นรชนคือคนผู้เพลินไปด้วยอวิชชา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.32 KB
วันที่แก้ไข24 พฤษภาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

นรชนคือคนผู้เพลินไปด้วยอวิชชา คูหัฏฐกสูตร เป็นเรื่องเยอะ เพราะคนโง่ซับซ้อน จมอยู่ในความหลงในถ้ำกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว แต่ละคำล้วนแล้วเต็มไปด้วยอวิชชา ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องบอกให้เขารู้ตัวให้เขาได้คิดจะไปจมอยู่อย่างนั้นทำไม ก็มาทางที่จะหลุดพ้น มีแต่จมลงจมลงจะให้ทำอย่างไร สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณที่เข้าถึงรูป เมื่อตั้งอยู่ย่อมมีรูปเป็นอารมณ์ มีรูปเป็นที่ตั้ง ซ่องเสพความเพลิดเพลินตั้งอยู่ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณที่เข้าถึงเวทนา ... วิญญาณที่เข้าถึงสัญญา ... หรือวิญญาณที่เข้าถึงสังขาร เมื่อตั้งอยู่ ย่อมมีสังขารเป็นอารมณ์ มีสังขารเป็นที่ตั้ง ซ่องเสพความเพลิดเพลินตั้งอยู่ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่ แม้ด้วยประการอย่างนี้ พ่อครูว่า…นรชนก็คือคนทุกคนถ้าอวิชชาก็เพลิดเพลินกับสิ่งเหล่านี้ สร้างไอ้นี้โตไปเรื่อย งอมงามจมลงไปเรื่อยๆ ฟังให้ดีแต่ละคนๆ ใช้ปัญญา ใช้ความเข้าใจให้ดีๆเราเคยโง่มาทุกคนโง่เง่าอย่างนี้ทั้งนั้น เสร็จแล้วก็ติดยึดจมอยู่นานนับชาติเป็นล้านๆ ฟังดูแล้วมันเหมือนนิดเดียวง่ายๆ แต่ที่แท้มันกินลึกมหาศาล นานมากว่าจะมาถึงวันนี้ พวกคุณได้ฟังได้เข้าใจก็ชัดเจนขึ้นเกิดความรู้ๆๆ แล้วพลังงานที่รู้ก็คือปัญญา มันมีธรรมฤทธิ์มากนะ เป็นธรรมฤทธิ์ มันจะสลายความยึดติด สลายความโง่ ปัญญายิ่งมีพลังงานมาก ยิ่งมีฤทธิ์มาก ยิ่งสลายได้จริง สลายได้เยอะ สลายได้แน่นอน สลายได้ถาวรมั่นคงยิ่งขึ้นๆ สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าว่า ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความปรารถนา มีอยู่ในกวฬิงการาหาร วิญญาณก็ตั้งอยู่งอกงาม ในที่นั้น พ่อครูว่า…ทุกคนเป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องกินอาหาร บ

อ่านต่อ

รรลุสูงสุดขนาดนั้น พระอรหันต์ทุกคนก็ต้องกินอาหาร คนธรรมดา เปรต แม้แต่สัตว์ก็กินอาหาร แต่มันกินด้วยความหลง ถ้าเอาอาหารเรื่องเดียวนี่แหละ กวฬิงการาหาร ถ้าเรียนรู้ดีๆรอบถ้วน และอัตถิอุปมา เอาไปเทียบกับสิ่งอื่นๆจะเห็นแจ้งรู้จริงทั้งหมดเลยก็จะเป็นนัตถิอุปมา เปรียบเทียบอะไรก็ชัดเจนหมด ว่าอะไรเป็นตัวปรุงแต่ง อะไรเป็นตัวไม่ต้องปรุงแต่ง เป็นหนึ่งเดียว อะไรปรุงแต่งเป็น 2 3 ขึ้นไปก็จะรู้ไปหมด วิญญาณตั้งอยู่งอกงามในที่ใด พ่อครูว่า…หทยรูป มันจะอยู่ที่ไหนก็ตรงนั้นแหละมันไม่มีสถานที่ไม่กินพื้นที่เลย ไม่เสียสถานที่ไม่เสียเวลาไม่เสียอะไรอื่นเลยมันไม่เสีย ซึ่งมันอธิบายยาก หทยรูป ใครจับอาการวิจัยวิจารณ์แยกแยะได้ ทั้งนั้นแหละ ตัวนั้นแหละตัวอัตตา ตัวผี ตัวมาร ตัวเทวดา หรือว่าตัวจบก็อยู่ในนั้น หทยรูป ความหยั่งลงแห่งนามรูปก็มีอยู่ในที่นั้น ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลายมีอยู่ในที่ใด ความเกิดในภพใหม่ต่อไป ก็มีอยู่ในที่นั้น ความเกิดในภพใหม่ต่อไปมีอยู่ในที่ใดชาติ ชรา มรณะต่อไปก็มีอยู่ในที่นั้น ชาติ ชรา มรณะต่อไปมีอยู่ในที่ใด พ่อครูว่า…ก็วนเวียนอยู่ในสามเส้าของ สังขาร วิญญาณ นามรูป จนกว่าคุณจะมาเรียนเรียนผัสสะเวทนา 108 เกิดผัสสะเกิดเวทนา เมื่อผัสสะก็จะเกิดอายตนะเป็นสะพานเชื่อม แล้วจึงเกิดตัวตนเป็นเวทนาพุทธเจ้าจึงให้เรียนเวทนาให้ไปถึงตัณหาคือตัวเหตุ อุปาทานเป็นตัวเหตุ จนกระทั่งใช้ปัญญาล้างตัณหาอุปาทานได้หมด หมดภพชาติ ชรา มรณะ โศกะ ปริเทวฯ หมด พวกนี้ก็เหลืออายตนะ ผัสสะ เวทนา อายตนะ เป็นตัวกลาง ผัสสะ แล้วเกิดเวทนา ที่จริงเวทนาหรืออายตนะ ถ้าจะปั้นเวทนาอาการหยาบๆ มาเป็นอายตนะ มันก็เป็นอายตนะนั่นแหละ อายะ กับ ตนะ อายะคือ ประโยชน์ คือกำไรส่วนที่ได้ ถือว่าเป็นของส่วนที่ได้ ตนะ ตัวตน ตน ที่ตั้งอยู่ ที่จริงมันไม่ได้ตั้งหรอก น พอเราไปยึดถือว่ามันมีมันก็ ต ยึดว่ามันไม่มี ถ้าเป็น น จะเอา ต หรือ น เรายังไม่สูญปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ต้องมี ต หรือถ้าเราทำให้มันไม่มีก็ทำให้มันไม่มีได้ จิตของเราทำให้ไม่มี เมื่อทำให้มันไม่มีอาการของมันก็ไม่มีในจิต อย่างเช่น อาการรสของความชอบ ความสงบ มันก็ไม่มี มันเป็นอาการกลางๆ เรารู้ความจริงตามความเป็นจริง มันหลอกเราได้ดี เชิงชอบกับเชิงชัง บางคนมันไปชอบแบบชัง แบบซาดิส แบบมาโซคิส แบบเจอกันต้องแรงๆ มันถึงจะเพื่อนแท้ ถ้าอีกแบบก็เป็นกะเทย พวกซาดิสจะชอบความรุนแรง พวกฮาร์ดร็อก พวกกีฬา พวกนักรบ แม้แต่เสียงก็ต้องให้ดัง แม้แต่ รสก็ต้องจัดจ้าน ต้องซี้ดๆ กลิ่นต้องให้ฉุนขนาดหนัก มันก็ชอบจัดๆจ้านๆ พวกนี้ยังอีกนานมันยังสลายยาก ชอบแบบแรงๆ ชอบเป็นก้อน ชอบหนัก ชอบจัดจ้าน กระทั่งว่าเมื่อไหร่มาถึงจะจบ ถ้ามันไม่บางจางคลายลงไปได้ ถ้าหากบางจางคลายลงไปเรื่อยๆ คนนี้ก็มีหวังให้หมดความติดยึด มันเป็นสัตว์โลก ท่านแบ่งเป็นขิฑฑาปโทสิกะ กับมโนปโทสิก หนึ่งโง่เพราะอารมณ์โลก ขิฑฑา ขิฑฑาแบ่งเป็น 2 อย่างคือ ซาดิสม์กับโรแมนติก โรแมนติกก็ชอบกาม ซาดิสซึ่มก็ชอบอัตตารุนแรง มันก็มี 2 ทิศทางใหญ่ๆ กามสุขขัลลิกะ กับอิตกิลมถะ พ่อครูว่า… ผู้ใดชื่อว่าความโศกยกมือขึ้น ผู้ใดชื่อว่าอโศกยกมือขึ้น ...ชัดเจนพยัญชนะนะ แต่สภาวะของใครก็ของมัน บางคนอาจจะเหลือน้อย บางคนจะเหลือมากหมกหมักไว้

640524_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย คุหัฏฐกสุตตนิทเทส ตอน 3

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน