190314 โอวาทตามกรรมฐาน-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์208 KB
วันที่แก้ไข1 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

และเช้าวันต่อมาพ่อท่านพระบูชาได้นำบูชาโชว์ทำวัตรเช้าอีกที่พระพุทธฐาน Denso และวันนี้พ่อท่านได้ให้เป็นโอวาทธรรมที่เหมาะกับทหารผู้ที่กำลังปฏิบัติหาเรามาฟังธรรมะกันต่อภาวะที่จ่ายให้เข้าใจถึงชีวิตเพราะชีวิตมันก็อยู่อย่างนั้นแหละเราได้ลองเป็นอยู่อย่างคนได้อย่างฆราวาสแล้วแต่เราก็ได้เข้าใจแล้วว่าสังคมก็คือชีวิตที่ดิ้นรนแสวงหาความสุข แม้จะเป็นทาสของตัวเองเส้นทางเดินทางหูจมูกลิ้นกายเป็นภาพแม้กระทั่งได้เข้าได้ของอะไรมาตามที่เข้ามาตลอดก็เรามอมเมาเราไว้ยึดถือและเราก็จะต้องแสวงหาให้ได้ตามนั้นแล้วก็นึกว่ามันเป็นความสุขถ้าเราเองเราเข้าใจแล้วก็มารออยู่ทางนี้ซึ่งเป็นทางกลับเป็นทางที่ไม่เหมือนกันควรศึกษากันย้อนกัน เราจะเป็นผู้ที่รู้เด็กปัญญาเข้าใจสิ่งที่โลกเขายึดโลกก็ถือโลกก็พยายามแสวงหากันเข้าใจจริงๆว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นความจำเป็นหรือไม่และเราก็จะได้เลิกออกละออกหยุดไม่ได้หยุดไม่ได้ถึงจุดที่มันเคยไปหลงติดไว้นานนักหนาแล้วทั้งกฎทั้งคนทั้งคืนทั้งปีทั้งหาเหตุผลหาปัญญาเอามาล้มล้างเราจะมาเรียนรู้ตนเอง เราผิดอะไรไม่ได้ติดมาแล้วแหละเราจะเกิดมากี่ชาติก็ตามหรือแม้ชาตินี้จะตามเท่าที่เราสามารถรู้ได้อย่างชัดเจนและสามารถรู้ได้นึกถึงเข้าไปอีกว่ายังมีเศษยังมีส่วนที่มันประวัติที่มันยังติดอยู่แล้วมันทำงานอยู่อย่างบางเบาชีวิตจิตมีรูปรอยมีลักษณะเดียวกันแต่ก็ไม่ชัดเจนมันจะบางสิ่งบางอย่างที่เรารู้ได้ก็จะมาเรียนรู้ให้ละเอียดเราเป็นนักบวชเรามาบวชหรือว่าเรามาเรียนศึกษาปฏิบัติธรรมนั้นเรามาทำปัญญาให้รู้แจ้งสิ่งนี้เป็นเบื้องต้นทำให้ดีว่าเป็น เบื้องต้นเราไม่ได้มานั่งเพ่งโทษผู้อื่นเราไม่ได้มามองความผิดของผู้อื่นเป็นเบื้องต้นไม่ใช่ผู้ใดเป็นโทษผู้อื่นอาสวะเจริญยิ่งน่าจะคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ศาสดาของเราผู้นั้นจะพาผู้น

อ่านต่อ

ั้นจะไม่บรรลุผู้นั้นจะเสด็จหาอาสวะใส่ตนเองอยู่ตลอดเวลานั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นแห่งพรหมจรรย์ขอให้ฟังให้ดีพูดได้มาบวชแล้วผู้ใดมาประพฤติธรรมแน่นอนแล้วจงเอาอันนี้จำใส่ใจไว้ให้มันจะรู้ตนไม่ได้สวดตนไม่ได้ เรามีสิ่งนี้หรือสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีใครได้รับสัมผัสแล้วรู้ด้วยตาหูจมูกลิ้นกายก็จะต้องเอามาตรวจตนไม่ใช่เอาไปพึ่งคนอื่นมาผิดไม่ใช่เขาผิดช่างเขาและเราไม่ใช่หน้าที่ผู้ที่จะได้สอนคนอื่นด้วยเป็นสำคัญเราจะสอนคนอื่นก็ต่อเมื่อเราบรรลุแล้วเราได้แล้วแล้วเราก็จะเอาไปบอกเขาบ้างสอนเขาบ้างเมื่อสิ่งเรามีสิ่งนั้นแล้วเราบรรลุสิ่งนั้นแล้วเราได้รู้ผลแห่งความสบายผลแห่งความผูกยึดนั้นเราได้ล้างไปแล้วเราจะพูดถูกแต่ก็กลัวว่าเราเองเรายังไม่ได้ล้างไปแล้วผลมันเป็นยังไงเรา คำนวณเอาจะล้างมันยากมันยากอย่างไรเราก็ได้จะโดนเดาเอาเพราะเรายังไม่เสร็จเรายังไม่ได้ทำจริงมันมีเหรียญมีครูยังไงเราก็ยังไม่รู้แท้ผู้ใดที่ระลึกรู้ผู้ใดที่เตรียมตนศึกษาอยู่ในตนกระทบสัมผัสอะไรก็เอามากระทํา เปล่าหรือเขามีแง่อื่นไม่ใช่เดาแต่แค่สัมผัสในตาหูจมูกลิ้นกายเธอนั้นมีความลึกซึ้งอยู่ในมุมเหลี่ยมไหนอีกเราจะต้องเข้าใจเขาให้ได้และไม่ถือว่าเขาเป็นผู้คิดว่าเราเองเราไม่มีหน้าที่ที่จะไปบอกคิดแต่เขาหรือไม่มีหน้าที่จะไปสอนแต่เขาเราจะไม่หรือแม้บางทีอยู่ในท่าทีที่อยู่ในสมมุติว่าเราจะสอนเขาด้วยซ้ำไปแต่เราก็รู้ฐานะจริงเราก็รู้ความจริงว่าเรายังไม่ดีพอที่เขาจะให้สอนก็คือเขายังไม่ศรัทธาเรานั่นเองเรายังไม่ดีพอดีเขาจะศรัทธาสอนเขาก็ไม่ได้ผลหรอกเราก็จะรู้ตัวเอง หลับฝันดีตาว่าเราไม่สมควรที่จะไปสอนเขาก็จะยังไม่พึงกระทำเพราะทำแล้วไม่ได้ผลไม่ได้ประโยชน์อะไรพระพุทธเจ้าจะให้สอนคนนั้นให้สอนโดยเขามีศรัทธาโดยมีสำหรับผู้ที่มีศรัทธาแล้วก็สอนไปโดยมากสอนให้มากได้แต่ถ้าไม่มีศรัทธาแล้วอย่าไปฝึกสอนอะไรให้มากเป็นกระเทียมบอกจึงเตือนกันไว้หรือไม่ก็วางเฉยเฉยๆพระพุทธเจ้าสอนเราอย่างนั้นเพราะฉะนั้นผู้ใดจะหวังความเจริญก็จะต้องพยายามระลึกจุดนี้ให้มาก เตือนตนเองให้หนักโดยเฉพาะผู้ใดมีมานะทิฐิแรงเป็นเรื่องหุ้นหรือว่าจะหาเรื่องหาเหตุหาผลทันทีว่าตัวเองมีปัญญามากแล้วจะเอาข้อเหล่านั้นมาแก้ตัวยิ่งแก้ตัวเท่าใดผู้นั้นแหละยิ่งคือนักเลี่ยงการแก้ตัวไม่ใช่นักไม่ใช่สมบัติของพระอริยะพระอริยะไม่แก้ตัวพระอริยะรู้สึกของตนเองว่าตัวเองบริสุทธิ์ย่อมรู้บริสุทธิ์อยู่เมื่อตัวเองไม่มีความผิดใครจะมาทดแทนและไม่หวั่นไม่กลัวว่าตัวเองจะเสียเหลี่ยมก็พอระยะไม่มีเหลี่ยมไม่มีมานะ ยังกลัวเสียเหลี่ยมหรือยังพยายามหาข้อแก้ตัวสดๆอ้าวโน่นอ้างนี่ยาวความอยู่ผู้นั้นคือผู้ที่มีมานะทิฐิสูงยังมีมานะทิฐิแก่กล้าอย่าปวดๆอวดปัญญาว่าเรามีความรู้ซอกแซกลึกซึ้งการมาปฏิบัติธรรมนั้นด้วยเบื้องต้นที่จะทำตนให้บริสุทธิ์นั้นไม่ได้อยู่กันไม่ได้อยู่ที่มาแสดงภูมิไม่ได้เป็นไม่ได้อยู่ที่การแสดงภูมิปัญญาว่าตัวเองรู้ลึกรู้ซึ่งเรียนครูมากมายไม่ใช่การมาปฏิบัติตนเพื่อพรหมจรรย์นั้นเบื้องต้นนั้นน่ะคือมารู้ตนเองมารู้ตนเอง ลาก่อนละสิ่งที่ตนเองยังมีอยู่มากนั้นให้ออกแล้วให้สงบได้ให้หยุดได้ให้นิ่งได้ให้มีจิตใจไม่กระเทือนไม่หวั่นไหวไม่กลัวเสียเหลี่ยมไม่กลัวที่เขาจะมาลบหลู่หมดมานะทิฏฐิได้นั่นเป็นจิตนั่นเป็นสิ่งที่จะทำให้แก่ตนของนักบวชเป็นเบื้องต้นเพราะฉะนั้นผู้ที่จะบรรลุอรหันต์นั้นจึงไม่ใช่ผู้แสดงภูมิพอตัวมีปัญญามากมีความรู้ละเอียดละออมากมีความลึกซึ้งมากมีความเข้าใจอะไรได้มากๆไม่ใช่อันนั้นไม่ใช่ของความเป็นพระอรหันต์ความเป็นพระอรหันต์อยู่ที่ผู้ยึด แสดงความหยุดได้แสดงความไม่เดือดร้อนแสดงความเบิกบานแจ่มใสไม่ซึมไม่ซึมด้วยไม่ซื้อมือถือเป็นผู้นิ่งจริงเป็นผู้หญิงกินแต่เป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์แจ่มใสเป็นผู้รู้เป็นผู้ชายเป็นคนอื่นอยู่ในปีถึงแม้ไม่เข้าใจสิ่งที่ต้องเรียนลึกซึ้งอะไรต่างๆก็ไม่ๆๆ ไม่รู้เรื่องแล้วก็ไม่เดือดร้อนเพราะเดือดร้อนไม่รู้ก็ไม่รู้บอกตรงๆเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์แล้วที่มึงเคยพูดที่มีความจริงบทเรียนบทคือบทความรักหมดความใหญ่และมีความเล็กไม่มีความใหญ่แล้วรู้ความใหญ่มันจริงหรือไม่และรู้ความจริงหรือไม่ความเป็นพระอรหันต์เป็นอย่างนี้ไม่ใช่ความเป็นพระอรหันต์คือความมักใหญ่ใช้รถอยู่ก็ไม่ได้เพราะว่าเราไม่รู้ก็ไม่ได้ใช้ว่าเราเล็กก็ไม่ได้ถ้าไม่ใช่ความเป็นพระอรหันต์ สั่งน้ำเป็นคนที่มีกิเลสตัณหาเป็นคนที่ยังมีมานะที่ขี่แรงกล้าด้วยผู้ที่มีมาหน้าที่ของกล้าสอนยากบอกยากดื้อด้านและช้าช้าลำบากหนักลดสร้างโลกด้วยทำให้โลกเขาไม่ก้าวไปไกลเพราะความสุขครั้งของคุณนั้นเขาต้องซื้อเป้าหมายของความบรรลุเป็นพระอรหันต์ไม่ได้ถ้าไม่รู้แล้วปฏิบัติไม่ถูกจุดพระพุทธเจ้าตรัสไว้ทีเดียวว่าความเป็นผู้ที่บรรลุธรรมนั้นไม่ได้อยู่ที่ความเป็นผู้มีปัญญามากมีความรู้มาก แต่เป็นผู้ที่มีปัญญารู้ตนมีความรู้ตนรู้เข้าใจจริงในสังโยชน์ทั้ง 10 แล้วก็ล้างเป็นยอดทั้งจิตออกจากต้นมีความรู้ดีขอบเขตอันนี้ไม่ใช่ไม่มีความรู้ใบไม้ทั้งป่าเป็นความรู้มากไม่ได้รู้ผู้อื่นก่อนก็รู้ตนก่อนทำที่ตนให้ได้ซะก่อนไม่ทำให้ตนได้แล้วเรียบร้อยแล้วค่อยไปเพิ่มประสิทธิภาพอย่างแต่รู้ในภาษารู้ในสาระของผู้อื่นรู้ในเหลี่ยมครูเขาผู้อื่นรู้สึกใจของผู้อื่นรู้ในจริตของผู้อื่น ผ่านเจ้ากล้าในการจะช่วยผู้อื่นเพื่อที่จะสร้างความเก่งสร้างความมีศรัทธาทำไมใช้ปัญญาใช้เชิงปฏิภาณใช้ภาษานิรุตติต่างๆก็จะต้องศึกษาภาษาเพิ่มขึ้นอันนั้นเป็นสิ่งที่เรียกว่าใบไม้ทั้งต้นหรือใบไม้ทั้งป่าซึ่งจะทำประโยชน์ให้แก่โลกเขาต่อไปผู้ใดถนัดทางไหนก็จะเลือกทำทางนั้นที่จะมีประโยชน์เพื่อคุณผู้อื่นเพราะต้องจับเป้าหยุดเป็นสิ่งที่เราเองไปหลงผิดเป็นหลงยินดีปรีดาในภาษามากๆร้องยินดีชื่นใจในความพูดคำพูดหรือยุติ อื่นๆเยอะๆโดยที่ภาษาไม่เกินตัวเองเยอะแยะไม่เอาก่อนเราต้องไม่เอาก่อนเราต้องเอาภาษาที่เข้ากับตัวปริยัตินี้ฟังแล้วเออมีที่เรารักนี้เข้าท่ากับเราเทียบเคียงข้างแล้วเราก็ทำกับต้นเมื่อรู้แล้วว่าอันนั้นแหละเรายังมีอันนั้นแหละเรายังซื้อล้างแต่ต้นจนภาษาที่บางทีมากมายละเอียดซึ่งดูแล้วที่เราไม่เกี่ยวเราอยู่ที่พักไว้ก่อนไม่ใช่เบื้องต้นถ้าไม่ใช่เบื้องต้นพรหมจรรย์อันใดก็ตาม ปฏิภาณออกไปโดยที่เรียกว่าที่จริงไม่ใช่เรื่องของเราเลยแต่เราไปแสดงอวดรูปแสดงปฏิภาณว่าเทอมนี้เรารู้เฉยๆนักกีฬาเองก็ยังมีงานมีแสนหนักตอนนั้นก็พักไว้ก่อนเหมือนกันไม่ใช่เบื้องต้นรู้ได้มันก็ดีถ้าอยู่ว่างๆหรือว่ามีอะไรที่ว่าเราไม่หนักไม่หนาอะไรก็ทำกันดีแต่ไม่ใช่ความจำเป็นความจำเป็นรู้ตนมีปัญญาที่จะอ่านจนออกให้ละเอียดละออมันจะมีปัญญาที่จะไปรู้จักรู้จักรู้ความจริงแสดงความสามารถอะไรอยู่มีปฏิภาณหนักและมีภาษามากหรือว่ามีความรู้อะไรก็ได้อยู่ไม่ใช่อย่างนั้นไม่เอา ขอให้สำเร็จในจุดนี้ทำให้มากกระทำกันให้ดีเราจะเรียนทุกวันนี้เราก็พยายามที่จะสำรองตนล้างตนทำความผิดคิดที่ตนมีโดยรู้ซะก่อนว่าเราติดคิดอะไรเรายังไปเอาเป็นเอาตายกับมันอยู่เรายังไปเห็นไม่เห็นมีเธอเป็นทั้งยอดอยู่เราจะมาล้างอันนั้นออกให้เบาบางเรื่องมันเบาสบายหยุดได้แม้ไม่มีสิ่งนั้นเลยเราก็ไม่เดือดร้อนจริงๆยังเบิกบานแจ่มใสไม่สิ้นไม่อยากแม้แต่อยากพูดอยากแสดงไม่ ควรพูดควรแสดงถึงจะแสดงไม่ควรพูดไม่ควรแสดงสดเฉยๆมีความรู้ในสิ่งที่เรียกว่าควรระงับได้หยุดได้จริงๆไม่ใช่หยุดได้แต่คิดเอาเองปากพูดหยุดได้เล่นได้ทำได้แต่แท้จริงแล้วไม่ได้มันไม่ใช่อย่างนั้นมันต้องได้จริงๆและได้จนกระทั่งเราต้องแสดงความจริงด้วยเราเคยหยุดไม่ได้เราต้องแสดงความเห็นได้ให้เพื่อนถ้าทำไม่ได้คืนเห็นรู้ชัดก็ยอมรับในความหยุดได้ของเราทำได้ชัดเจนเห็นชัดด้วยเป็นเวลานานๆด้วยไม่ใช่แกล้งกดข่มอยู่ ก็ทำได้ซะด้วยจนเพื่อนถ้าทำนี่หรือคนอื่นเขายอมรับนับถือได้จริงเขารู้ไม่ได้ด้วยใจของเราก็แสดงโดยกายโดยวิธีออกมาวรยุทธได้หยุดกายหยุดสักทีได้ 39 ยังไม่กินได้ด้วยใจได้กลายเป็นผีก็ต้องได้แล้วก็จะแสดงออกให้เขาเห็นไม่ได้จริงๆชัดๆเดิมๆจึงจะแสดงความบริบูรณ์ทั้งในและนอกอันเป็นการยืนยันที่เธอได้ดีแต่ว่าเอาแหละโดยความจริงแล้วการหยุดนั่นแหละทำให้หยุดทุกจุดไม่มีความอยากไม่มีกิเลสไม่มีรูปภาพโทรศัพท์ นิสัยมันมีอยู่บ้างก็ให้ยอมรับไม่ยอมรับว่าวาสนานิสัยในกายโดยวิธีของเราเนี่ยมันเคยมันมีจุดกี่ตัวในที่เป็นสิ่งที่เรามีราวทิหรือชีวะลูกปาทิมันมีเครือข่ายที่อันนั้นยังตกค้างอยู่ในกายในจิตของเราจิตของเราที่เราเองเราระงับอย่างใหญ่เท่านั้นระงับนั่นแหละแต่มันยังมีแรงเฉื่อยก็ได้เป็นพลังงานแรงสวยที่เรียกว่ากีฬามันยัง ทำให้มือยกทำให้ปากเปลวไฟทำให้ตายเร็วไปเพราะมันเคยเช่าคล่องมานานแล้วมันยังเหลือเชื้อค้างอยู่บ้างผมวาสนาก็ไม่รู้และยอมรับว่าเราเองยังบกพร่องแล้วจึงจะได้แก้ถ้าเราไม่ยอมรับว่าเราบกพร่องเราจะไม่แก้คนเราอ่ะมันก็ไม่กล้าจริงๆถ้าเราไม่ยอมรับเพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับว่าเราบกพร่องเราถึงจะได้กล้าดูมรณะไม่ดีดูมาณที่นี้ดีแต่ถ้าตัวมาณที่นี้คนไม่เจริญคนไม่ก้าวหน้าเพราะความไม่ยอมรับ ทำให้คนคนนั้นไม่เร็วทำให้คนคนนั้นปฏิบัติธรรมล้างตัวตนไม่ออกหมดมาหน้านี้ตั้งแต่พระอริยะขั้นต้นมีแรงอยู่ทั้งนั้นแหละปุถุชนก็มีมานะทิฐิมาเรื่อยแหละมันอายมันไม่อยากจะเสียเหลี่ยมมันจะมีศักดิ์ศรีอะไรเนี่ยมันมีมาหมดไม่ใช่มันมีแต่พระอนาคามีไม่ใช่ธนาคารมีที่ปฏิบัติมาไม่ถูกทางมีมาหน้าที่แข็งแรงขึ้นจริงเราก็ไม่สอนมานะกันมาเป็นระดับๆมันตัวเองปฏิบัติธรรมขั้นต้นละกิเลสตัณหาในขั้นต้นมาได้ก็เพิ่มความถือดีหรือจะปฏิบัติอะไรได้คุณวิเศษอุบัติเหตุก็คือดีนึกว่าตน คนเก่งมีภูมิมีความสามารถเป็นธุรกิจคือคนธรรมดาทำไม่ได้ก็ไปติดประยุทธ์เป็นมานะนึกว่าตัวเองใหญ่นั่นไม่ได้เรียนมานะที่ถูกต้องมาตามลำดับจะถือดีก็จริงเพราะฉะนั้นแม่ถูกต้องตามลำดับแล้วเป็นพระอริยสัจตามมาแล้วศศิธาก็ได้แล้วมันเป็นอนาคาก็ได้แล้วใหญ่จริงๆเพราะว่าสูงจึงมีภูมิสูงจริงๆจนถึงบ้านอาคามีถ้าไม่รู้ว่าให้รถมานะมาจริงๆก็จะมาหลงตัวใหญ่ตนจนใหญ่ว่าตนเองเป็นพระอนาคามีก็กินอีกเพราะฉะนั้นจะต้องรู้ตัวยิ่งเป็นค่าระยะสูงยิ่งลดเพิ่มลดไม่ใช่ที่เพิ่มแต่ความรู้ในเรื่องของมาณที่ 4 การมีเหลี่ยม ครูศักดิ์ศรีอะไรก็ได้ก็ต้องลดลดและมีปัญญาซ้อนลงไปด้วยว่าเราลดตัวรถชนแต่เราก็ต้องรู้ธรรมเราต้องรู้สิ่งที่เป็นรูปเป็นนามเป็นสิ่งที่เรารักกันอยู่ว่ารูปนี้รองรับนามธรรมอย่างนี้รูปนี้รองรับคุณธรรมอย่างนี้มันมีอยู่โดยธรรมจะให้มันอยู่โดยความเป็นสมานัตตาถ้ามันอยู่โดยการเป็นจริงถ้ามันมีอัตราอย่างนี้ด้วยความเป็นจริงพระอริยะก็ให้รู้ว่าตนเป็นพระอริยะตามฐานะโสดาก็คืออริยสัจฐาน สถานะของธนาคารอรหันต์สถานะของอรหันต์หรือแม้สมมุติผู้บวชผู้ไม่บวชผู้ไม่ทำลูกสมมุติก็ให้รู้ในรูปสมมุติเราจะยึดสมมุติก็ให้รู้ว่านี่เราแค่สมมุติเป็นเอกเราจะยึดเอาจิตเป็นเอกแล้วในตอนนี้เราก็รู้ว่าเรายึดติดกันเองเราจะยึดกับเขาเขารู้จิตใจกันไหมล่ะถ้าเขาไม่รู้จริงด้วยกันก็อย่าใช้ในการจะใช้ในการแล้วมันไม่ได้ผลอะไรเขาไม่รู้เรื่องจิตหรือว่าใช้เรื่องจิตใช้ไม่ได้หรอกนอกจากหยุดหยุดแล้วก็เฉยอภัยเพราะเขาไม่รู้รายละเอียดก็ไม่รู้เรื่องจริงแต่เราจะแจ้งเอาผิดนี่แหละไปใช้กับเขาโดยเรายึดมั่นถือมั่นอยู่ที่จิตของเราแต่คนอื่นเขาไม่รู้เรื่องด้วยเขาจะเอาสมุดเนี่ยมันใช้ด้วยกันไม่ได้ เพราะว่าคนมันไม่รู้ด้วยการใช้ร่วมกันไม่ได้ก็จะต้องรู้ว่าใช้ไม่ได้หรือจะไปแจ้งโทษเขาก็ไม่ได้เพราะเขาไม่รู้แต่ถ้าใครใช้สิทธิ์ด้วยกันได้ก็คุณใช้สิทธิ์ด้วยกันและโดยแท้ก่อนใช้ให้ได้มาตั้งแต่หยาบๆใช้สมมติในการมาให้เป็นเอกให้ก่อนแล้วค่อยไปใช้สิทธิ์ภายหลังเมื่อผู้นั้นมีสิทธิ์ในจิตด้วยกันแล้วก็ใช้สิทธิ์ในกิจการปรมัตถ์ถึงปรมัตถ์ในการนั้นก็ไม่มีปัญหาไม่ทะเลาะเบาะแว้งไม่เดือดร้อนอะไรขัดแย้งไม่ลำบากแต่ถ้าจิตไม่ยังไม่ถึงกันแล้วก็เราอย่าไปเพ่งเราอย่าไปที่อื่นดูถูกเขาว่าเขายังไม่ถึงก็เขายังไม่ถึงไม่ต้องดูมันก็ถูกแล้วนี่เขายังไม่ถึงอ่ะคนที่รู้แล้วว่าคนนั้น ไม่ได้สิ่งใดยังไม่ได้คิดคนที่เป็นพระอริยะแล้วจะไม่ดูถูกคนที่ไม่ได้สิ่งใดมีคนที่ยังไม่ได้ในจิตจะไม่ดูถูกเขาขอดูการดูถูกก็อยู่ยังมีมานะยังไม่ใช่พระอารยธรรมเพื่อสุขภาพตัวเองยังไม่มีนอกด้วยซ้ำไปตัวเองก็เลยตาตามันว่าหยาบๆนอกๆคนอื่นเขารู้ได้ออกจะตายไปง่ายแต่ตัวเองมองข้ามเพราะตาเราเขินตาเราลูกๆตาเรามันมันตามัวหรือตาฟางไปยาวๆใหญ่ๆคนอื่นก็ดูรู้ แต่เราเองจะกลับมองไม่เห็นจะไปพึ่งไอ้ที่ข้างในนั้นที่เรียกว่าผิดจุดไม่รู้ต้นกลางปลายไม่รู้หยาบครางละเอียดมันก็เลยขอ 6 คนผิดแล้วตลกไปหลบมาหลบไปหลบมาก็เลยไม่ต้องพยายามจับดูสิพวกเราให้แพ้จับดูความจริงของเราให้แพ้แล้วก็พยายามลดลงอย่าเพิ่งไปมีมานะที่เหยียบพื้นที่สุดวันนี้ปวดดีอะไรมากรู้ตนรู้ตนแล้วก็พยายามเบียดเบียนตนอ่านตนให้ละเอียดละออแล้วก็ล้างตัวล้างตนออกกินยาล้างได้แล้วก็ดีแต่สิ่งต่อมาก็ทำให้ท่านปรางต่อไปเป็นเรื่องละเอียด ก็ทำให้มันได้ละเอียดกลายเป็นสถานที่ภายในในภายในให้ได้เป็นระดับไม่ใช่หรอภาษาพูดในภายในได้สูงๆวันที่ 14 ก็ว่าคนอื่นแต่ตัวเราเองที่หยาบๆตื้นๆแล้วก็ยังทำไม่ได้นอกนอกแท้ๆยังทำไม่ได้ยังไม่งามยังไม่บริสุทธิ์เลยยังไม่เป็นกัลยาณังแม้แต่แค่อาทิตย์กัลยาณังแม้แต่แค่เบื้องต้นหรือเป็นขั้นต้นอาทิตย์แต่ว่าเป็นต้นหรือเป็นขั้นต้นหรือเบื้องต้นกัลยาณังหมายความว่าดีก็งามยังไม่เสร็จในอาทิตย์กัลยาณังจะไปพูดไปใยจึงมักเกิดกัลยาณังและปริญญาและกัลยาณังเปลืองกลาง ความงามระดับกลางไชโยสานะสุดท้ายรอบสิ้นประโยชน์สารรอบเส้นทั้งนอกไปถึงในอันนั้นผมเป็นฝ่ายเพราะฉะนั้นเบื้องปลายนั้นไม่ได้หมายความว่าแต่ในอย่างเดียวประโยชน์สาธารณะกัลยาณังไม่ได้หมายความว่างานโดยเฉพาะในมิใช่ประโยชน์สาธารณะกัลยาณังหมายคำว่างามรอบปริญญารอบทั้งนอกและในนะอย่าเข้าใจว่าเบื้องปลายทีมงานในจุดเดียวไม่ใช่นอกไม่งามนะไม่ใช่คนดีแต่ว่าเราได้ในนอกไม่ดีแล้วคนอื่นไม่ได้ยังไม่ใช่ เปิด LINE ต้นปลายและปริญญาปริยะปริยะปริญญาปริญญาโทศาลเป็นผู้ที่ลอบถ้วนงามรอบถ้วนทั้งนอกและในหน้าที่ของส่วนปลายนิกัลยานางมณี 3 ระดับด้วยความงามและความดีเยี่ยมมันงามเบื้องต้นก็คือนอกเรื่องปลายก็ลึกเข้าไปใต้ต้นปรางค์วัดระฆังนอกและนายรู้ประสานกันทีเดียวรู้ประสานกันทีเดียวรู้การเป็นไฟติดต่อกันอยู่ข้างนอกและนายกินกันไม่ขัดแย้งกันเรียกว่ารู้นอกรู้ในอันไม่ขัดแย้งกัน ครอบครัวนายก็เป็นไปขึ้นบริสุทธิ์นอกได้ในกระบวนการด้วยดับหนี้นอกได้นายจะนิ่งด้วยแม้แต่นอกยังไม่นิ่งเรากระทำการอยู่แล้วก็รู้ว่าเราสังขารในของเราเหมือนกันสถานที่ติดๆเราปรุงอยู่จึงเกิดกายกรรมปิดรับปรุงอยู่จึงเกิดวิธีกรรมจึงจะปรุงอยู่ว่าให้เนี่ยอันนี้ให้ทำเร็วทำแรงแล้วก็รู้อยู่จึงเรียกว่ากินกันในมันตรงมาจากไหนมโนปุพพังเข้ามาทำมามโนเสฏฐามโนมยาไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่องใดไม่รู้เรื่องไม่ใช่นายรู้เรื่องลุงอยู่ทำให้ขาเดินเร็วทำให้มีความมีแสงมีทำงานอย่างตอนนี้รีบร้อนก็รู้อยู่ว่าเร่งร้อนตามเวลาที่จำเป็นที่จะรีบร้อนรู้อยู่ชัดอยู่เลยตั้งแต่จิตมีสติสัมปชัญญะตรงไม่ ตรงกันไม่ผลัดกันแล้วเรารู้ความจำเป็นด้วยกาลเทศะด้วยรู้ด้วยและรู้ด้วยฐานะด้วยว่าควรเร็วขนาดนี้สมกับสมณะสารูปทรงสถานะของเราหรือเปล่ารู้ด้วยว่าเราทำควรทำหรือไม่ถ้าควรทำก็ทำถ้าไม่ควรทำก็ตัดปล่อยเลยไม่ทำแต่ถ้าจะกระทำก็รู้อยู่ว่าเนี่ยได้ตัดสินหรือว่าได้เทียบเคียงแล้วได้ดูบัญญัติได้ดูทำได้ดูวินัยหรือว่าได้ดูความจำเป็นในสิ่งที่ว่าจะเกิดผลเสียหายในสิ่งแวดล้อมหรือไม่รู้จักที่เรียกว่าไม่ผลัดกันทั้งนอกและในไม่ค้านกันเป็นไปโดยงามพร้อมประโยชน์สาธารณะกัลยาณัง นางงามลงตัวเพราะงั้นหลักเกณฑ์การพัฒนาพระพุทธเจ้าใช้ศีลสมาธิปัญญานั้นจึงจะขัดเกลากายวัชรีหมึกสีในขัดเกลาไปจนกระทั่งถึงจิตวางได้ปล่อยได้ไม่ลำบากเป็นไปโดยง่ายวางจริงๆอร่อยจริงๆได้คือนั้นก็เป็นสีบริบูรณ์เรียกว่าอริยสัจ 4 อะไรจะกลับเรียกว่าอริยสัจอริยสัจแปลว่าผู้นั้นเป็นผู้พิจารณาเป็นปัจจัยที่เติมแสดงธรรมเพิ่มว่าเป็น กินน้ำแล้วอริยะที่มีสิ่งนั้นแล้วคำศัพท์แปลว่าปลายสุดแล้วมีแค่นอกเรียกว่าฝืนก็ช่วยกระจายแล้วก็จริงมีไปจนถึงในช่วยคิดด้วยไม่ต้องฝืนอีกไม่ต้องลำบากอีกไม่ต้องแบกต้องถือศีลอีกแต่สีนี้มีโดยปกติโดยอัตโนมัติมีโดยเราเป็นปกติแล้วเราไม่ต้องฝืนต้องฝืนไม่ต้องลำบากในการที่จะทำให้เรียบร้อยตามระเบียบตามวินัยอันนี้ตามกฎอันนี้ตามข้อนี้เราไม่มีขัดในใจไม่มีเคืองในใจทำได้อย่างสบายเบาง่ายเรียกว่าอริยสัจ 4 เพราะว่าสิ่งสำคัญ อธิบายให้ฟังเอามาไว้ยึดยึดปฏิบัติตามหลักนั้นเมื่อปฏิบัติได้จริงแล้วไม่ต้องยึดหรอกมันเป็นแล้วแล้วมันก็เป็นเลยแล้วมันก็เป็นจริงแล้วมันก็ไม่ขัดไม่เคืองปล่อยสบายและจำไว้ได้ด้วยเพราะนี่คือศีลที่เราจะต้องยึดมั่นถือมั่นพระพุทธเจ้าได้ถึงตรัสว่าสาวกของเราเนี่ยยึดถือแม้ชีวิตซึ่งเป็นของอัศจรรย์จริงหนอข้อหนึ่งเป็นไปได้ยากหาได้ยากกว่าสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนี่ยหนี้สินยึดมั่นในศีลยึดศีลแม้กระทั่งยิ่งกว่าชีวิตจำได้แม่นเลยสัญญาหมั้นเลยจำได้ด้วยแล้วไม่เหลาะแหละ งานช่างพร้อมอยู่จะเรียกว่าเป็นไปโดยอัตโนมัติไม่ต้องระวังอะไรไม่ต้องสนิทคอยล์สังวรสำรวมอะไรด้วยจัดเต็มโดยอัตโนมัติแล้วเป็นจริงแล้วเรียกว่าปรกติเป็นอริยสัจแล้วเป็นสีที่เขาเรียกว่าอริยสัจแล้วถึงขั้นนั้นก็แปลว่าศีลนั้นเป็นสมาธิฟังดูดีๆถึงขั้นนั้นเรียกว่าศีลนั้นได้เข้าไปฟอกจิตจนจิตเป็นอภิสิทธิ์แล้วจึงเรียกว่าสมาธิอธิบายก็หมดที่จะต้องพยายาม ไม่ต้องพยายามมากเกินไปโดยง่ายเป็นไปโดยธรรมดาอยู่ทีเดียวสติสัมปชัญญะก็ครองครอบอยู่ไม่ละเมิดเป็นที่ยิ่งไม่ละเมิดไม่ใช่ว่าต้องคอยระมัดระวังสำรวมทั้งหมดความสำรวมหมดความทั้งหมดไม่ต้องใช้ความสำรวมความสงบไม่ต้องใช้ความพยายามจะเป็นได้อยู่เป็นธรรมดาที่ส่วนมากจะหมดสร้างบ้านเล็กๆน้อยๆบางครั้งบางคราวน้อยส่วนน้อยส่วนใหญ่จะเป็นปกติอยู่อย่างนั้นส่วนเปรียบเทียบที่จะมีอะไรมาแทรกแซงแล้วก็หลุดไปทำอย่างอื่นถ้าปกติแล้วจะทำอย่างนี้จะทำอย่าง ยกตัวอย่างให้ฟังดูผู้ที่ปฏิบัติมาแล้วเพื่อนหนึ่งนอนสีหายากเพียงตะแคงขวาถ้าทำจนกระทั่งเป็นอริยสัจ 4 จนปฏิบัติจนเป็นปกติแล้วมันก็จะนอนอย่างนั้นจะนอนอย่างนั้นจะรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนผ้าซักครั้งรักษาคนนั้นๆถึงแม้จะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ไม่นานหรือจะต้องกลับมานอนตะแคงข้างขวาอีกนั่นแหละถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนภาพไปนอนค้างคืนไปนอนหงายไปนอนซ้ายตะแคงซ้ายอะไรก็ตามบ้าง บางคราวก็จะไม่นานหรอกแล้วแกก็จะมากลับมานอนอันนั้นเป็นปกติก็เป็นธรรมดาเป็นอันนั้นแล้วอันนั้นแหละอยู่สบายอันนั้นเป็นการอยู่สบายอันนั้นเป็นธรรมดาหรือบางอย่างเราได้ปฏิบัติการเลิกเนื้อสัตว์ไม่กินเนื้อสัตว์มาแล้วเราจะไปกินเนื้อสัตว์อีกบางครั้งบางคราวกินยังไม่สบายไม่กินเนื้อสัตว์นี่แหละสบายแล้วอาจจะไปกินด้วยกันบางครั้งบางคราวก็ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่สบายหรอกอย่างนั้นอย่างนั้นน่ะอาจจะรู้สึกว่าเออดูเหมือนกันแต่ก็ไม่นานเลยจะกลับมาไม่กินเนื้อสัตว์ต่างๆอย่างนี้แหละหรือแม้แต่ผู้ใดได้รับ ตั้งแต่ไม่สำรวมในอาการเดินเดินเหินเป็นอย่างฆราวาสกรีดกรายเป็นนับจากท่าทางลุกลี้ลุกลนดีดขึ้นไม่ได้มาหัดฝึกเด็กหญิงว่าสำรวมอินทรีย์การเดินก็ให้ระวังถ้าตำรวจไม่สงบจะดีขึ้นอย่าเดินจับจ่ายเดินโดยไม่ระวังมือไม่ระวังไม้ไม่ระวังตัวฝึกจนกระทั่งเป็นศีลอริยสัจแล้วสิ่งนั้นก็จะเดินสำรวจเป็นอย่างที่ได้เต็มแล้วนั่นแหละสบายให้กลับไปเดินกรีดกรายเป็นนักจับภาพที่อย่างฆราวาสอีกไม่สบายหรอกลำบากและรู้สึกว่าเห็นชัดเลยว่าไม่ไม่ อัจฉริยะกันตะจนเกินเป็นปกติแล้วทำได้เป็นปกติแล้วได้ฝึกมาจนกระทั่งเต็มแล้วเต็มแล้วแล้วกลับไม่เป็นไม่ได้ช่วยยากจนแล้วก็เป็นเป็นลักษณะจะไม่เป็นไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ได้ยากยากยากก็คือเรียกว่าอริยสัจ 4 เป็นความผิดปกติเป็นไปอย่างนั้นโดยมากจนได้อาจจะมีบ้างเปลี่ยนไปนิดหน่อยหรือว่าไปทำอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างที่อธิบายมาแล้วยังต้องซื้อยกตัวอย่างแล้วเอาไปทำอย่างอื่นบ้างหรือว่าเปลี่ยนไปอย่างอื่นบ้างบางครั้งบางคราวแต่ส่วนน้อยเหลือเกินธรรมดาถ้าไม่จำเป็นหรือ จะต้องไปทำอย่างนั้นบ้างนิดๆหน่อยๆก็ไม่จะไม่ทำอีกอย่างตัวอย่างใดในระยะที่ได้ยกตัวอย่างมาให้ฟังนี้เพื่อเราฝึกปฏิบัติแล้วเพราะฉะนั้นผู้ใดไม่ผ่าตัดสัญญาการตัดสินแล้วจะให้ไปฆ่าสัตว์ยากไม่สบายยากมากไม่เคยรักไม่รักของเขาเป็นปกติแล้วจะให้ไปรักของเขากูอยากจริงๆหรือกามคุณตาหูจมูกลิ้นกายมันสบายแล้วไม่ต้องไปปรุงอะไรเห็นลูกก็สักแต่ว่าลูกเห็นรถกษัตริย์เสาวรสขอให้คุณเสียสตางค์แต่ว่าได้ยินเสียงจะปรับปรุงมีรสชาติอื่นว่ายากยากยากยากยาก แล้วก็รู้ในความจริงอย่างนั้นอย่างนั้นไม่ได้แต่กลุ่มมันอร่อยยากธรรมดาเป็นฆราวาสพูดจาต่อเขต ถึงจะเป็นอริยะการตัดสินแล้วจนกระทั่งถึงจิตเป็นประโยชน์ฐานะกัลยาณังดีถึงจิตแล้วอย่างลงเป็นอริยสัจ 4 แล้วจะไม่เป็นอย่างนั้นได้ง่ายๆจะไม่พูดโกหกได้ง่ายๆแต่โกหกทำไมต้องหนักยิ่งยากจะพูดต่อเสียงก็ยากคุณก็จะขอเขียนยังไงมันจะรู้ทันทีว่าอาการอย่างนี้ก็เกลียดอาการนี้โอ๊ยทำไม่ไหวหรอกอาการอย่างนี้โกหกอาการอย่างนี้พูดเพ้อเจ้ออาการอย่างที่พูดหยาบไปออกมาจากปากไม่ได้แล้วก็พูดอย่างนี้ต้องระวังตัวและต้องบอกต้องเตรียมตัวว่าควรจะพูดเพื่อ รู้แล้วว่าจะพูดคำหยาบจะต้องทำท่าทีให้รู้เลยให้คนที่อยู่ด้วยกันฟังไม่รู้เลยว่าเนี่ยเรารู้นะว่าคำหยาบมีคำหยาบแต่ว่าจำเป็นตอนนี้ฉันขอเอามายกมาพูดอะไรงี้จะไม่ออกไปด้วยความพอใจถึงใจว่าเป็นการเกิดเป็นการอร่อยดีไหมล่ะพูดคำหยาบอะไรไม่มียากยากเพราะฉะนั้นช่วงนี้บริสุทธิ์เป็นอารยธรรมตัดสินแล้วสูงสูงส่งสูงนักจะมีสติสัมปชัญญะคุมอย่างเรียบร้อยละเอียดมาเป็นคนไม่อยู่ตลอดเวลา ไม่อยากทิ้งลูกขันธ์ 5 นี้ยังรักลูกนามขันธ์ 5 นี่เหลือเกินเสพติดรูปนามขันธ์ 5 นี้แล้วแล้วเราเล่ามาไม่รู้ขี่กลับมาหากลับกันแล้วล่ะสุดท้ายไม่เสพติดแม้แต่รูปนามขันธ์ 5 รู้รูปรู้นามขันธ์ 5 นี้ถ้ามันเป็นของที่ได้หลงสร้างมาแล้วแล้วก็เป็นแรงเฉื่อยเป็นแต่เพียงว่าชีวะคือว่าจะเดินไปสู่ชีวะชีวิตที่จะเดินไปสู่ความชรารู้จริงเห็นจริงแล้วก็ไม่อึดอัดใจไม่เคืองใจก็หลงเกิดมาได้ก็ไม่รู้กี่พันกี่หมื่นกี่แสน 4 แสนกลับล้มเกิดมาได้ก็ตอนนี้สุดท้ายแล้วอีกไม่นานกว่า 100 ปีอันนี้ก็ต้องชรา ธาราลงไปสู่ความเสื่อมและก็เป็นที่สุดเพราะเรารู้ซะแล้วว่ารากเหง้าแห่งความนำเกิดคือโลภะโทสะโมหะมูลทั้งหลายนั้นเราแน่ใจว่าที่จิตของเราไม่มีไม่ต้องเกิดอีกเพราะหมดแล้วที่มูลนิธิทั้งหมดนั้นแน่ใจเห็นรู้อยู่เข้าใจชัดเจนเลยแม้แต่เวลาใดปางใดเราก็ไม่ได้มีโลภะมูลไม่ได้มีโทรศัพท์มูลเข้าใจผิดพวกเราอยู่เป็นบริสุทธิ์สะอาดผ่องแผ้วปราศจากโลภะโทสะไม่หลงผิดในโมหะด้วยชัดเจนทุกระดับถึงความละเอียด ใจเขมะจิตใจจะเสริมจิตใจเบิกบานอยู่สบายแล้วก็ทำอะไรก็ทำเพื่อประโยชน์ผู้อื่นไม่ใช่ตัวตนไม่มีตัวไม่มีต้นมีกระทั่งก้อนที

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน