ผู้บรรลุอรหันต์ จะบอกได้ว่าตนเป็นอรหันต์อย่างไม่เก้อยาก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.26 KB
วันที่แก้ไข14 มิถุนายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ผู้บรรลุอรหันต์ จะบอกได้ว่าตนเป็นอรหันต์อย่างไม่เก้อยาก _Weerasak Kamsui (วีรศักดิ์ คำซุย) : 55555 อรหันต์ก็มีหลายแบบ หลายลัทธิ แต่อรหันต์แบบพระพุทธเจ้า ก็อีกแบบ พระอรหันต์ที่แท้จริง เมื่อมีคนถามท่านกลับตอบว่า"มีแต่ "หัน" หน้า หัน หลัง" นี่แหละ...มีแต่กล่าวว่า "เราสิ้นทุกข์แล้ว" เราไม่ได้เป็นอะไร เราไม่มีอะไร ไม่เอาอะไร...ส่วนอรหันต์ "แบบ โพธิรักษ์" กล่าวว่าเรา "เป็น" เราคือ "อรหันต์" ต่างกันนะครับ55 พ่อครูว่า...ไม่กล้ากล่าวคำว่าเราเป็นอะไร ไม่ง่ายนะ คนเราจะรู้คำว่าอรหันต์นี้ยิ่งใหญ่ ชาวพุทธเรารู้ว่ายิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นมันมีจิตตัวที่รู้มั่นใจ แน่ใจ ชัดเจนจริงๆ จึงจะกล้ากล่าว จึงจะมีอาสโภ แกล้วกล้าอาจหาญจะกล่าว จิตตัวนี้สำคัญมาก อาสโภ จะกล้ากล่าวว่าตัวเองเป็นอรหันต์และกล่าวยังไม่ มังกุ ไม่มีจิตไหว มีแต่แน่นิ่งแน่วจริงตรงเป๊ะไม่เคลื่อนไม่ไหวไม่มีอายเกื้อเขินยากไม่มี มีแต่ความจริงใจ ตรงหนึ่งชัดเจนมั่นใจ เพราะฉะนั้น อรหันต์จริงจะกล้ากล่าว ต้องไปศึกษาคำสอนในพระไตรปิฎกดีๆ ใน ปัจเวกขณ์ 10 ถ้ามีผู้ถามว่าท่านบรรลุธรรมอะไรบ้าง เราจะตอบได้อย่างไม่มีมังกุ (เก้อยาก) ไม่มีจิตสะดุดที่จะลำบากที่จะตอบ ในนี้ในโลหิจสูตร แย้งกันว่า ผู้บรรลุย่อมไม่บอกใคร(มิจฉาทิฏฐิ) พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสกับ โลหิจจพราหมณ์ โลหิจจพราหมณ์ มีทิฏฐิลามก ว่า “ผู้บรรลุแล้วไม่พึงบอกแก่ผู้อื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่นจัดว่าเป็นความโลภที่เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องพันธนาการเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่องพันธนาการใหม่... ฯลฯ ” . พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีคติ ๒ คือ นรกหรือกำเนิดเดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๕๘) สรุปว่า เพราะไปเข้าใจผิดว่าผู้บรรลุแล้วบอกตัว

อ่านต่อ

เองว่าบรรลุไม่ได้ จนกระทั่งมีปราชญ์ในเมืองไทยบอกไว้ว่า ผู้ที่บอกว่าตัวเองบรรลุ ผู้นั้นไม่บรรลุ บอกว่าอย่างนี้เลยซึ่งขัดแย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้าที่กล่าวใน โลหิจสูตรหรือ อภิณหปัจเวกขณ์ ข้อที่ 10 ซึ่งมันตรงกันข้ามไปหมด เมื่อมีความเข้าใจผิดกันมา และเป็นความซับซ้อนของคน คือ คนที่ไม่บอกไม่อยากให้ใครมาบอกว่าตัวเองบรรลุหรอก เพราะฉะนั้น มันจะมีข้อเปรียบเทียบขึ้นมา เราก็ทำทีว่าเราเป็นอรหันต์ แล้วบอกว่าผู้บรรลุแล้วไม่บอกใครหรอก เพราะว่าบอกว่าพูดแล้วจะเกิดการเปรียบเทียบ บอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ทีนี้อย่างอาตามาบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ กับผู้ไม่กล้าบอกว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์ก็เพราะว่าท่านไม่กล้า ท่านจึงพูดว่าพูดกันว่าเป็นอรหันต์แล้วบอกไม่ได้ เพราะคนบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์แล้ว ปาราชิกเลยนะ แม้จะมีคุณธรรมเป็นอรหันต์จริง ก็บอกไม่ได้ บอกอ้างไปในพระวินัยเลย ขืนบอกกับฆราวาส บอกกับอนุปสัมบัน แล้วผู้นี้เข้าใจอนุปสัมบันแค่ตื้นๆว่า ผู้บวชเพียงพิธีกรรม ไม่เข้าใจอนุปสัมบันว่า ผู้ไม่มีภูมิธรรมจะรับได้ต่างหาก เช่น ไปบอกว่า เราบรรลุอรหันต์กับเด็กๆ กับผู้ที่ไม่ประสีประสา พูดไปทำไม ผู้ที่มีภูมิธรรมสามัญก็รู้อยู่แล้วว่าพูดไปทำไม มันเหมือนพูดกับเด็กๆ พูดกับคนไม่รู้เรื่อง อวดตัว ว่าตัวเองเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ แล้วเด็กเขาไม่รู้เรื่องเลย ว่า มันสูงส่งขนาดไหน มันดีอย่างไร พูดไปให้เสียแรงเสียเวลาเสียน้ำลายไปเปล่าๆก็เท่านั้นพูดไปทำไม แค่ปฏิภาณไหวพริบแค่นี้เขาก็ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นเมื่อเข้าใจผิดแล้วว่าผู้บรรลุแล้วบอกใครไม่ได้ จึงเกิด ศาสนา เดา ศาสนาพุทธ จึงกลายเป็นศาสนาเดา เดากันเอา เพราะท่านบรรลุเป็นอรหันต์แล้วบอกใครไม่ได้ต้องเดาเอา บอกไม่ได้ เมื่อเข้าใจอย่างนี้จึงพูดแค่เลี่ยงๆว่า เรานี่ เราหันรีหันขวาง เราสิ้นทุกข์แล้วเราไม่ได้เป็นอะไร เราไม่มีอะไร เราไม่เอาอะไร ก็ไม่กล้าตอบว่า เราเป็นอรหันต์ จะพูดแต่ภาษาให้คนอื่นเขาคิดว่า ลักษณะอย่างนั้นมันเป็นอย่างไร ก็ให้อ่านเอาเอง ซึ่งอ่านเอาเองมันก็ไม่ได้ง่าย บอกตรงๆว่าเป็นอรหันต์ก็จะเข้าใจง่ายกว่า แล้วขยายความละเอียดของจิตที่เป็นอรหันต์ อาตมาก็อธิบายจิตที่เป็นอรหันต์ด้วยภาษาทุกอย่าง อ้างอิงเทียบเคียงยืนยันกับพระไตรปิฎกตามคำสอนพระพุทธเจ้ามาตลอด ละเอียดลออความพระไตรปิฎกว่ากันจริงๆ เพราะ ฉบับนี้เป็นของพระมหากัสสปะเป็นประธาน เป็นพระไตรปิฎกที่รวบรวมไว้นิดเดียว แบบเข้มข้นค่อนไปในทางพระป่าด้วย ซึ่งอาตมาไม่ใช่สายพระมหากัสสปะ อาตมาสายธัมมานุสารี มันคนละขั้ว มันต่างกันด้วยสัจจะ อาตมาพูดความจริงที่ตัวเองมีตัวเองเป็น แล้วพูดเป็นเชิงออกจะข่มๆพระมหากัสสปะด้วย เพราะท่านเป็นสายสัทธานุสารี อาตมาสายธัมมานุสารี สายปัญญาวิมุตติ ซึ่งท่านยากจะออกไปสู่ ปัญญาวิมุติ สรุปแล้ว คุณวีรศักดิ์ ควรไปศึกษาให้ดี ยังเข้าใจอาตมาไม่ได้ ไม่ใช่ว่าอาตมารังเกียจไม่สบายใจเพราะคุณไม่เชื่ออาตมา อาตมาก็ยังสบายใจ ให้ติดตามกันไปให้ชัดเจน ยิ่งถ้าเข้ามาอยู่ในหมู่กลุ่มชาวอโศกให้ดีๆ ที่คุณสนใจในธรรมะ อาตมายินดีกับคุณมากเลยที่สนใจศึกษาติดตาม ค้นความถูกความผิดของธรรมะพระพุทธเจ้าให้ดีๆ อาตมาขออนุโมทนาอย่างยิ่ง 650613 คนโง่ซวย รวยเด่น และเป็นกลาง รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 41

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน