สุกรมัทวะเป็นเห็ดพิษหรือไม่.docx
เนื้อหาในไฟล์
สุกรมัทวะเป็นเห็ดพิษหรือไม่ _แดง ลานกราบ : เห็ดสุกะระมัททะวะเป็นเห็ดพิษหรือคะ พ่อครูว่า…อันนี้จะว่าเป็นเห็ดพิษคนก็สงสัยว่าเห็ดสุกระมัทวะเป็นอย่างไร สุกรมัททวะคือเห็ดอ่อนที่หมูชอบกิน เห็ดอ่อนนุ่มเนื้อดี หมูชอบกินคนก็เลยไปแย่งหมู ไม่รู้ว่าเห็ดสุกรมัททวะ มันมีสารพิษหรือไม่ หรือว่าเห็ดนี้ดูดสารพิษง่าย เห็ดนี่ ถ้างูที่มีพิษมันไปเลื้อยผ่าน หรือมันมีพิษของมันออกมาถูกกับเห็ดเข้า เห็ดมันจะดูดพิษของงูไว้เลย แล้วเห็ดนั้นจะเป็นพิษ เห็ดนี้มันอาจจะโดนสัตว์โดนงูที่เป็นพิษก็เป็นได้ ไม่ได้มีใครวิจัยไปถึงขนาดนั้น สรุปแล้วไม่ต้องไปฉงนอะไรมากมาย พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน ท่านกำหนดวันปรินิพพานแล้วจะต้องตายวันนั้นเวลานั้น แล้ววันนั้นท่านก็ฉันอาหารนี้จากนายจุนทะ ที่ปรุงอาหารสุกรมัทวะมาถวาย เป็นเรื่องราวที่บอกว่ามันเป็นเนื้อหมูหรือเป็นเนื้อเห็ดกันแน่ บางคนก็วิเคราะห์ว่าเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมา เหมือนอย่างกับข้าวยาคูอะไรพวกนี้ เขาเรียกว่าข้าวสุกระมัทวะเหมือนกัน วิจัยกันไปแต่จะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ พระพุทธเจ้าท่านจะต้องมีเหตุให้ตาย เพราะฉะนั้นก็คงจะเป็นอย่างที่ว่ามันเกิดพิษที่เห็ด ท่านถึงบอกว่าอันนี้เอามาถวายท่านรู้เลยว่าอย่าให้ใครกินนะ อย่าให้พระรูปไหนฉัน เราฉันแล้ว ที่เหลือเอาไปเททิ้ง ก็มีรายละเอียดบอกอย่างนั้นอยู่ แสดงว่า ต้องมีเหตุให้ท่าน ทุกอย่างมาแต่เหตุ ท่านจะตายโดยไม่มีเหตุไม่ได้ ก็เป็นอจินไตยอย่างนั้นที่จะต้องครบบริบูรณ์ด้วยเหตุปัจจัยสมบูรณ์แบบ อจินไตยที่คิดได้ยาก ว่าทำไมจะต้องลงตัวถึงขนาดนั้น เรื่องการลงตัว ในอะไรต่างๆเป็น อจินไตย ที่อาตมาพยายามขยายความให้ฟังอยู่เรื่อยๆติดตามฟังให้ดี ความเป็น 1 เป็น 2 ความเป็น 2 เป็น 1 สลับกันไปกันมาเป็นสิริมหามายา นี่แหละลึกซึ้งที่สุด มันเห
อ่านต่อ
มือนกันเล่นกล ถ้าเข้าใจความลวงกับความจริงอันยิ่งใหญ่ไม่ได้ แล้วกำจัดความจริงสองด้านนี้ไม่ได้ความทุกข์กับความสุข ถ้าจะบอกว่าอันไหนจริงอันไหนไม่จริง ความทุกข์เป็นจริงสัจจะเป็นอริยสัจ ส่วนความสุขนั้นปลอมอย่างนี้เป็นต้น แล้วก็จัดการเหตุแห่งทุกข์ ดับเหตุแห่งทุกข์ได้มันก็หมดไปทั้ง 2 อัน ทั้งความสุขและความทุกข์ เหมือนอย่างที่บอกว่าเอากระดาษหน้านี้ไปเผา เสร็จแล้วพอเผาเสร็จกลับมา ก็บอกว่ากระดาษอีกหน้าไปไหน ก็บอกว่าเอากระดาษหน้าหนึ่งไปแล้วอีกหน้าหนึ่งก็ต้องหายไปด้วย คนก็บอกว่าให้เผาหน้าเดียวมันจะเป็นไปได้อย่างไร คนนี้โง่หรือฉลาด มันแยกไม่ได้ ฉันใดก็ฉันเพล แหละโยม มันแยกไม่ได้ แค่ยกตัวอย่างระดับนี่ก็เถอะ ความทุกข์ความสุขมันแยกกันไม่ได้ พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า เผาอันใดอันหนึ่งอีกอันมันก็หายไปหมด แต่คนยังแยกไม่ได้ แล้วยิ่งแยกไม่ได้ไปหลงติดว่าสุขนี้แหละวะ คือสิ่งจริง พระเจ้ากับสุขนิยม รู้จักเรียนรู้แต่ความสุข เมื่อเรียนรู้เหตุแห่งทุกข์ไม่เรียนรู้วิธีที่ดับทุกข์จึงไม่มีอริยสัจ ความสุขที่อยู่นิรันดร เพราะฉะนั้นจึงไม่มีนิพพาน ศาสนาพุทธจึงมีนิพพาน และมีนิรันดรด้วย อาตมากำลังเขียนถึงพวกนี้อยู่ใน เปิดยุคบุญนิยม เล่ม 3 ส่วนเล่ม 2 นั้นตัดไปให้คุณสมพงษ์ไปแยกและตัดหัวข้อแล้ว เขาตั้งหัวข้อได้เก่งด้วย เป็นคำคมชัดดี แต่เขาก็บ่นกับอาตมาว่า เขียนวนจังเลย อาตมาก็ว่าไม่ใช่วน อาตมาก็ซ้ำแซะซ้ำซาก ซึ่งพระพุทธเจ้านั้นยิ่งกว่าอาตมาด้วย เพราะสงสารคนไม่ค่อยรู้จึงต้องทบทวนให้ เอาเถอะตั้งหัวข้อมา อาตมายังนึกอยู่เลยว่าจะให้เมื่อตั้งหัวข้อเสร็จ ก็เอามาให้ใครช่วยดูหัวข้อแล้ว มาจัดหัวข้อหน่อยได้ไหม ว่าหัวข้อต่างๆจะมีเรื่องซ้ำซาก แล้วก็เรียงชื่อเรื่องชื่อหัวข้อเป็นสารบัญ เช่น เรื่องนี้เป็นเรื่องบาปเรื่องบุญ มีอยู่ในข้อนั้นหน้านั้น หน้าไหน ก็จะสะดวกขึ้นเยอะเลย มีใครสมัครใจทำช่วยไหม เอาจากหัวข้อที่สมพงษ์ทำนี่แหละ เขาทำหัวข้อมาพอแล้ว ก็ให้ใครมารวบรวมสารบัญ เพื่อให้ช่วยผู้อ่าน ทำให้ค้นคว้าศึกษาง่าย เรียนรู้ง่ายด้วย แม้แต่อาตมาก็สะดวกเวลาจะเอามาใช้งาน อาตมาจำไม่เก่งเท่าท่านหนักแน่น ท่านอ่านมาก อย่างหนังสือสมาธิพุทธ ท่านอ่านหลายร้อยเที่ยว หรือหนังสืออื่นก็ตาม ท่านขยันอ่าน ตื่นมาไม่นอนสักที เอาแต่อ่านๆๆ ท่านเป็นคนมุ่ง ท่านทำงาน เวลามี 25 ชม.ตั้งแต่ฆราวาส เพราะท่านเอาชั่วโมงของคนอื่นมาใช้ ท่านก็ได้วิสัยอันนั้น หลับไว ไม่กี่วินาทีก็กรนครอก แล้วก็ตื่นไวด้วย
640115_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิจจสมุปบาทเริ่มอธิบายที่ชาติ 5