การไม่ขาดสติกับการทำสมาธิไม่เหมือนกัน แล้วลืมตาก็เกิดสมาธิได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
การไม่ขาดสติกับการทำสมาธิไม่เหมือนกัน แล้วลืมตาก็เกิดสมาธิได้ _นายกิตติ จุลกิจ : การลืมตาจะเกิดสมาธิได้ไหมครับ ได้ตรงไหน / การทำสมาธิกับการทำอะไรไม่ขาดสติ มีความหมายเหมือนกันไหม.. พ่อครูว่า...การทำสมาธิกับการทำอะไรไม่ขาดสติไม่เหมือนกัน การทำอะไรไม่ขาดสตินั้นเป็นการสำรวมสังวรตน ทำอะไรอยู่ไม่ให้ขาดสติ ทีนี้ การทำสมาธินั้น ไม่ใช่มีแต่แค่การสำรวมสังวรไม่ให้ขาดสติอย่างเดียว สมาธิแปลว่าจิตตั้งมั่น โดยเฉพาะของศาสนาพุทธคือ สมาหิโต หรือ สมาหิตะ(เอกพจน์) คือจิต จะเป็นหนึ่ง สะอาดบริสุทธิ์หนึ่งเดียว ตกผลึกลงไปๆ จิตที่จะเป็น สมาหิโต หรือ สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นคือ จิตสะอาดจากกิเลสอาสวะ จิตบริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ถึงขั้นอุเบกขา บรรลุถึงขั้นฌาน 4 เป็นจิตบริสุทธิ์จากกิเลสแล้ว แล้วก็ตกผลึก สะสมๆๆเข้า เป็น อเนญชาภิสังขาร คือ เป็นจิตที่ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวแล้ว ผนึกเข้า มากเข้า แน่นเข้าๆ อัปปปนา พยัปนา เจตโสอภินิโรปนา บาลีอยู่ในกระบวนการสังกัปปะ7 การปฏิบัติอยู่เพื่อให้สะอาดจากกิเลสก็คือ ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ เมื่อจิตสะอาดแล้วก็สั่งสมตกผลึกลงไป อัปปปนา พยัปนา เจตโสอภินิโรปนา อย่างนี้เป็นต้น ส่วนวจีสังขารนั้นคือ จิตที่ปรุงแต่งให้สะอาดสะอ้านก็ตาม ปรุงแต่งให้มีกิเลสมากก็ตาม ปรุงแต่งให้อภิสังขารจัดการให้กิเลสออกไปจนจิตสะอาด ได้ผลแล้วก็เป็น อภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร เป็นต้น หรืออปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร ไม่ได้แปลว่าอภิสังขารนี้เป็นบาป อปุญญะ ไม่ใช่บุญก็เลยแปลว่าเป็นบาป ถ้าเข้าใจอย่างนี้ยังไม่สัมมาทิฏฐิในศาสนาพุทธ ถ้าขืน บุญ นี่ หมดแล้ว อปุญญะแล้ว ก็ยังวนไปเป็นบาปอีก ไม่จบ ไม่มีการสิ้นอาสวะ สิ้นอย่างไม่หมุนเวียนกลับ มันไม่หมุนเวียนกลับแล้ว บุญ อาตมาใช้ภาษาอั
อ่านต่อ
งกฤษกำกับว่า One Way Traffic มันเดินทางตรงทางเดียวมันไม่มีโค้งไม่มีงอ ไม่มีโค้งกลับเลย มีแต่ตรงหายไปเลย มีหน้าที่เดียว ฆ่ากิเลสอย่างเดียว ฆ่าได้ไม่ได้ก็หายไปเลย เป็นรายละเอียดลึกซึ้งที่ต้องฟังแล้วฟังอีก เพราะฉะนั้นการทำสมาธิของพุทธนั้น กับการทำอะไรไม่ขาดสตินั้นจึงต่างกัน การทำอะไรไม่ขาดสติก็เป็นส่วนหนึ่ง ดี ไม่ขาดสติทำให้จิตตื่น แล้วต้องมีองค์ธรรมอื่นอีกที่จะปฏิบัติเพื่อให้กิเลสลด ทำจิตตื่นเรียกว่า ชาคริยา พากเพียรให้จิตตื่น มันก็ไม่ขาดสติ ให้จิตตื่น รู้เท่าทันสภาพทุกอย่างในทวารทั้ง 6 แล้วก็ ปฏิบัติ โภชเนมัตตัญญุตา หรือสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกรับกลิ่น ลิ้นกระทบรส กายกระทบโผฏฐัพพะ ทำให้สะอาดบริสุทธิ์ที่ใจ อย่างนี้เป็นต้น การลืมตาทำให้เกิดสมาธิได้ ..ได้ตรงไหน การลืมตานี่แหละเป็นการทำสมาธิของศาสนาพุทธ การหลับตาปฏิบัติสมาธิเป็นของเดียรถีย์ เป็นของนอกศาสนาพุทธ แต่พุทธก็รู้ พุทธก็ทำได้ พุทธก็เอามาใช้เป็นอุปการะมากด้วยเหมือนกัน ไม่มิจฉาทิฏฐิในการหลับตาทำสมาธิ ใช้ศัพท์ว่า ทำสมาธิ ก็หมายความว่า หลับตาแล้วก็คือให้จิตมันเป็นจิตตั้งมั่น จิตสะอาด จิตไม่มีกิเลส ก็ใช้จิตที่ไม่มีกิเลสนั่นแหละในขณะที่หลับตา ตรวจสอบ เตวิชโช เป็นต้น หรือ หลับพักผ่อนเป็นต้น หรืออย่างน้อยที่สุดก็หลับตาแล้วก็ทำงานในจิต กิเลสเรายังไม่หมดไม่สะอาดสั่งสมลงเป็นสมาธิ เมื่อไม่มีอะไรกระทบสัมผัสในทวารอื่นข้างนอก ก็เหลือแต่ทวารใจ ก็ตรวจอาการของจิตในความจำไม่ใช่ความจริง จิตที่หลับตาแล้วเป็นจิตที่มีความจำไม่ใช่จิตที่มีความจริง ความจริงต้องมีปัจจุบันชาติ ตากระทบรูปในปัจจุบันนี้ หูกระทบเสียงในปัจจุบันนี้ ทวารทั้ง 5 กระทบสัมผัส รับรู้อยู่ในปัจจุบันเป็นวิญญาณฐิติ ถ้าไม่มีการลืมตาสัมผัสรู้ข้างนอกโดยพร้อมไปกับอาโลก มีแสงสว่าง รู้ร่วมกับคนอื่นเขา ไม่เรียกว่าเป็นความจริง แต่เป็นความจำส่วนตัว ของใครของมัน คนอื่นไม่รู้ด้วยเรา แต่ลืมตานี้ รู้ร่วมกันได้สัมผัสร่วมกันได้ มันต่างกันอย่างนี้ 650316 ตอบปัญหาพาปฏิบัติเป็นลำดับอย่างไม่กดข่ม พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ