อภิภายตนะ 8 ข้อที่ 1.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.49 KB
วันที่แก้ไข9 มิถุนายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

อภิภายตนะ 8 ข้อที่ 1 _พ่อครูว่า... พระพุทธเจ้าตรัสรู้สิ่งที่สุดยอด มีทั้งมรรควิธีมีทั้งความเป็นจริง สรุปแล้วรู้ว่าจิตวิญญาณคือธาตุผสมกันอยู่เรียกว่าสังขาร ปรุงแต่งกันอยู่ แล้วก็เป็นวิญญาณ ผู้ศึกษาก็แยกรูปนามได้ มีนามมีรูปให้ศึกษา เมื่อนามรูปสัมผัสกันก็เกิดสภาพอายตนะ 2 อายตนะนี้ ผู้ที่มีเจ้าของธาตุรู้มีเวทนา รู้จัก พอสัมผัสกันมีอายตนะมีสภาพ 2 เชื่อมกันขึ้นมา ต่อกันขึ้นมา ก็เป็นตัวกลาง ให้รู้ว่าอะไรคืออะไร ถ้าเรื่องมากรู้ได้เยอะ อายตนะก็จะใหญ่จะมากจะกว้าง เป็นองค์ประชุม เป็นกระบวนธรรมที่เยอะ เริ่มรู้ตั้งแต่คู่แรก 2 ตัว 4 ตัว 8 ตัว 16 ตัวขยายไปอีกเยอะแยะ ไม่รู้กี่คู่ต่อกี่คู่ ก็รู้กันไปเป็นผู้รู้ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่า อภิภู ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้รู้จริง รู้จักสภาวะธรรมที่แท้แต่ละคู่ ๆๆ ไปนี่ จนมากมายหลากหลาย อาตมากำลังนำเอา อภิภู หรือ อภิภายตนะ 8 มาค่อยๆขยายความ ซึ่งมันละเอียดลึกซึ้งมาก ค่อยๆขยาย ยังไม่ได้ขยายตูมตามโครมครามทีเดียว เพราะคนยังไม่มีพื้นฐาน มันไม่ง่าย เริ่มตั้งแต่ อภิภายตนะ 8 ข้อที่ 1 ก็ยังเข้าใจกันยังไม่ค่อยได้ อธิบายให้ฟังข้อเดียว ผู้ที่เก่งแล้วจะรู้ทันที รู้นามรูป พร้อมกันเลย รู้ภายนอกภายใน แล้วก็รู้ในสิ่งที่รวมปรุงแต่งเป็นสังขาร แยกเป็น 2 คือละเอียด เล็ก อะไรละเอียดเล็ก มีทั้งละเอียดเล็ก ที่รู้ทีละน้อย เป็นของขั้นชั้นต่างๆ เรียกว่าวรรณะ สุวรรณะ หรือทุพรรณะ อย่างไหนดีอย่างไหนไม่ได้ดี ขั้นชั้นของความดีขั้นชั้นของความไม่ดี จนมากมายเข้ามาหา จาก ปริตตัง เรียกว่า 1 2 3 4 5 6 มากเพิ่มขึ้นไป ตั้งแต่ 2 เป็นพหูพจน์ไปเรื่อยๆ เป็น 4 5 6 7 8 เป็นอัปปมาณา นับประมาณมิได้ นับประมาณมิได้จะเข้าไปหาคู่ของ ปริตตัง อัปปมาณา ข้อที่ 4 ข้อที่ 2 3 ก็เป็นแบ่ง รูป อรูป อะไรอย่

อ่านต่อ

างนี้เป็นต้น แล้วก็ไปแบ่งเฉด จากข้อที่ 5 ที่ 6 แบ่งเฉด เป็นสมมติสีเดียว เขียว แล้วก็ใช้ภาษาเรียกเขียวอย่างนั้นอย่างนี้ไปอีกหลากหลายเฉดสี ต่างกันทีละน้อยๆไป แดงก็ต่างกันตามเฉดของแดง ต่างกันทีละน้อยๆๆ น้ำเงินหรือเขียว ภาษาในพระไตรปิฎกเรียกว่า นิลละ ที่จริงแม่สีมันคือสีน้ำเงินแล้วก็แดง แดงก็มีเฉดต่างๆ แยกไปเยอะ น้ำเงินกับแดงนี้ก็เข้มข้นพอกันง่ายหน่อย เหลือง เป็นอันที่ 3 นี้บางเบาแยกทีละน้อยของเรื่องนี้ยิ่งยากขึ้นไปใหญ่เลย อันที่ 4 ขาว ต่างกันอีกในเฉดสีของขาว ต่างกันในนัยต่างๆ นับเป็น 100 ขั้นเหมือนกับน้ำเงิน แล้วคุณคิดดูสิคนที่จริงมีรายละเอียดสามารถสัมผัสรู้ได้ว่า ขาวมีเฉดต่างๆกัน มันต่างเป็น 100 เฉด เหมือนกับน้ำเงิน เหมือนกับแดง มันจะง่ายไหมที่จะรู้ ตาคุณจะต้องละเอียด ต้องเก่งต้องแยกแยะความละเอียดของความขาวนี้ได้เป็น 100 เฉด จะต่างกันยังไงหนอ ขาวแก่ขาวอ่อนอย่างไรเยอะแยะ ถ้าเป็นสีอื่นๆก็แยกแยะง่ายกว่าขาว คู่เอก เมื่อเวลาชกกันก็คู่สีแดงกับสีน้ำเงินชกกัน หรือเสื้อผ้าก็มีเขียวกับแดงเป็นคู่กัด อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มีสภาวะจริงรองรับความรู้ทั้งนั้น แล้วก็ยึดถือคนละมุม คนละเหลี่ยมต่างๆนานาสารพัดที่จะต่างกัน ต่างกันไป 100 อย่างต่างกันไป 1,000 อย่าง ต่างกันไป 100,000 อย่าง 10,000 อย่าง เป็นได้หมด เพราะฉะนั้นมันมากๆ พระพุทธเจ้าก็บอกว่า คุณก็ไปเมากันมากๆ นักปรุงแต่งก็จะปรุงแต่งให้ต่างๆต่างไปอีก อย่างพวกกระเทยปรุงแต่งจะพิสดารไปเรื่อยๆ หรือ ศิลปิน เขาได้ชื่อว่าเขาเป็นศิลปินนักออกแบบ นักสร้างความต่าง ต่างไปแล้วก็เป็นสัญลักษณ์ว่า นี่ฉันค้นพบความต่างนี้ ใครมาเลียนแบบถือว่า ไม่แน่จริง เอาของฉันเป็นต้นแบบนะแบบนี้ฉันค้นพบ แล้วก็ถือว่าเป็นศิลปินใหญ่เป็นเจ้าของแบบเป็นเจ้าของวิธีเป็นเจ้าของสภาพนี้ ฉันเป็นคนค้นพบ ฉันเป็นเจ้าของ ก็ คืออัตตา ธรรมดา ก็แย่งกันเป็นเจ้าของเป็นอัตตา เป็นสิ่งที่เป็นเอก เหมือนอย่างแวนก๊อกหรือแวนโก๊ะ มีเทคนิคหรือเรียกว่า ที ที่เรียกว่า อิมเพรสชั่นนิส วาดภาพก็มีขีดเส้นกับระบายสี แต่แวนโก๊ะเอาเส้นเรียบเรียง เป็นเทคนิคที่ไม่เหมือนใคร เป็นคนแรก ก็นับถือว่าเป็นเจ้าของศิลปะอย่างหนึ่ง คนจะค้นพบแบบอื่นๆอีก แตกต่างกันมีหลากหลายศิลปินเลยทีนี้ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินอะไรต่ออะไรต่างๆนานาอีกเยอะ อาตมาจำชื่อไม่หวาดไม่ไหว เป็นเจ้าของแบบขึ้นมา ก็นับถือว่าเป็นศิลปินใหญ่ ค้นพบสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมาเป็นตัวอย่าง แล้วก็ยึดถือเป็นเจ้าของตัวอย่าง ก็เก่งก็แข่งกันอย่างนั้น เรารู้แล้วก็ปรุงแต่งกันขึ้นมา หาอะไรแบบใหม่ๆขึ้นมาได้ก่อนเขาก็เก่ง มาหาทางดับสุขดับทุกข์ ดับ ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ แล้วคุณจะยังไม่ยอม ปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่ว่า อยู่แข่งกับพระอวโลกิเตศวร เชิญ อาตมาไม่เอาแล้ว หรือ ถ้าเป็นผู้หญิงก็บอกว่าอวตารเป็นเจ้าแม่กวนอิม เชิญจะเป็นเจ้าแม่กวนอิมนิรันดร หรือว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรอยู่นิรันดร ก็เชิญ ถ้าเป็นเพศหญิงก็เป็นเจ้าแม่กวนอิม ถ้าเป็นเพศชายก็เป็นพระอวโลกิเตศวร จะเป็นก็เชิญเลย อาตมาไม่เอา พัฒนาปรุงแต่งความรู้ที่สูงสุดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ก็พอแล้ว เลิกแล้ว หยุดแล้ว อาตมามีวิบากที่ต้องไอ เพราะว่าอาตมาเกิดมาในยุคนี้ เป็นยุคที่ผิด อาตมาเข้ามาตำหนิสิ่งที่ผิดให้เขารู้ตัว แล้วตำหนิพวกที่ หอกแทงเช้า 100 เล่ม ก็ไม่รู้สึก กลางวันอีก 100 เล่มก็ไม่รู้สึก ก็ยังเป็นโจรปล้นศาสนา ยังทำผิดอยู่เหมือนเดิม เย็นอีก 100 เล่ม ก็ไม่รู้สึก หอก อาตมาก็เลยต้องจำเป็นต้องหาหอกมาแทงอยู่เรื่อยๆ เลยเป็นการทำร้ายเขา เป็นวิบาก แล้วมันหนังเหนียวจริงๆ แทงแล้วยังไม่รู้สึกรู้สา มันสุดดื้อด้านสุดทนเลย อาตมาก็เลยต้องใช้ภาษา ว่า มันง่านโด้ ทั้งโง่ทั้งด้าน ง่านนี่คือโง่กว่าด้าน โด้คือโง่กว่าด้าน จบตรงนี้ก่อน 650609 พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก ปี 2565 ณ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน