กามโทษ กามาทีนวะไม่ใช่ให้เสพกามคุณ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.19 KB
วันที่แก้ไข19 กุมภาพันธ์ 2564

เนื้อหาในไฟล์

กามโทษ กามาทีนวะไม่ใช่ให้เสพกามคุณ _วิเชียร ดวงเกิด : กามคุณมีประโยชอย่างไรครับตกลงเป็นคุณหรือโทษครับ พ่อครูว่า…กามคุณ ภาษาบาลีท่านก็ใช้ว่า ธัมมกาโม เป็นความใคร่อยาก อยากในอะไร อยากในธรรมะ หรือธรรมะอันเป็นกาม ธรรมะไม่ใช่อธรรม เพราะฉะนั้นคุณจะต้องเข้าใจสภาวะ อย่าไปติดใจพยัญชนะกลับไปกลับมา มันหลอกเรา เป็นสิริมหามายา หรือเป็นมายาแท้ คุณจับมันไม่ถูกก็หลอกคุณอยู่ตลอดเวลาเป็นมายา หากว่าคุณจับได้ถูกแม่นแม้จะสลับเร็วอย่างไรมีมุมต่างอย่างไรคุณก็รู้ถ้วนรอบว่าอะไรคือมุมที่ถูกต้อง ส่วนที่ถูกต้องสิ่งที่ถูกต้องได้ครบ นั่นแหละคุณถึงจะครบได้ เพราะฉะนั้น กามคุณ คือ ความใคร่อยากที่จะมาบำเรออารมณ์ สั้นๆ อย่างนี้ก็แล้วกัน กามนี่ หมายถึงข้างนอกเลยบำเรอทาง 5 ทวาร รสทาง 5 ทวาร ถ้าหมดรสอันนี้แล้วก็หมดหยาบแล้วเหลือแต่ข้างใน รูปราคะ ก็ลดในอาการบำเรอใจ จนเข้าไปถึงตรงปลายเป็น อรูปราคะ หมดเกลี้ยงจนเหลือเป็นเรื่องคุณธรรม เป็นทางมานะ ทางกระจายเป็นอุทธัจจะ หรือทางถีนมิทธะ ก็ลดลงไปอีก จะเหลือเป็น อรูปสุดท้าย คุณจะรู้ได้ด้วยตนเอง อาตมาพูดอย่างนี้คุณต้องรู้เอง จะกลับไปกลับมาเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนคัมภีราวภาโส หรือปฏินิสสัคคะ มันจะสลับซับซ้อนเป็นมายา สิริมหามายา อาตมาอธิบายธรรมะอยู่ตลอดเวลา ติดตามดีๆแล้วค่อยๆปฏิบัติ ถ้าเอาแต่พยัญชนะไม่เข้าใจสภาวะแท้ คุณไม่มีวันรู้ ไม่มีวันบรรลุหรอก เอาแต่พยัญชนะ หลงแต่ความลึกซึ้งซับซ้อนที่มันมีเยอะมาก เยอะจนพ้นเกินกว่าสิ่งที่ควรรู้แล้วเอามาใช้ปฏิบัติเพื่อละลดกิเลสในอัตตากิเลสฐานะตัวเรา บรรลุนานแล้ว แต่ท่านผู้หลงความรู้หลงในพยัญชนะ ศึกษาจนเกินไปไกลมากเลย ไม่ปฏิบัติเข้าสภาวะเหมือนอย่างกับ ทางเถรสมาคมหรือนักศึกษาผู้ที่นับถือกันยิ่งใหญ่จะเป็นรู้ในพยัญชนะ รู้ปริยัติความรู้

อ่านต่อ

แล้วทำก็จริงจังในความรู้สึกในความรู้มาก ยังไม่เข้าหาความจริงของจิตเจตสิกรูปนิพพาน ยังไม่เข้าหาสภาวะ แม้แต่ความเป็น กาย สังโยชน์ข้อที่ 1 ตัวตนก็ตาม อัตตาก็ตาม กายก็ตาม ตัวตนของ กาย และ กายของตัวตน ยังจับสภาวะ จับมั่นคั้นตายยังไม่ได้ ยังดิ้นไปดิ้นมาอยู่ จะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่แต่รู้บ้างแต่ยังไม่พอครึ่งหนึ่งยังไม่พอ เพราะฉะนั้นจึงทำอะไรไม่ได้ท่านที่รู้ดังนั้น จะรู้พยัญชนะมากเกินไปทำให้ เบลอ เพราะฉะนั้นจึงต้องมาตั้งใจฟังอาตมา อาตมาก็ไม่ได้อธิบายต้นกลางปลาย แต่ทุกวันนี้จับเอาจรณะ 15 มาเป็นหลัก 3 เส้า 2 แล้วมี 3 เส้า แล้วเป็น 4 เป็น 5-6 ไปเรื่อย ศีล อปันกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 สามอย่างนี้ สังเคราะห์กันก็จะเกิด ฌาน ปัญญา ฌานสังเคราะห์จัดการไปทีละอย่างศีลแต่ละข้อ ศีลแต่ละข้อ ก็จะเก็บมุมเหลี่ยมต่างๆ ศีลข้อแรกเกี่ยวกับสัตว์ ข้อที่ 2 เกี่ยวกับ พีชนิยาม อุตุนิยาม แล้วประเด็นที่จะต้องแก้ไขคือทุจริต สัตว์นี้มันเสพ ทั้งเสพทั้งทุจริต รวมกันอยู่ตรงนี้ ตัวของกับพืช มันมีแต่ทุจริต มันไม่เสพหนัก เสพหนักมันอยู่ที่สัตว์ พอมาตัวที่ 3 เสพทั้งหนักทั้งเบาอยู่ตรงนี้หมด เสพทุจริต แล้วก็เสพ นี่แยกตัวที่ควรเลิกละล้าง เป็นพยัญชนะสภาวะของสิ่งเหล่านี้ เสร็จแล้วเราก็จะรู้กระบวนการ ตรวจรู้สภาวะลักษณะของมัน หยาบ กลาง ละเอียดไปเลยสุดท้ายก็จบที่รู้ละเอียด ครบ หมดเลย ตัวที่ยากมากก็คือ 2 เมื่อเทวะแยกละเอียดมาที่คู่ก็ปฏิบัติที่ กาย เป็น 2 กับสัญญาเป็นตัว 1 จะปฏิบัติที่ กาย กับ สัญญา แล้วเอาที่ปัจจุบันเป็นวิญญาณฐิติ ไปหลับตาอยู่นอกปัจจุบันไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายเกิดภาวะ 2 ตาเป็นที่ตั้งของรูป หูเป็นที่ตั้งของเสียง จมูกเป็นที่ตั้งของกลิ่น ลิ้นเป็นที่ตั้งของรส และทางสัมผ้ส

และที่ตั้งของรสทางลิ้นนี่แหละ ลึกซึ้งที่สุด ถ้าปฏิบัติตัว รสทางลิ้นนี่ ได้ดี คุณจะเข้าใจหมดเลย นอกนั้น ทางตาทางหู ทางจมูก ทางสัมผัส ตัวลิ้นนี่แหละ สัมผัสก็สัมผัสทั้งตัวเลยคือโผฏฐัพพะทั้งนั้น แต่ลิ้นนี่เป็นภายในละเอียด แล้วไม่เปิดข้างนอกหรอก แต่ข้างในที่คุณสามารถเปิดได้ง่ายก็คือจิต ที่จริงแล้วมันเป็นโทษเป็นกามทีนวะ ไม่ใช่กามคุณ แต่เพราะคนมันเสื่อม จึงไม่เรียกกามทีนวะ ทั้งที่เป็นอนุปุพพิกถา ท่านให้เรียนเป็นเบื้องต้นเรียกว่า กามทีนวะ ไม่มีคำว่า กามคุณ แต่ไม่เอาแล้ว ก็มันเสื่อมเลยไม่หยิบมาใช้เหมือนกับ เฉโก ความรู้ทางโลกียที่ตนเองหลงใหลก็ไม่หยิบมาใช้ แต่ใช้แต่คำว่าปัญญาเท่านั้น เลยลืมเฉโก มาเอาแต่ปัญญาใช้กัน สลับไปสลับมา ถ้าไม่มีสภาวะแท้ พูดไม่ถูกหรอกแล้วจะสลับไปสลับมาจับตัวไม่มั่นคั้นไม่ตาย ติดตามดีๆแล้วจะรู้ว่าอาตมาเป็นผู้ที่รู้จริง

640219_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยไทยดีที่สุดเพราะมีโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน