice Question) ส่วนที่ 2 แบบสอบถามด้านความพึงพอใจของผู้เข้าค่ายสุขภาพ ออนไลน์มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ได้แก่ ด้านเนื้อหา ด้านการใช้ภาษา ด้านการใช้สื่อประกอบการบรรยาย ด้านสื่อโซเชียวมีเดีย ด้านบุคลากร จ านวน 21 ข้อ ประเมินความคิดเห็นด้านความพึงพอใจ ตรวจให้คะแนนแบบสอบถาม แต่ละข้อตามเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ให้คะแนนเป็น 5 มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ให้คะแนนเป็น 4 มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง ให้คะแนนเป็น 3 มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย ให้คะแนนเป็น 2 มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อยที่สุด ให้คะแนนเป็น 1 49 ก าหนดเกณฑ์การแปลผลชองค่าเฉลี่ย โดยแบ่งคะแนนแบบสเกล อันตรภาค (Interval Scale) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต ่าสุดหารด้วยจ านวนกลุ่มที่ต้องการแบ่ง ดังนี้ พิสัย = คะแนนสูงสุด – คะแนนต ่าสุด (3-1) จ านวนระดับชั้นที่ต้องการ = 5 - 1 5 = 0.8 คะแนนจากแบบสอบถาม วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วน าไปเทียบกับเกณฑ์การแปลความหมาย (ชัยวิชิต เชียรชนะ, 2562, น. 57-59) และก าหนดเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ช่วงคะแนน การแปลผล 4.21 - 5.00 พึงพอใจในระดับมากที่สุด 3.41 – 4.20 พึงพอใจในระดับมาก 2.61 – 3.40 พึงพอใจในระดับปานกลาง 1.81 – 2.60 พึงพอใจในระดับน้อย 1.00 – 1.80 พึงพอใจในระดับน้อยที่สุด ส่วนที่ 3 แบบสอบถามด้านประสิทธิผลหลังเข้าค่ายสุขภาพ ออนไลน์มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ได้แก่ ด้านร่างกาย จ านวน 15 ข้อ ด้านจิตใจ จ านวน 11 ข้อ ตรวจให้คะแนนแบบสอบถาม แต่ละข้อตามเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับหายเป็นปกติ ให้คะแนนเป็น 5 มีความคิดเห็นอยู่ในระดับดีขึ้นมาก ให้คะแนนเป็น 4 มีความคิดเห็นอยู่ในระดับดีขึ้น ให้คะแนนเป็น 3 มีความคิดเห็นอยู่ในระดับเท่าเดิมหรือไม่ดีขี้น ให้คะแนนเป็น 2 มีความคิดเห็นอยู่ในระดับแย่ลง ให้คะแนนเป็น 1 50 จากนั้น จะท าการหาเกณฑ์ที่ใช้ มีคะแนนอันตรภาคชั้น ดังนี้ พิสัย = คะแนนสูงสุด – คะแนนต ่าสุด (3-2) จ านวนระดับชั้นที่ต้องการ = 5 - 1 3 = 1.33 ช่วงคะแนนเฉลี่ย ความหมาย ตั้งแต่ 4.01 ขึ้นไป ระดับด้านสุขภาพอยู่ในระดับเห็นด้วยมาก ระหว่าง 2.67 – 4.00 ระดับด้านสุขภาพอยู่ในระดับเห็นด้วยปานกลาง น้อยกว่า 2.66 ระดับด้านสุขภาพอยู่ในระดับเห็นด้วยน้อย ส่วนที่ 4 แบบสอบถามด้านอุปสรรคและปัญหาที่พบ ส่วนที่ 5 แบบสอบถามด้านข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเพิ่มเติม 5) การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ แบบสอบถามที่ได้สร้างขึ้นให้กลุ่มตัวอย่างตอบนั้น ผู้วิจัยได้ท าการทดสอบความเที่ยงตรง (Validity) และความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามก่อนที่จะน าไปเก็บข้อมูลจริง คือ 5.1) การทดสอบความเที่ยงตรง (Validity) ผู้วิจัยได้ท าการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเพื่อน ามาใช้เป็นกรอบ ในการสร้างแบบสอบถาม พิจารณาในด้านความเที่ยงตรง ความเหมาะสมของเนื้อหา ความเหมาะสมในการใช้ภาษา และความชัดเจนของค าถามในแบบสอบถาม เพื่อให้แบบสอบถาม สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามความประสงค์ของผู้วิจัยและผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้วิจัยได้ให้ผู้เชี่ยวชาญจ านวน 3 ท่าน พิจารณาตรวจสอบแบบสอบถามแ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน