สวรรค์ 6 ชั้นคือถ้ำชนิดหนึ่ง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สวรรค์ 6 ชั้นคือถ้ำชนิดหนึ่ง สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปที่พึง รู้แจ้งด้วยจักษุ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด มีอยู่ หากว่าภิกษุเพลิดเพลิน ชมเชย ยึดถือรูปนั้น ตั้งอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เสียงที่พึงรู้แจ้งด้วยโสต ... กลิ่นที่พึงรู้แจ้งด้วยฆานะ ... รสที่พึงรู้แจ้งด้วยชิวหา ... โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งด้วยกาย ... ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยมนะ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดมีอยู่ หากภิกษุเพลิดเพลิน ชมเชย ยึดถือธรรมนั้นตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่แม้ด้วยประการอย่างนี้.
สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณที่เข้าถึงรูป เมื่อตั้งอยู่ย่อมมีรูปเป็นอารมณ์ มีรูปเป็นที่ตั้ง ซ่องเสพความเพลิดเพลินตั้งอยู่ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณที่เข้าถึงเวทนา ... วิญญาณที่เข้าถึงสัญญา ... หรือวิญญาณที่เข้าถึงสังขาร เมื่อตั้งอยู่ ย่อมมีสังขารเป็นอารมณ์ มีสังขารเป็นที่ตั้ง ซ่องเสพความเพลิดเพลินตั้งอยู่ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่ แม้ด้วยประการอย่างนี้ พ่อครูว่า…เป็นเทพเทวดารูปใดรูปหนึ่ง เพลิดเพลินอยูที่บัลลังก์ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ศาสนาพุทธไม่มีสวรรค์ไม่มีเทวดาไปหลงสวรรค์ที่ไหนเลย สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี สวรรค์ 5 ชั้นเป็นแดนของคนโง่ คนโง่ยังติดสวรรค์ ศาสนาพุทธไม่ได้มีสวรรค์ไม่มีนรก หมดสวรรค์หมดนรกจึงเป็นอรหันต์ ถ้ายังเข้าใจสวรรค์ยังเข้าใจนรกไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นอรหันต์ ยังหลงสวรรค์อยู่และยังส่งเสริมกันไปสวรรค์ คุณ
อ่านต่อ
ก็ยังไม่มีทางที่จะไปช่วยมนุษย์โลกเขาได้ เพราะสวรรค์มันน่าได้น่ามีน่าเป็นยิ่งกว่านรกหรือไม่ ไปส่งเสริมสวรรค์มาก็ติดกันหนักเข้า ไปส่งเสริมนรกใครเขาก็ไม่เอา แต่ไปส่งเสริมสวรรค์มันก็ติดกันหนัก ส่งเสริมมันก็ยังเผลอติด แวบติดใช่ไหม เพราะฉะนั้นจงพยายามอธิบายสวรรค์ให้ได้ว่ามันเป็นมายา สวรรค์เป็นแดนมายาเป็นแดนนรก สวรรค์กับนรกอันเดียวกันแยกกันไม่ออกหรอก เป็นหนึ่งเดียวกัน พระพุทธเจ้าสอนคนให้รู้ได้ว่า จตุมหาราชิกา ไปแย่งของคนอื่นด้วยนะ สวรรค์บุกเบิก พวกสวรรค์โหด พวกมีเขี้ยว มีอาวุธ ทั้ง 4 ทิศเลย จตุมหาราชิกา ได้มาก็เป็นดาวดึงษ์ชื่นใจ บำเรอ เป็นอาการขี้หมา เป็นเทวะสวรรค์ดาวดึงส์ เป็นอาการที่ 33 มนุษย์มีอาการแค่ 32 แต่ไปหลงอาการที่มันไม่มีจริง อาการที่ 33 เป็นอาการไม่มีจริง เป็นอาการเพ้อพกเป็นมายาเป็นการหลอก สัตว์โลกที่โง่แสนโง่ไปหลงอยู่กับดาวดึงส์แล้วอยากอยู่ให้นานๆเป็นยามา ได้แล้วก็จะจมอยู่ตรงนั้นเรียกว่าดุสิต หยุดอยู่ตรงนั้น เสพนิ่งตกอยู่ตรงนั้น จนจมอยู่ไม่รู้ตัวเรียกว่าสงบแบบโง่ ดุสิต เสร็จแล้วก็ให้มันมากขึ้น สร้างนิมมานรดีเนรมิตสวรรค์เพิ่มเติมขึ้นอีก ดีไม่ดีมีคนมาช่วยเพิ่มขึ้นอีกเป็นปรนิมมิตวสวัตตี สวรรค์ 6 ชั้น คือของหลอกของมนุษยชาติจริงๆ ยิ่งโง่ ไปสร้างสวรรค์ของพระพรหมอีก 16 ชั้น ดีไม่ดีเอาอรูปฌานเป็นสวรรค์หลอกเสริมไปอีกเป็น 20 ชั้น สวรรค์ชั้นพรหม สู่แดนธรรม…สวรรค์ต้องเป็นของอาศัยด้วยหรือไม่ พ่อครูว่า…คุณจะต้องไปอาศัยมันอีกทำไม ต้องรู้ให้เร็ว เลิกให้เร็ว จะต้องไปอาศัยต่องแต่งมันทำไม ไม่ต้องเลย คุณต้องรู้ว่าต้องตัดให้หมด เพราะว่าคุณจะต้องอาศัยต้องพึ่งก็คือคนยังไม่หมด มันเป็นความจำนนต่างหาก คุณจะไปไว้หน้ามาทำไม เอาใจมันทำไม อาตมาเป็นคนไม่เอาใจไม่ไว้หน้า สู่แดนธรรม...ไปติดอยู่กับสิ่งนั้นๆเรียกว่าอยู่กับดุสิตใช่ไหมครับ ถ้าหลุดพ้นก็ได้อาศัยดุสิตเป็นที่พักใช่ไหมครับ พ่อครูว่า…โง่ได้ที่เลยดุสิต ดุสิตมันเป็นสมมุติเท่านั้นแหละ ดุสิต สิตะ แปลว่า เย็น จริงๆจะอยู่ไม่อยู่ก็สมมุติกันไปเท่านั้น ผู้ที่ชัดเจนแล้วจะอยู่กับไม่อยู่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร อยู่ก็อยู่ไม่ต้องมีสถานที่ อยู่ก็อยู่ ไม่อยู่ก็ไม่อยู่ เท่านั้นเอง ธรรมะต่างๆที่อาตมาเอามาสาธยายมันจะแปลกไม่เหมือนกับของอันอื่น เพราะเขาไม่เข้าใจก็เลยอนุโลมปะเหลาะ ไปปะเหลาะมันทำไม ก็ต้องตีมันให้หมด เอามาให้ชัด ไปติดไปยึดอยู่อีกอะไรกัน ต่องแต่ง หยาบ กลาง ละเอียดก็ไม่ต้อง อาตมาสอนทานสูตร ว่าไม่ต้องไปสาเปกโข ปฏิพัทธจิตโต สันนิธิเปกโข หรือไปหวังภพชาติหน้าอีก จะไปมีทำไม เข้าใจให้ได้ว่าทำทานก็ต้องไม่สร้างภพสร้างชาติต่อ ไม่ต้องไปหวังว่ามีสิ่งอะไรต่อไปอีก คุณเข้าใจก็ทำได้ คุณก็จะสั้นเป็นอรหันต์ได้เร็วขึ้นนะ
640523_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย คุหัฏฐกสุตตนิทเทส ตอน 2