อนุปคัมมะ บรรลุความมีและความไม่มี.docx
เนื้อหาในไฟล์
อนุปคัมมะ บรรลุความมีและความไม่มี _พ่อครูว่า... คำว่า เป็นกลาง ผู้ที่บรรลุความเป็นกลางแล้ว ที่คุณวีรศักดิ์ คำซุย หรือคุณเดวิส โลว์ บอกมาก็ตาม ขอขยายความคำว่า อนุปคัมมะ แปลว่า ผู้เป็นกลาง เป็นผู้ที่ควบคุม เป็นผู้ที่มีอิทธิพลครอบงำ คุมภาวะโลกหรืออัตตา บรรลุรัตนยังไม่ส่งสักทีเดียว แต่เข้าขีดอภิภู เป็นผู้ที่มีภูมิโพธิสัตว์ระดับ 8 ขึ้นไปเรื่อยๆ คนๆนี้จะบรรลุธรรมอย่างชนิดที่เรียกว่า จะรู้จักความมีกับความไม่มี อัตถิกับนัตถิหรือโหติกับนโหติ แปลเป็นภาษาไทยว่า มีกับไม่มี แล้วมีอะไรกับไม่มีอะไร คนที่มีความเป็นโลกียะ แม้แต่ความเป็นอารยะ อริยะ อาริยะ รู้รายละเอียดของสิ่งเหล่านี้ บรรลุแล้วด้วย จึงอยู่ในท่ามกลางโลกที่เขามีกับไม่มี มีขนาดระดับโง่สวยเราก็รู้ มีระดับรวยเด่นแล้วก็รู้ มีระดับเป็นกลางเราก็รู้ รู้หมด แล้วเป็นได้ด้วย มีจิตเข้าขีดขั้น ระดับ 8 ระดับ 7 ก็พอรู้แล้วแล้วก็สะสมบารมีที่จะมีความรู้เป็นอภิภู หรือ ความรู้ในระดับ อนุปคัมมะ อย่างอาตมา อาตมามีแล้วเริ่มมีแลว พูดกันว่าอาตมาจะขึ้นระดับ 8 ซึ่งเอาตัวเองเป็นตัวอย่างยืนยันความจริง ให้คุณพิสูจน์ ถ้าอาตมาพิสูจน์แล้วมันผิด อาตมาหน้าแหกหน้าแตกหมอไม่รับเย็บเอง แต่ถ้าอาตมาพิสูจน์ยืนยันคนจะยอมรับและเข้าใจสัจธรรม สัจธรรมก็จะเดินหน้า อาตมาจึงมั่นใจว่าจะให้สัจธรรมเดินหน้า คิดว่าอาตมาไม่มีทางทำให้หน้าแตก ก็อาตมามีความจริงมีความรู้ ไม่ใช่มีความรู้เฉพาะฉลาดเท่านั้น แต่มีทั้งความรู้ความฉลาดความจริง ฉลาดมาจาก ฉฬายตนะ ธรรมดาคนสามัญก็มีอายตนะ 6 หากคนไม่พิการ ก็สามารถรับสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกาย จิตรับรู้ความรู้สึก หรือมี เวทนาสัญญาสังขารในสิ่งเหล่านี้ คนๆนั้นมีอายตนะฉฬายตนะ ทั้ง 6 แล้ว ยิ่งเป็นคนที่ใฝ่ธรรมศึกษาธรรมเป็นกัลยาณธรรมขึ้นมา ก็
อ่านต่อ
เป็นความรู้ขั้นโลกีย์เป็นกัลยาณชน ขั้นอารยะ ที่โลกเขาเป็นกัน ก็จะยังอยู่ในโลกียะ ก็จะทั้งรวยทั้งเด่น แต่คนที่ไม่เอาถ่านอยู่ในนรกก็เป็นคนโง่ซวย คนที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาก็เป็นความรวยเด่น เป็นโลกียะ ความเจริญทางวัฒนธรรมทางความประพฤติที่ยอมรับนับถือเป็นสมมติสัจจะซึ่งมันไม่เที่ยง คนดีคนเด่นของโลก เขาก็นับถือกันไป เช่น คนรวยที่สุจริตดี คนเด่น สามารถมีความรู้ความเก่งแล้วแต่ ก็ดีก็เก่งก็สามารถแล้วดีอย่างเก่งด้วยนะ แต่ยังไม่รู้ ยังไม่เก่งเรื่องของโลกุตรธรรม ยังไม่มีความรู้จะออกมาสู่โลกุตระ ก็ยังมาถึงความเป็นโลกุตระยังไม่ได้ ต้องมาพบ ต้องมีปัญญาข้อที่ 1 ต้องได้ฟังจากพระโอษฐ์จากสัตบุรุษจากผู้รู้ที่สัมมาทิฏฐิ ได้ยินได้ฟังมาก ไม่ใช่บอกว่าพระเจ้าส่งความรู้มาให้ เป็นพระบุตร ไม่ใช่ ตัวต่อตัวได้ยินได้ฟัง ได้สัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายอยู่ในโลกมนุษย์เป็นคนเป็นเป็น ผู้บอกเป็นพระจริงนะเป็นพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆ บอกคนก็เป็นคนเป็นๆไม่ใช่เป็นสิ่งลึกลับแบบพระเจ้า เป็นพระเจ้าขั้นพุทธะ ที่มีความรู้ความจริงสุดยอดอันนี้ มีคนจริง จะไปสมมุติว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่รู้ คนที่อยู่ในถ้ำเทวนิยมนับถือพระเจ้า ถ้ามีความรู้ว่าความรู้ของคนจึงจะมีครบ 6 ทวาร ไม่ใช่สมมติอยู่ในจินตนาการ ไม่ใช่ ลึกลับอยู่อย่างนั้น ขอพูดซ้ำอีกว่าพระศาสดาของเทวนิยม เอาความรู้มาเปิดเผยจนกระทั่งเป็นศาสนาของตนเอง ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ศาสนาใหญ่ๆก็มี 2 3 ศาสนาในโลกขณะนี้ แล้วก็มีศาสนาย่อยไปอีกเล็กน้อย พยายามจะเป็นเจ้าลัทธิต่างๆ ความรู้ที่เอามาเปิดเผยนั้น ไม่ใช่ความรู้ของพระเจ้า แต่เป็นความรู้ของพระศาสดาเอง ที่ได้สั่งสมมาเป็นกรรมวิบากของตนเอง สั่งสมมาไม่รู้กี่ชาติ แต่อยู่ในกรอบของโลกียะ ก็ได้เป็นคนที่มีความรู้ไปตามประสาของตัวเอง แล้วออกมาประกาศ ประกาศศาสนาขึ้นมาจนได้ ประกาศจนกระทั่งมีคนมายอมรับนับถือ มีมวลปริมาณมากพอ ซึ่งมันรู้ไม่ยากเท่าไหร่หรอกสำหรับโลกียะ โลกุตระนั้นรู้ได้ยากกว่ามาก อย่างคนละส่วนเลย ผู้ที่จะพอรู้ได้ต้องได้ฟังจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า จากผู้รู้ที่มีสัมมาทิฏฐิ จากสัตบุรุษ แล้วต้องมาไต่ถามซักถามแล้วถามอีก จนกระทั่งรู้แล้วเอาไปปฏิบัติมีศีลมี อปัณณกปฏิปทา 3 มีสัทธรรม 7 จนกระทั่งเกิด ฌาน เจริญเป็นโลกุตระธรรมขึ้นมาเรื่อยๆ จึงจะสามารถรู้ความสงบ 2 อย่าง เป็นปัญญาข้อที่ 3 ความรู้ความสงบ 2 อย่างเป็นเครื่องตัดสินว่า คนจะรู้ถึงความสงบ จะพูดถึงความสงบ จะเรียกสันติภาพ ก็แล้วแต่ กว่าจะรู้ความสงบ 2 อย่าง ความสงบทางโลกียะนั้นเป็นโลกีย์ ไม่เที่ยงแท้ มันสงบเพราะกดข่ม ทำลืม หาวิธีการเลี่ยงความรุนแรงเรื่องความทุกข์ เรื่องความลำบาก กลบเกลื่อนไปบ้าง ดีไม่ดีเอา อำนาจบาตรใหญ่บังคับให้คนอื่นเขาเป็นไปตามใจเรา เช่น อย่างที่มีตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ไบเดนก็ตาม หรือ จะเป็นปูตินก็ตาม ขออภัยที่ยกตัวอย่างตัวจริง จีนเขาก็พอมี เขากำลังเด่น กำลังนำทางธรรม ในประเทศต่างๆ มีคุณธรรมมีหน่วยกิตของ อัญญธาตุ บ้างแล้ว ซึ่งทางจีนประชาชนเป็นพุทธไม่ใช่น้อย จนกระทั่งมีคอมมิวนิสต์ก็กลบศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลามไป โดยเป็นศาสนาคอมมิวนิสต์ไป อาตมาบรรยายไปเวลาจะหมดแล้ว ก็ขอตีเข้าเป้า อนุปคัมมะ ผู้เป็นกลาง มีความรู้มีความเป็นได้ ไม่มีกิเลส เป็นคนมี แต่มีความเป็น อนุปคัมมะ คือยังเป็นคน มีชีวิตยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน จึงเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือความมีและความไม่มี ไม่ติดทั้งความมีและไม่ติดทั้งความไม่มี แต่ช่วยคนมี มีคุณธรรมบ้างแล้ว หรือคนไม่มีคุณธรรมบ้างเลย ก็ช่วยได้ ช่วยได้ทั้งสองฝ่าย อนุปคัมมะ นี่ อย่างอาตมานี่เป็นตัวอย่าง ช่วยได้ทั้งคนที่สนใจและมาศึกษา แต่คนที่ยังไม่สามารถมี อัญญธาตุ เลยก็ยาก ที่จะมาฟังธรรมะอาตมารู้เรื่อง ก็ตามศึกษาเถอะ อาตมาพยายามต่อชีวิต จะไม่พยายามตายง่ายๆ กำลังเจรจากับยมบาลเป็นอยู่เท่านั้น พยายามพากเพียร พูดเป็นเรื่อง Magic นิดหน่อย แต่ที่จริงไม่ได้ไปสู้กับยมบาลจริงหรอก พยายามรักษาทั้งด้านรูปและนาม เพื่อให้ชีวิตมันยั่งยืนยาวนานไปได้ สำหรับจิต อาตมาก็รับผิดชอบตัวเอง สำหรับรูป คนอื่นเขาช่วยด้วยอะไรต่างๆอีกเยอะ สำหรับจิตก็มีพลังใจจากคนอื่นพยายามเอาใจช่วย ก็มีพลังของคนอื่น เอาใจช่วย ไม่อยากให้อาตมาตายก็พยายามพูดแสดงความจริงใจ อวยพร 88 ปีแล้ว นี่กำลังขึ้น 89 แล้ว ย่าง เข้าไป 89 มาได้ 8 วันแล้ว อาตมาอายุ 88 ปี 8 วันในวันนี้ 650613 คนโง่ซวย รวยเด่น และเป็นกลาง รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 41