สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน สังคมบวร บ้าน-วัด-โรงเรียน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สังคมบวร บ้าน-วัด-โรงเรียน สิ่งเหล่านี้อาตมาขยายความต่อว่า สิ่งที่อาตมาพบอย่างแท้จริง และใช้บัญญัติภาษาสื่อว่า จุดนั้นคือ บวร เป็นจุดยิ่งใหญ่มาก จุดบวร คือลักษณะสังคมสามเส้า คือสังคมมวลชนที่อยู่ในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ หรือจังหวัด หากมีความสมบูรณ์มากพอ ก็จะเจริญเป็นจังหวัดเป็นประเทศ เมื่อโตไม่ได้ก็เล็กก่อน แล้วค่อยโตขึ้นตามลำดับ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด แต่คนเป็นคนที่มีความเจริญ เป็นแก่นแกนของที่นั่น คนในสังคมนั้นเป็นสังคมมีประโยชน์คุณค่า แต่ละคนมีผลงานมีผลผลิต พึ่งพาตนเองได้พอ และมีส่วนมากส่วนเกินของตัวเองเอาไปรวมกัน นี่คือเศรษฐศาสตร์ที่สูงสุดแล้ว คนที่จะเป็นอย่างนี้ได้ มีสังคมที่มีคนจริง คือสังคมที่เรียกว่าบ้าน และคนในสังคมเหล่านี้ต้องมีคุณธรรมเรียกว่าวัด มีคำว่ามีคนเอาพิเศษแท้เรียกว่าวัด สามต้องมีการศึกษาเรียกว่าโรงเรียน เพื่อให้เกิดความจริงอันนี้ ความจริงที่เป็นโลกุตรธรรม เรามีโรงเรียนในนี้สามเส้า บ้านวัดโรงเรียน แล้วมันจะซึมซับหากัน อย่างละเอียด ภาษาบาลีเรียกว่า นิปุณา ละเอียดยิ่งกว่าปณีตา แต่ณิปุณาคือละเอียดขั้นนิพพาน ที่เป็นการศึกษาแบบ osmosis มันซึมซับอย่างไม่รู้ตัวนะ แต่มันมีสภาวะจริง คนอยู่ในนี้ก็ซึมเข้าไปเอง ความจริงความรู้ที่เป็นโลกุตรธรรมก็จะ แทรกซึมเข้าไป ให้ทุกคน แม้คนโง่คนไม่รู้เรื่องก็ซึมซับเข้าไป นี่คือสัจจะของบวรที่อาตมาชัดเจนและขยายความ อาตมาให้สลักหินหน้าหมู่บ้านไว้เลยว่า บวร คือบ้าน วัด โรงเรียน ไม่แยกกันจะต้องเป็นภาวะสามเส้า จะมีการปฏิสัมพันธ์ ปฏิสังเคราะห์ มันจะต้องทำงานทั้งบวกลบหาร รวมกันและสลายกันอยู่ในนี้ให้เข้มข้นเป็นเนื้อแท้ที่สะอาดจริง นี่คือคนต้องทำได้ลักษณะสามเส้านี้ อาตมาถึงจะให้ตั้งแผ่นหินข้างหน้า แล้วสลักว่า บวร (สังคมบุญนิยมรา
อ่านต่อ
ชธานีอโศก) ที่จริงหมู่บ้านนี้จดทะเบียนนิตินัยว่าหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก เราจะทะเบียนชื่อนี้แล้วจะแก้เป็น หมู่บ้านราชธานีอโศกก็ไม่ให้แก้ เราก็เลยต้องใช้แบบนี้ สังคมหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย ยาวเลย ประเดี๋ยวจะบอกว่า สังคมบวร ที่มีเนื้อหาเช่นนี้ เขาจะถามหาว่าอยู่ที่ไหนในโลก ต้องกำกับไปเลยว่าประเทศไทย ถ้าจะเติมให้ครบก็ในโลกใบนี้ ณ ยุคนี้ กัปป์นี้ แต่มันจะฟุ่มเฟือย สังคมบวร หรือเรียกประเทศบวร หรือโลกบวร ก็ได้ สังคมบวรอยู่ที่ไหนอยู่ที่นี่ ประเทศบวรอยู่ที่ไหนก็อยู่ที่นี่ โลกบวรอยู่ที่ไหนก็อยู่ที่นี่ คำว่า บวร จึงต้องศึกษาให้ความรู้ รายละเอียด เพราะจะครบรัฐศาสตร์การเมือง เศรษฐศาสตร์การเมือง และสังคมศาสตร์ จะมีจิตวิทยาอีก ครบในนี้และสุดท้ายลงตัวที่ จิตเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง เป็นคำตรัสตายตัวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ มโนปุพพังคมาธัมมา มโนเสฏฐามโนมยา
จิตวิญญาณเป็นประธานของสิ่งทั้งปวงแล้วเอามาศึกษา คุณจะปฏิบัติประพฤติให้ทุกคนมีจิตวิญญาณที่ดี จึงต้องเรียนรู้ว่าจิตวิญญาณเป็นอย่างไร ท่านก็ได้โดยภาษาว่ามีอาการ ลิงค นิมิต อุเทส คำว่าอุเทสคือคำอธิบายจากผู้รู้ความจริงที่ต่อทอดมาจากพระพุทธเจ้ามี DNA ของพระพุทธเจ้าออกมาประกาศ ไม่ต้องคิดไม่ต้องเสียเวลาคิดเอง มันเสียเวลาและนานมาก จนท่านไม่รับรองว่าจะได้ง่ายๆหรือจะได้จริง ศาสนาพุทธ จึงไม่รับรองว่าคุณจะคิดเองได้ ไม่รับรอง คุณมารับถ่ายทอดจากลูกๆๆๆๆๆๆ จะเรียกหลาน เหลน โหลน ติดต่อเชื้อมาจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆมาได้จริงๆ จึงเรียกว่าสัตบุรุษ ได้ฟังธรรมสัตบุรุษ จงฟังให้บริบูรณ์ นี่เป็นหลักเป็นสูตรอีก ในอวิชชาสูตร ฟังให้บริบูรณ์ไปตามรอบ รอบโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็ได้ เป็นขั้นตอน ต้น กลาง ปลาย แล้วออกไปปฏิบัติให้เกิดจริง แล้วก็เพิ่มรอบอีก เป็นต้น วิธีที่จะทำให้เกิดจิตเช่นนี้มีอยู่ 2 วิธีเท่านั้น หนึ่งทาน สองศีลหรือหลักสูตรทฤษฎีปฏิบัติเรียกว่าศีล อันหนึ่งเอาออกเอาให้จริงๆคือทาน คนที่รู้ว่าทานคือทำใจให้ทานจริงๆ ทานเคยรู้จักอาการของจิต รู้ว่าจิตมีลักษณะอย่างไร อย่าให้มีลักษณะ โค้งงอเข้าหาตัวเอง ทำให้ตรงที่สุดโดยไม่มีโค้งงอเข้าหาตัวเองเลย ไม่มี boomerang ไม่มีloop ไม่มี curve ตรงจริงๆเลยไม่มีเข้าหาตัวเอง มีแต่ตรงออกไปอย่างเดียว เป็น isotope เป็นนิวเคลียร์ฟิวชั่นจริงๆ เพราะอะไรเป็น fusion จะโค้งกลับมาเสมอ 180 องศาเรียกว่าโค้งอยู่นะ แต่ท่านก็เห็นว่าตรง แต่อันเดียวกันแล้วแต่ใช้ภาษาสองภาษา แต่สภาวะอันเดียวกัน โค้งของผมกับตรงของท่านอันเดียวกัน สภาวะอย่างเดียวกัน ไม่มีโค้งแล้ว ผมเข้าใจ ว่าคนอื่นเขายังแย้งอยู่ว่าตรง ผมไม่เถียง แต่ผมรู้ว่ามันโค้ง เราก็ยอมแพ้ได้ เราเอาอย่างพวกมาก เพราะแท้จริงมันมีโค้งอยู่แต่คุณไม่รู้ เราก็ยอมให้คุณถูกว่าตรง แต่แท้จริงโค้งอยู่ เหมือนกัน แสงมันเดินตรง แต่ทุกอย่างมันโค้งหมด เหล็กที่เห็นมันตรงที่สุดแต่แท้จริงมีการโค้งอยู่ เพราะจะเหล็กแกร่งอย่างไรก็สู้แรงดึงดูดโลกไม่ได้ แรงดึงดูดของจุดกลางโลก มันมากพอจะดูดดึงทุกอย่างไว้นะ มันใหญ่ที่สุด ถ้ามันไม่ใหญ่ที่สุดจะรักษาความเป็นโลกไม่ได้ มันจะต้องดึงให้มากที่สุดเท่าที่ความจริงที่มันดึงได้ อะไรดึงไม่ได้ก็ต้อง หลุดไป สักวัน แรงดึงดูดไม่พอก็ถูกแรงดึงดูดฝุ่นในมหาจักรวาลดึงดูดไป พอแรงคุณน้อยไปข้างๆก็ดูดไปแล้ว ถ้าแรงของคุณดึงปรมาณูนี้ไม่ได้ อันอื่นก็ต้องดึงไป มันก็เลยโค้ง ทุกอย่างโค้งหมดในสิ่งที่มี ทุกอย่างที่มีก็จะโค้งทั้งนั้น สิ่งที่ตรงที่สุดคือนิพพาน แล้วปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ กระจายหายไปหมดเลย ทุกอย่างในโลกก็โค้งหมด แม้แต่แสงที่วิ่งอยู่ในนี้ก็โค้ง ถ้าแสงมันตรงวิ่งไปนอกมหาจักรวาล มันก็ไม่เหลือให้คุณเห็น แต่แสงที่มันอยู่ในนี้ มันก็ต้องโค้งให้คุณเห็น 600416_วิถีอาริยธรรม บ้านราช ตลาดอาริยะสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2560