คนโง่ซวย รวยเด่น และเป็นกลาง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข14 มิถุนายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

คนโง่ซวย รวยเด่น และเป็นกลาง _พ่อครูว่า... อาตมากำลังขยายจากสามอย่าง ความรู้ ความฉลาด ความจริง ความรู้อย่างปุถุชนก็รู้กันทั่วไปผิดบ้างถูกบ้างมั่วกันไป พอศึกษาคนอีกชั้นหนึ่ง ขึ้นมาเป็นขั้นกัลยาณชน เรียกว่า เป็นความฉลาด ในความดี ทำดี ไม่ทำชั่ว ละชั่วให้ได้มากๆ ก็มีความรู้เรื่องชั่วเรื่องดี อยู่ในวงของโลกียะ จนกว่าจะข้ามขั้นมาเป็นอาริยชน หรือ เดิมเขาเรียก อริยชน อาตมาไม่ใช้คำว่าอริยชนแล้ว เพราะมันเพี้ยนไปเป็นแสวงบุญนอกขอบเขตพุทธไปแล้ว เข้าใจผิดในธรรมะโลกุตระของพระพุทธเจ้าก็เรียกตนเองว่าอริยะ ดีไม่ดีเรียกตัวเองถึงอรหันต์แต่มันไม่ใช่ อาตมาจึงไม่ขอใช้คำว่าอารยะ แต่มาใช้คำว่า อาริยะแทน ทีนี้คำว่าอาริยชน คนก็มาแย้งอาตมาว่า ไม่มีคำนี้หรอกในภาษาธรรมะ มีแต่อริยะ หรือไม่โลกๆใช้คำว่า อารยะ เขาก็ใช้กันทั่วไป เป็นความเจริญคนโลกๆ เป็นประเทศเจริญ ประเทศอารยะ เขาก็ใช้กันทั่วไปเป็นสากล ส่วน อริยะ เขาใช้กันว่าเป็นผู้เจริญทางธรรมะ ซึ่งมันเพี้ยนไปแล้ว อาตมาก็เลยไม่เอา มาใช้คำว่า อาริยะ ซึ่งเขาแย้งอาตมา อาตมาก็ว่ามี ในศาสนาพุทธมีคำว่า ศรีอาริยเมตไตรย คนที่จะมีภูมิขั้นอาริยะจะต้องมีสัจจะที่จริงเพียงพอ อาตมาให้ความหมายอย่างนั้น ก็เป็นขั้น ปุถุชน กัลยาณชน อาริยชน คนทั่วไปรวมตัวกัน ที่รักความดีไม่ทำความชั่วเขาก็เรียกว่าอารยชน อย่างเก่งได้เป็นกัลยาณชน ในโลกทางตะวันตกเทวนิยมเขาก็เป็นคนดีเป็นกัลยาณชนแต่ดีแบบโลกีย์ ยังข้ามขั้นมาเป็นโลกุตระยังไม่ได้ เพราะฉะนั้นอาริยะชนจึงหมายถึงโลกุตรชน หรือโลกโลกุตระอีกโลกนึง อาตมาก็เลยใช้ ภาษาสรุปว่า คนที่มาเป็นปุถุชนมาเป็นกัลยาณชนมาเป็นอารยชน ปุถุชนก็เป็นสังคมโลกียะ อาตมาก็สรุปว่า ก็ยังอยู่ในความโง่ความซวย โง่ซวย ต่อมาอีกขั้นหนึ่งเป็นขั้นกลาง กัลยาณชน

อ่านต่อ

อารยชน ก็ขึ้นมา รวยเด่น โง่ซวย แล้วมารวยเด่น จนกว่าจะเป็นอาริยะชนเข้าขั้นโลกุตระจึงจะเป็น กลาง ว่าง สงบ สันติ สบาย(สัปปายะ) คนในระดับต้นเรียกว่า โง่ซวย วนในโง่ซวย แล้วเขาไม่รู้ว่าเขาทำความโง่เขาทำความซวยให้แก่ตัวเองและสังคมเขาไม่รู้ เขาหลงผิดนึกว่าทำความดีแต่แท้จริงทำความชั่ว นึกว่าทำความถูกต้องแต่ที่แท้ทำความผิด คือยังไม่มีความแม่นยำในเรื่องของความจริง ปนกันเละ เรียกว่าโง่ซวย พวก 2 รวยเด่น พวกนี้เป็นกัลยาณชน สูงสุดของกัลยาณชนก็ได้เป็นศาสดาองค์ใดองค์หนึ่งของทางเทวนิยม อย่างที่มีกันอยู่ในโลกเยอะแข่งกันด้วย ศาสดาต่างๆ ศาสนาใหญ่ๆมีไม่กี่ศาสนา ยังมีศาสนาและศาสนาน้อยที่เป็นกัลยาณชน แล้วตัวเองพยายามเป็นคนรวย คนเด่นคนดัง คนกล้าก็แล้วแต่ในโลก โง่ซวย รวยเด่น อันสุดท้ายโลกุตระ อริยชน นั้นคือ เป็นกลาง ทำจิตให้เป็นกลาง คำว่า เป็นกลาง คำนี้ยิ่งใหญ่ ความเป็นกลาง ภาษาบาลีว่า มัชเฌณ ความเป็นกลาง ท่ามกลาง สภาพเป็นกลาง ผู้ที่ปฏิบัติธรรม เข้าถึงความเป็นกลางอยู่ในขั้น 8 เป็นโพธิสัตว์ระดับสูงคือขั้นอภิภู หรือเป็นคนที่มี อนุปคัมมะ เป็นคนที่มีคุณสมบัติ บัญญัติเรียกว่าอภิภู มีคุณสมบัติที่เป็น อนุปคัมมะ คือมีคุณสมบัติขั้น อภิภุยยะ ใช้ ย.ยักษ์ไม่ใช่ ญ.หญิง ที่เป็นอีกวรรค ที่ ความรู้ยังไม่ถึงขั้น ย.ยักษ์

ฉะนั้นความเป็นกลางของผู้ที่ถึงขั้น เป็นกลาง จะเป็นคนมีปัญญา คนที่เป็นกลางไม่ใช่คนโง่ คนที่เป็นกลางเป็นคนที่มีปัญญาสูงมีทั้งคุณณวิเศษคุณสมบัติข้างใน อย่างที่กล่าวมาแล้ว ผู้ที่ยิ่งใหญ่เอกอุ อาตมาขยายความ อภิภู คือ ผู้ยิ่งใหญ่มีความเป็นเอก เป็นผู้ที่มีโลกุตรธรรม อุตรธรรม อุตระนั้นขั้นปัญญา

ความรู้ปัญญา 8 ของพระพุทธเจ้านั้นคนที่เป็นกลางจะมีความรู้ของปัญญาแปด ความรู้ชนิดโลกุตรธรรมต้องสั่งสม อัญญธาตุ คือธาตุโลกุตรธรรมที่จะเข้ามาสู่อีกโลกอีกโลกหนึ่ง คนจะค่อยๆสะสม ถ้าผู้ใดไม่ได้ฟังธรรมะจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า หรือไม่ได้ฟังจากผู้ที่เป็นสัตบุรุษ คือผู้ที่มีความรู้ที่สืบทอดมาจากพระพุทธเจ้า หรือ สยังอภิญญา หรือผู้มีความรู้ที่อยู่ในฐานะครูที่สัมมาทิฏฐิ ที่สอนสัมมาทิฏฐิได้ แต่ตัวเองไม่บรรลุ รู้ได้ถูกต้อง สอนได้ถูกต้อง แต่ตัวเองไม่ได้บรรลุธรรม เป็น สีลัพพตปรามาส คือรู้แล้ว สัมมาทิฎฐิแต่ตัวเองไม่ได้ปฏิบัติที่ไม่เอาถ่านในตัวเอง นี่คือคนระดับ 1 ถ้า สีลพตุปาทาน คือ คนอีกระดับหนึ่ง คือ คนนับถือศีล ตามจารีตประเพณีที่เขาพาปฏิบัติอย่างโน้นอย่างนี้แต่ไม่สัมมาทิฏฐิเลย มีแต่จารีตประเพณีเป็นกันไป อย่างทุกวันนี้ถือศีลตามจารีตประเพณี บอกได้เลยทางเถรสมาคมปฏิบัติศีลมีแต่จารีตประเพณีไม่เคยเข้าถึงจิตไม่มี อปัณณกปฏิปทา 3 ไม่มีสัทธรรม 7 ไม่เกิดฌานจริงเลย ไม่เข้าสู่จรณะ 15 เพราะไม่มีปัญญา ปัญญาตัวแรกเข้าใจตามสัตบุรุษ มันก็ไม่เกิด พระพุทธเจ้าไม่ได้เกิดในยุคนี้ ไม่มีสัตบุรุษมาเกิด ก็ไม่ได้เข้าใจตามสัตบุรุษ เห็นสัตบุรุษเป็นพวกนอกรีตผิดไปอีก กลับ อย่างนั้นด้วยน่าสงสาร จริงๆ เขาเข้าใจผิดน่าสงสารเพราะเขายังหลงวนเวียนอยู่กับโลกเก่าๆ ที่ไม่สัมมาทิฏฐิ ออกจากกรอบโลกโลกีย์ที่มันโง่ซวยไม่ได้เลย อย่างเก่งก็วนอยู่ใน รวยเด่น ซึ่งเป็นอารยธรรมของมนุษยชาติเป็นกัลยาณชนธรรมดา ในกรอบของโลกีย์เท่านั้น ยังไม่เข้าขั้นสัมมาทิฏฐิแม้แต่คำว่า กาย

คำว่า กาย ผู้มีปัญญาได้รับสืบทอดจากพระพุทธพระพุทธเจ้าก็ดี เป็นผู้รู้แจ้งรู้จริงในสัมมาทิฏฐิ จะสามารถเข้าใจปัญญาข้อที่ 3 ปัญญาข้อที่ 1 ได้ฟังจากผู้รู้ ปัญญาข้อที่ 2 เข้าไปไต่ถามปัญหาซักถาม อีกตั้งเยอะกว่าจะมีปัญญาเข้าขีด อัญญธาตุ ถึงขั้น 50 หน่วย ถ้าถึง 100 หน่วยก็มี อัญญธาตุ 100 เต็ม ก็จะต้องมีถึง 75 หน่วย สามในสี่จึงจะถือว่าเป็น อัญญธาตุ ที่เที่ยงแท้มีโลกุตระที่จริงที่จะบรรลุได้ ที่จะมี สัมโพธิปรายนะ จะบรรลุไปสู่ที่สูงที่สุดของศาสนาพระพุทธเจ้าได้ ดังที่ พระพุทธเจ้าอุทานกับพระอัญญาโกณฑัญญะว่า อัญญาสิวตโภโกณฑัญโญ อัญญธาตุ ได้เกิดขึ้นที่จิตของอัญญาโกณฑัญญะแล้วหนอ อัญญธาตุ ที่พระพุทธเจ้าท่านอุทานกับคนคนแรกของศาสนาพุทธ ของพระพุทธเจ้าสมณโคดม เริ่มเปิดเผยธรรมะโลกุตรธรรม ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรพระสูตรแรก โกณฑัญญะก็เข้าใจเลย ถึงเป็นคนแรกของศาสนาพุทธสมณโคดมที่เกิด อัญญธาตุ อัญญะแปลว่าอื่น ต่างจากโลกียะทั้งหมด ที่เป็นโลกอื่นจากโลกีย แยกมา จนเป็นหน่วยที่อาตมาขยายความ ถึง 75 หน่วยเข้าขั้น นิยตะ ถ้าเลย 50 ก็ไปเข้าเขตของผู้รู้จริงแล้วแต่ก็ยังไม่เชื่อว่าเที่ยง ยังยึกยัก แต่ถ้า ไปถึง 75 % 3 ใน 4 แล้วก็มีความเที่ยงไปสู่ที่สูงที่สุด ไปสู่สัมโพธิปรายนะได้ การใช้ศัพท์ไทยๆง่ายๆ ผู้ที่ฟังแล้วเข้าใจ มีสิทธิ์แล้ว จะรู้จักความจริงที่เรียกว่า อัญญธาตุ สั่งสม อัญญธาตุ จนกระทั่งถึงหน่วยที่จะแสดงออกให้คนอื่นเขารู้ได้ ขนาดพระพุทธเจ้าจะรู้ได้นี้ โกณฑัญญะต้องมีหน่วย อัญญธาตุ มีหน่วยของโลกุตรธรรมถึง 50 60 ถึง 75 % ขึ้นไป คิดดูสิมันไม่ง่าย คนที่ยังไม่มี อัญญธาตุ เกิดเลยยังไม่มีหน่วยกิตของโลกุตรธรรม หน่วย 1 ก็ยังไม่เกิด 2 หน่วย 5 หน่วย 10 หน่วย 20 หน่วยยังไม่เกิดเลย ยังวนเวียนอยู่ในโลกียตลอดเวลา ก็ยาก เช่น คนที่ยังไม่เคยได้ยินได้ฟังศาสนาพุทธเลย อย่างชาวเทวนิยมในโลกตะวันตก ตะวันออกกลาง ยุโรปทั้งหลาย เป็นต้น ถ้าในโลกของเอเชียมีศาสนาพุทธ หรือในอินเดียมีศาสนาพุทธ ก็ยังพอจะมีบัญญัติผ่านหูเรื่องพุทธศาสนาบ้าง แต่ในโลกของโลกีย์ เทวนิยม ทางยุโรปก็ดี อเมริกาก็ตาม อเมริกาเขาก็เริ่มมีพุทธศาสนา เริ่มมีการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยแล้ว ประกาศปริญญาบัตรระดับศาสนาพุทธเป็นปริญญาเอกด้วย แต่ผู้สอนนั้นเป็นคนที่เป็นคริสต์นั่นแหละ อาจจะเป็นชาวพุทธด้วย แต่ยังไม่ได้มาศึกษาเข้าถึงสภาวะมีแต่ภาษาบัญญัติก็ได้แค่นั้น มั่วๆไม่ชัดเจน ไม่ใช่ดูถูกเขานะ แต่วิจัยตามวิชาการให้ฟัง เพราะฉะนั้นคนที่ยังเป็นโลกีย์ สรุปก่อนว่า ยังโง่ซวย คนเป็นอารยะ หรือกัลยาณชนจะรวยเด่น จนกระทั่งเป็นอาริยชนเป็นโลกุตรธรรม จนกระทั่งสูงสุดถึงขั้นเป็นกลาง 650613 คนโง่ซวย รวยเด่น และเป็นกลาง รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 41

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน