250510-554 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ029.txt
เนื้อหาในไฟล์
สิ่งสำคัญอันนั้นเป็นทั้งเบื้องต้นและเบื้องปลายซึ่งมันจะต้องเป็นถ้าเราฉลาดใช้มันจะเป็นไปแล้วมันจะเอื้อในการปฏิบัติธรรมเรามากคือความไม่หม่นหมองหรือความไม่ให้อารมณ์ไม่ยินดีอยู่ในใจเราปฏิบัติอย่างนี้มันสอดคล้องกับคำว่าเบิกบานแจ่มใสสอดคล้องกับคำว่าพุทธะขั้นปลายแล้วมันจะเป็นองค์ประกอบที่จะชำระจิตโทรศัพท์มูลนิธิของเราตลอดเวลาจะเป็นกรรมฐานอย่างดียิ่งที่เราจะกลายเป็นคนไม่โกรธเคืองหรือว่า จะลดลงได้ตลอดเวลาคือถ้ารู้สึกตัวว่าเรามีความไม่ยินดีไม่ชอบใจในใจขึ้นเมื่อไหร่คำว่าไม่ชอบใจเนี่ยมันเป็นปฏิฆะแล้วในภาษาบาลีไม่ยินดีนั้นเป็นปกติในภาษาบาลีอ่อนกว่ามีสภาพตามที่เบาบางกว่าปกติครับเพราะฉะนั้นแม้แต่ความไม่ยินดีถ้าเรามีปัญญาอธิปัญญาสามารถจับติดในอารมณ์ของตนขอให้หยุดทันทีและเปลี่ยนเป็นอารมณ์เบิกบานยินดีแจ่มใสแม้เราจะกำลังสัมผัสกับภาวะที่หนักหนาเหน็ดเหนื่อยลำบากเหงื่อไหลไคลย้อยต่างๆ ก็ตามถ้าเราคลายอารมณ์ไม่ยินดียิ่งหยาบคั่นไม่ชอบใจเป็นปฏิคาแล้วยิ่งไม่ต้องคิดเลยขจัดออกทันทียิ่งอยากคนนั้นเป็นการโกรธยิ่งไม่ต้องพูดใจเพราะว่าแน่นอนที่สุดที่เราจะต้องไม่มีในใจของเราอย่างแน่แท้เพราะถ้าผู้ใดจับความรู้อันนี้แล้วก็ประพฤติปฏิบัติอันนี้เป็นเบื้องต้นและแม้แต่เบื้องหลังเบื้องปลายมันก็จะต้องเป็นอย่างนี้ถ้าเราทำวันนี้ก่อนเพื่อนหรือว่าระลึกเสมอเป็นกรรมฐานประจำเราจะเป็นคนเบิกบานแจ่มใสแม้จะเหน็ดเหนื่อยหนักหนาแม้จะยังมีกิเลสอื่นที่ยังทุกคน ใจเราก็จะเบาบางเราก็จะบรรเทาได้มากที่สุดขอให้พิจารณาและขอให้นำไปใช้ดูนี่เป็นยาหรือเป็นธรรมะโอสถเป็นธรรมาวุธอันสำคัญที่เราจะเอาไปใช้เราจะเห็นผลของการบำบัดหรือว่าการแก้ไขตนเองที่ว่าถ้าเรามีอารมณ์ไม่ชอบใจแล้วเราเอาออกได้เรามีอารมณ์ไม่ยินดีก็ลาออกได้ถ้าเราได้จริงๆก็ทำจริงๆเราจะรู้ว่าทุ
อ่านต่อ
กอย่างมันง่ายขึ้นทุกอย่างมันเบาขึ้นแม้เราจะแบกหนักเหงื่อไหลไคลย้อยก็จะเบาถ้าเราจะมีอะไรปะทะอยู่เขากำลังจะด่าเรื่องกำลังจะแรงอะไรร้ายอยู่ต่อหน้า ก็จะเบาจะเบาจริงๆและจะมีผลดีขึ้นจะมีการสังเคราะห์ที่ดีขึ้นจะมีเกิดปฏิกิริยาที่ดีขึ้นบรรยากาศนอกบรรยากาศในตัวเราเองก็จะดีขึ้นทันทีขอพิสูจน์กันดีจริงๆนะนี่เป็นกรรมฐานสำคัญถ้าผู้ใดจับได้ทำได้แต่แล้วแต่ใครจะมีจิตแก้ไขขนาดไหนถ้าจับถึงขนาดความไม่ยินดีนี่ยังจับไม่ได้จับได้ความไม่ชอบใจก็เริ่มทำถ้ายิ่งโกรธแล้วถ้าจับไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดกันยังไงความโกรธความอาฆาตมาดร้ายแข่งแข่งคืนหนักหนาถ้าเรายิ่งจับไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วนักปฏิบัติ พระโยคาวจรที่ไม่รู้แม้อารมณ์รุนแรงปานนั้นก็ก็ต้องเรียนกันหน่อยละต้องเรียนกันมากหน่อยไม่ต้องมาเริ่มต้นใหม่กันมากแต่ถ้ารู้แล้วแล้วก็พยายามรู้จักวิธีการทำออกสลัดคืนอย่าให้มีอารมณ์อย่างนั้นอย่าให้มีสภาพอย่างนั้นในตนถ้าทำได้ก็เก่งขึ้นสบายขึ้นเจริญขึ้นส่วนจะเป็นราคะเป็นโลภะอื่นๆอีกนั้นเราก็จะค่อยๆเรียนรู้มันราคะจัดแสดงเป็นชาววิศวะโลภะเราก็จะต้องรู้และแม้จะเป็นราคะหรือเป็นความโลภชนิดรองลงไปอ่อนลงไปเราก็จะต้องเรียนรู้ร้อยเรียงลงไปอย่างละซับซ้อนซาบซึ้งให้ดีเพราะว่าแม้แต่ที่สุดเราก็จะต้องใช้การ วาสนาเป็นการหย่าไพร่ที่เรียกว่าธรรมกามีนั่นแหละเป็นเครื่องนำและเป็นเครื่องอาศัยเพื่อที่จะไปขึ้นไปสู่สุดท้ายจนมีคนต่อว่าว่ะถ้าเราต้องการนิพพานปรารถนาความหลุดพ้นมันจะไม่ใช่กิเลสตัณหาหรือเรายอมรับจำลองได้ทันทีว่าใช่จะเรียกว่ากิเลสตัณหาก็ใช้แต่ในภาวะซับซ้อนนั้นเราต้องการการหลุดพ้นต้องการนิพพานนั้นเราต้องการการกระจัดอกุศลทุจริตหรือว่าตัวกิเลสตัณหาที่หยาบคายเห็นแก่ตัวนี่แหละออกเราละความเห็นแก่ตัวตั้งแต่โลกอยากมาจนกระทั่งถึงโลกและเอียดจนแม้เราได้ดีเราก็ไม่หลงไม่ดีไม่ติดไม่ดี ใช้ดีของเรานี้ไปข่มขู่หรือว่าทำให้มันลำบากแก่ผู้อื่นจนเกินการเราจะรู้จักลดหย่อนผ่อนเบาเราจะรู้จักขนาดเราจะคำนวณเป็นเราจะใช้ให้เกิดคุณเกิดค่าเกิดประโยชน์แม้เราจะดีจริงแล้วก็ตามดังนี้เป็นต้นสุดท้ายเราก็รู้ว่าดีก็คือสิ่งสร้างเป็นสิ่งที่เกิดเป็นกรรมแม้แต่กรรมเหล่านี้เราก็ไม่ติดยึดอโหสิแม้จะดีนี่เราเป็นเจ้าหนี้เราทำดีนี่เราเป็นเจ้าหนี้เราก็จะสลัดคืนความเป็นเจ้าหนี้อันนี้ให้แก่โลกไปแล้วจะไม่ถือเป็นของตัวของตนเลยแม้คุณงามความดีจะประเสริฐเลิศยอดดังสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์มีคุณความดี เลิศสุดสูงสุดพระองค์ก็ยังไม่ติดยึดเอาไว้ท่านก็สลัดคืนให้แก่โลกไปทั้งหมดไม่ถือตนว่าเป็นเจ้าหนี้เป็นเจ้าบุญเจ้าคุณเป็นเจ้าดีอย่างแท้ชัดนั่นคือสุดท้ายเราจะปลดปล่อยปานเช่นนั้นเราจะค่อยๆไล่เรียงตั้งแต่ฐานทำได้ดีหยาบหยาบแล้วก็ดีกลางๆแล้วก็ดีอย่างชั้นสูงดีอย่างละเอียดขึ้นมามันยิ่งเนียนในมันยิ่งติดใจมันยิ่งจะหลงความดีที่เนียนในความดีที่วิเศษของเรามากขึ้นมันตีตลกกลับอย่างนี้เสมอแล้วเราก็จะปลดปล่อยมันเสมอสุดท้ายเราจะปลดปล่อยดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปลดปล่อยได้ดังพระอรหันต์เจ้าปลดปล่อยได้เพราะมันแม้เราจะเป็นธนาคารเราก็ต้องฝึกหัด ลงมาณจุดตรงความดีไม่ยึดดีเป็นของตนไม่เสพไม่ติดเป็นฐานสุดท้ายทุกสิ่งอย่างซึ่งเป็นสภาวะลึกซึ้งที่เราจะเรียนรู้เป็นขั้นตอนตั้งแต่หย่าไปเพราะฉะนั้นการโลภหรือราคะหรือต้องการความต้องการที่สุดเป็นความต้องการทำดีเมื่อทำดีแล้วไม่ติดดีนั่นไม่ใช่ภาษาพูดแต่เรียกเป็นภาษาพูดได้สุดท้ายผู้รู้ด้วยตนเป็นประจำว่าเราทำอย่างนี้เขาถูกล่วงตู่ได้ด้วยเอากับกิริยาความจงใจแต่ว่าเราจะปล่อยเป็นหรือปล่อยไม่เป็นวางสุดท้ายเป็นหรือไม่เป็นเราจะรู้เป็นประจำของเราบอกใครใครจะเชื่อก็เชื่อไม่เชื่อก็แล้วไปแล้วเราก็จะรู้ยังแยกขาย บอกไปตรงกับความเป็นจริงที่เราฉลาดเราปล่อยที่สุดท้ายได้จริงๆนะถ้าเราจะรู้ด้วยตนอย่างลึกซึ้งซับซ้อนสิ่งเหล่านี้บอกใครก็ไม่ได้ถึงบอกเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่ได้เพราะฉะนั้นการศึกษาชั้นสูงเหล่านี้ก็จะมีเป็นที่สุดจะเรียกว่าเป็นตัณหาเป็นกิเลสเป็นวิภวตัณหาระดับสุดดังที่เคยอ้างให้ฟังว่าแม้พระพุทธเจ้าก็ปรารถนาจะสร้างพุทธบริษัทให้ครบพุทธบริษัท 4 และในพุทธบริษัท 4 ของท่านนั้นท่านจะอบรมสั่งสอนปรารถนาช่วยเหลือให้เขาเก่งที่สุดเป็นต่อ 6 สูบเป็นผู้สาธยายธรรมเป็นผู้ท่องจำได้เป็นผู้ทำตื้นทำลึกให้ตื่นทำของอย่าให้ละเอียดทำของยากง่ายๆ ทำของที่ไม่เปิดเผยให้เปิดเผยได้ให้ลึกซึ้งเป็นผู้สามารถอบรมเป็นผู้สามารถสั่งสอนสืบศาสนาได้ดังกล่าวง่ายๆนี้อย่างแท้จริงนั่นก็จะว่าเป็นความปรารถนาของพระพุทธองค์ก็ปรารถนาก็ต้องการก็มุ่งหมายแต่เราจะเรียกท่านว่ามีกิเลสหรือไม่กิเลสผู้รู้ดีแล้วก็หมดปัญหาใครจะกล่าวว่าท่านมีกิเลสและจะถือว่าไปว่าพระพุทธเจ้ามีกิเลสมีตัณหาก็ถือด้วยภาษาถ้าใครจะไม่ถือโดยภาษาด้วยความเข้าใจอย่างสนิทเนียนแล้วเราก็ไม่ถือแต่มันเป็นกรรมกิริยาจากนั้นดังนี้เป็นต้นอะไรจะเข้าใจและเราจะไม่แก้ตัวเราจะเป็นผู้ที่แยกขายอ่านรู้ความจริงอันสูงสุดเราจะเป็นผู้ที่ทำได้ครับแต่อย่าพลางละเอียด แล้วก็ขอย้ำสุดท้ายชุดก่อนว่าเราจะเป็นผู้เรียนรู้จิตของเราตัวแรกความไม่ยินดีความไม่ชอบใจอาการแม้อย่างนี้เราจะเป็นผู้สลัดออกให้ได้จะรู้เท่าทันอาการอย่างนี้ให้เป็นทั้งเบื้องต้นและเบื้องปลายเราจะเป็นคนเบิกบานแจ่มใสซึ่งคนเราจะมีแต่ผู้เบิกบานแจ่มใสอารมณ์หดหู่หม่นหมองความไม่ยินดีความไม่ชอบใจจะไม่มีแต่เราจะรู้ว่าสิ่งใดไม่ควรหรือสิ่งใดควรจะปลดปล่อยหรือจะให้ออกห่างเราก็จะรู้โดยธรรมขอให้พิจารณาและใช้กรรมฐานนี้ให้ได้ประโยชน์แก่ตนทุกคน [ไม่สามารถถอดข้อความได้]