ปลูกพืชไม่ควรใช้แต่เคมีให้พืชกิน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.79 KB
วันที่แก้ไข16 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ปลูกพืชไม่ควรใช้แต่เคมีให้พืชกิน _ประเทืองธรรม(ตี้) : ที่ผ่านมาหนูได้ใช้ธรรมะมาประยุกต์ในการทำกสิกรรมด้วยนะคะ แม้การปลูกพืชผัก มีสิ่งที่หนูยังค้างคาใจยังสงสัย พ่อครูสอนว่า พีชะ มีแค่สัญญา สังขารไว้ปรุงอาหารเลี้ยงตัวเอง ประเด็นที่หนูสงสัย อยากหาคำตอบ ประสาสายฟุ้งซ่านก็คือ พืชแต่ละชนิดมันจะจำเฉพาะธาตุอาหารที่มันจำเป็นต้องใช้ ตามสัญญาของมัน หนูก็เลยคิดเล่นๆว่า ถ้าหนูรู้ว่าพีชะตัวนี้ต้องการธาตุตัวนี้ ๆ หนูก็ให้แต่ธาตุจำเพาะไปเลย ไม่ต้องใส่หว่านไปทั้งหมดทุกตัว คือเรารู้แค่พอคร่าวๆว่า พืชกินใบบำรุงไนโตรเจน ดอกฟอสฟอรัส ผลหรือหัว โปรแตสเซียม ถ้าหนูรู้แบบละเอียดว่าชนิดนี้ต้องการธาตุอะไรแบบนี้ตามสัญญาของพืชแต่ละชนิด หนูก็จะใส่เฉพาะชนิดนั้นๆไปเลย หรือปรุงอาหารเป็นสูตรเฉพาะให้ชนิดนั้นไปเลย ก็น่าจะดีนะคะท่าน หนูก็คิดเล่นๆ แต่ก็คิดอยากหาคำตอบมาตลอด หนูอยากรู้สัญญาของผัก ใส่ปุ๋ยตามที่เขาสัญญาไว้ มันคงจะงามมากกกกค่า เพราะให้อาหารได้ถูกปากผัก 55 บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองติ๊งต๊องนะคะท่าน พ่อครูว่า…มันเกี่ยวเนื่องกัน หากเรารู้พลังงานของพืช พีชนิยาม ก็จะผ่านไปสู่พลังงานจิตหรือสัตว์ได้ อย่างไอสไตน์รู้พลังงานแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานอุตุเอามาให้รู้กันในโลกก็เป็นโพธิสัตว์ระดับหนึ่ง ต่อมาจะมีคนที่เผยแพร่เรื่องพืช อาตมาก็ไม่ได้ตามว่าใครเป็นโพธิสัตว์เรื่องพืช แล้วก็มีโพธิสัตว์เรื่องจิตนิยาม มีความรู้เฉพาะทาง อุตุ ความรู้เด่นเฉพาะพืชความรู้เด่นเฉพาะจิต มันก็จะมี ทีนี้ ในคำถามความสงสัยของ ประเทืองธรรม ตี้ ที่บอกว่า ถ้าจะให้แต่อาหารเฉพาะก็คงจะงามมาก เพราะให้อาหารได้ถูกปากผัก ก็ศึกษาไป เขากำลังศึกษาปริญญาเอกอยู่ ถ้าเข้าใจสภาวะรูปนามจะเอาไปใช้เป็นประโยชน์ได้เป็นคุณค่าสูงทีเดียว ยิ่งมาศึกษาทางพืชอาหาร

อ่านต่อ

เป็นหนึ่งในโลก เรามีปริญญาเอกหลายคน ปริญญาโท อย่างนายแอ๊ด โอ้โห ทำจังเลยทำแต่มันแต่เผือก ถั่วดิน ปลูกจัง เอาเป็นเอาตาย ชีวิตกินนอนอยู่กับสวน ซึ่งอาตมาว่า ชีวิตคนที่เป็นกสิกรมีกุศลสูงสุด เรียนรู้ธรรมะด้วยจะมีชีวิตที่เป็นบุญด้วย ศึกษาให้ดี ก็ตอบสั้นๆ ถ้าเราจะจำเพาะสกัดแต่สารอาหารให้มัน เขาเรียกว่าธาตุสารเคมี เพราะถึงจะเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ขึ้น ไม่ใช่มีแต่สารเคมีให้มัน แต่มันเป็นธรรมชาติที่มีองค์ประกอบการผสมผสานของธรรมชาติ ธรรมชาติกับสารเคมีมันตรงกันข้ามกัน ถ้าเข้าใจคำว่าธรรมชาติกับสารเคมีมันก็จะชัดเจน เพราะฉะนั้นอย่าไปสกัดไปหาสารเคมีเพียวๆ มันก็เป็นสารเคมี ให้มันมีธรรมชาติที่จะผสมผสานกัน ทั้งชีวะต่างๆดินน้ำไฟลมด้วย พืชก็เป็นการผสมผสาน สังขาร ดินน้ำไฟลมมันสังเคราะห์กันเป็นพลังงานล้วนๆ อย่างเช่น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานล้วนๆจัดจ้านเลย เอาพืชโยนเข้าไปหายหมด เอารถยนต์เข้าไปก็หายหมด กลายเป็นบริวารพระอาทิตย์ สรุปอย่างง่ายๆ พระอาทิตย์นี้เห็นแก่ตัวจัดมันฮุบหมดเลยเอาไปเป็นตัวกูของกูหมดเลย เราไม่เอาลักษณะเป็นใหญ่เป็นแรงจัดจ้าน เก่งจริงแต่เห็นแก่ตัวจัด มันก็เลยดึงดูดทุกอย่างที่ดูดได้ ทุกอย่างที่ขวางหน้ามันจะดูดหมด มันละลายเอาไปเป็นตัวมันเองหมดเลย ซึ่งมันไม่รู้ตัวเองหรอกมันไม่มีนามธรรมมันไม่มีธาตุรู้ มันเป็นพลังงานเพียวๆ เพราะฉะนั้นธาตุรู้นี่แหละจะรู้จักอะไรๆของโลก อะไรเป็นสังขารโลก ตามลำดับ สูงสุดรู้ความเป็นชีวะชีวิต สูงสุดจนเป็นพระศาสดา สูงสุดจนเป็นสุดยอดพระศาสดาก็จบ รู้หมดทั้งวัตถุและชีวะ เทวะคู่ใหญ่สุดคือวัตถุกับชีวะ พลังงานกับสสารเป็นเรื่องของวัตถุ เริ่มเป็นชีวะเป็นพืชเป็นจิตนิยาม วิทยาศาสตร์รู้ทางพืชได้พอสมควร แต่ยังไม่รู้จักชีวะดีพอ เขาเรียนรู้ทางด้านไบโอทางด้านชีวะแต่ยังไม่รู้พอ ยังต่ำกว่าพระพุทธเจ้าเยอะ ยังต่ำกว่าเยอะ เพราะฉะนั้นในความรู้ของชีวะที่เป็นระดับจิตนิยาม สูงสุดโง่สุดคือหลงสุข ศาสนาเทวนิยมเป็นศาสนาที่ติดในความสุขไม่รู้จักสุขทุกข์ ตีเทวะไม่แตกแยกไม่ได้ เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงแยกได้ด้วยความรู้ และไม่แยก ทิ้งมันหมดทั้งสอง ฆ่าตายทั้งสองเลยทั้งสุขและทุกข์ อยู่เหนือ เป็น0 เลย หมดทุกอย่าง นี่คือสูงสุด

640115_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิจจสมุปบาทเริ่มอธิบายที่ชาติ 5

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน