เพราะเป็นคนมีบารมีจึงได้มีชีวิตอยู่ในแดนโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข15 มีนาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

เพราะเป็นคนมีบารมีจึงได้มีชีวิตอยู่ในแดนโลกุตระ _พ่อครูว่า... ว่ายังไงเด็กๆฟังแล้วสนุกสนานดีไหม อาตมาเองยังรู้สึกว่าเราจะทำอย่างไร ที่จะทำให้แต่ละคนๆนั้นรู้ในสิ่งที่มีและสิ่งไม่มี เป็นสิ่งสูงสุดของศาสนาพุทธแล้ว ใช้ภาษาพูดได้คำว่ามี กับคำว่าไม่มี สุดท้ายแล้วผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นี้ เป็นอรหันต์ขึ้นไปแล้ว ก็อยู่กับมัน อยู่กับความมีกับความไม่มี แต่ก็ไม่ได้ยึดทั้งความมี ไม่ได้ยึดทั้งความไม่มี จึงอยู่กับความทั้งมีและไม่มีอย่างสมมุติอีกทีหนึ่ง ส่วนปรมัตถ์หรือจิตของผู้นั้นที่เป็นอรหันต์ขึ้นไป เป็นโพธิสัตว์กี่ชั้นก็แล้วแต่ คือคนผู้ที่หมดคู่แล้ว หมดเทวะ หมดสภาพ 2 แล้ว จัดการกับสภาพ 2 ได้สมบูรณ์แบบ การจัดการกับสภาพ 2 ได้สมบูรณ์แบบนี้แหละเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความรู้อย่างที่ว่าที่กล่าวไปคร่าวๆนี้ แต่มันลึก สูง สูงสุดด้วย เด็กๆมานั่งฟังแล้วก็คงยากจริงๆ นอกจากจะเป็นเด็กที่เป็นอัจฉริยะจริงๆ เป็นผู้ที่มีบารมีจริงๆ เขาฟังแล้วก็เข้าใจ เด็กที่มีความเดียงสาขึ้นไป เช่น อายุเลย 7 ขวบขึ้นไปแล้ว ก็จะรู้สาระนี้ เพราะฉะนั้นในสมัยพระพุทธเจ้า เด็กอายุ 7 ขวบเป็นอรหันต์ก็มีแล้ว รู้เดียงสาแล้วรู้ความจริงนี้ได้ นั่นเป็นเรื่องของ กาละ เทศะ ฐานะ ของพระพุทธเจ้า กาละนี้คงจะยากแล้วอาตมาไม่ใช่พระพุทธเจ้าด้วย ไม่สามารถทำให้เด็กขนาดนั้นบรรลุได้อีกด้วย ขนาดผู้ใหญ่ก็ยังยาก ไม่ใช่รู้ได้ กำลังจะพูดว่า เด็กๆที่ได้มาเรียนที่นี่ หรือแม้แต่เด็กๆที่เขาอยู่ที่นี่ ตั้งแต่คลอดอยู่ในนี้ แล้วก็โตมาในนี้ด้วย อย่าง น.ส.โมกข์ นายมะขาม อะไรอย่างนี้ นายขวัญเมืองราช นายชาติเมืองพุทธ(กระทง) พวกนี้ ได้มาอยู่ที่นี่จนกระทั่งชัดเจน แล้วในที่สุดแล้วเขาก็ชัด เขาไม่คิดอยากจะไปที่ไหนหรอก อยู่ที่นี่ เขาจะมีธาตุรู้ที่มีปฏิภาณปัญญา

อ่านต่อ

ของเขาเองว่า มันเทียบได้ ออกไปข้างนอกกับอยู่ที่นี่ เขาจะยังชีวิตของเขา เขาจะรู้เลยว่ามันยากกว่ากันมากเลย อยู่ในนี้ ยังชีวิตมันง่ายกว่ากันมากจริงๆเลย อยู่ข้างนอก ยังชีวิตไปยาก มีเรื่องสั้นของ O. Henry (โอ.เฮนรี่) เรื่องสั้น มีนายคนหนึ่ง เขาทำผิดจนกระทั่งต้องเข้าคุก เข้าคุกก็ทุกข์ทรมานในคุก ออกมาอยู่นอกคุก ก็เลี้ยงตัวเองทำมาหากินยากมาก เขาพยายาม สุดท้ายเขาทำผิดจนได้ ถูกจับเข้าคุกอีก พอหมดเวลาที่ติดคุก ก็ออกมาอีก ออกมาก็มาสู้ชีวิตอีก ยากอย่างเก่า ลำบากอย่างเก่า สุดท้ายดิ้นรนไปมา ทำผิดสังคมโลกอีก ถูกจับเข้าคุกอีก พ้นหมดอายุความที่ต้องอยู่ในคุกก็ออกมาอีก มาสู้ชีวิตข้างนอกอีก จนกระทั่งซาบซึ้งดีแล้วว่า ชีวิตข้างนอกนี้ยากกว่าอยู่ในคุก อยู่ในคุก ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องอาจจะไม่เรียบร้อยเหมือนข้างนอกเท่าไหร่ เขาก็ไม่เอาแล้วอยู่ข้างนอก ไปอยู่ในคุกดีกว่า อยู่ข้างนอกมันทรมานทรกรรม ต้องเลี้ยงตนต้องดิ้นรน ลำบากลำบนมากเลย คิดได้แล้วก็พยายามเข้าไปในคุกดีกว่า ก็พยายามจะกระทำความผิด เจตนาทำความผิด เพื่อจะให้ตำรวจจับเข้าคุก เช่น ไปแย่งอาหารเขากินเลย เขาก็ไม่ว่าอะไร ตำรวจก็ไม่จับ เพราะว่าเจ้าทุกข์เขาก็ไม่ว่า เขารู้จักหน้าตาดี เอาของไปเขาก็ไม่ว่าอะไร หนักเข้าทำแรงกว่านั้น ทุบตู้กระจกเขาและเอาอาหารมากินอีก เขาก็ไม่จับอีก จนกระทั่งทำร้ายร่างกายเขาด้วย เขาก็ไม่เอาเรื่องอีก เหนื่อยมากเลย ก็อยากจะเข้าคุก ทำไมไม่ถูกจับเข้าคุกสักที เหน็ดเหนื่อย เข้าไปในสวนก็ไปนอนที่ม้านั่งสาธารณะเพราะมันเมื่อย เสร็จแล้วตำรวจก็มาจับ ถามว่าผิดอะไร ตำรวจบอกว่าผิดในการนอนในที่สาธารณะ เวลานี้เขาห้ามแล้ว ก็มานอนสบายๆไม่ได้ทำร้ายใครเลยถูกจับเข้าคุกไปเลย เรื่องนี้ เรื่องของ O.Henry นักเขียนเรื่องสั้น สู่แดนธรรม... ก็สุดแท้แต่ว่าจะมองว่าสังคมข้างในเป็นคุก หรือสังคมข้างนอกเป็นคุกกันแน่ ท่านจันทร์เคยแต่งเหมือนเพลง โอ้ชีวิตเหมือนติดคุก พ่อครูว่า... ก็มาศึกษาให้ดีๆว่า เกิดมามีชีวิต ชีวิตเหมือนติดคุก เพราะหลงสุข หลงสร้างทางสวรรค์ เพราะหลงรสอร่อย รสเอร็ด รสเผ็ด รสมัน พระพุทธเจ้าจึงมาตรัสรู้และสอนให้รู้แล้วเลิกติดสิ่งเหล่านั้น ไม่มีเรื่องจริงเลย มีอะไรเขาสมมุติว่ามีอะไรดีก็ทำดีตามเขาได้ แล้วก็อยู่กับเขาไป จิตที่รู้ความจริงจนกระทั่งเป็นอนัตตา แล้วสามารถปล่อยวางจิตได้จริง จิตวิญญาณไม่ไปยึดจิตวิญญาณ มีอิสรเสรีภาพ สุดยอดเลย เป็นพระอรหันต์ตายแล้วก็สามารถเป็นดินน้ำไฟลมได้เลย ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรได้เลย สามารถอธิบายได้ง่ายๆอย่างนี้ ความจริงที่จะรู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน จะไปนิพพานได้ก็เรื่องของแต่ละคน สามารถรู้ รายละเอียดของจิตเจตสิกต่างๆ พระพุทธเจ้าสอนรายละเอียดให้แยกรูปแยกนาม แยกเป็นจิตเจตสิก แยกไปถึงธาตุเวทนา แยกเวทนา 108 โลกโลกีย์เขายึดถือเป็นมโนปวิจาร 18 เป็นอย่างไร เป็นแม้คำว่าออกจากโลกีย์เป็นอย่างไร รู้จักเจตสิกธรรม มโนปวิจาร เป็นอุเบกขาคือจิตที่ปราศจากกิเลส รู้จักกิเลสแล้วทำให้กิเลสออกไปจากจิตได้ เป็นเบื้องต้น ท่ามกลางบั้นปลาย เป็นลำดับ ซึ่งยากมาก พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าผู้ที่ทำได้ความเป็นลำดับจึงน่าอัศจรรย์ ผู้ที่ไม่รู้ความเป็นลำดับ พูดว่า ลำดับลำดา แต่ไม่รู้ลำดับจึงได้แต่ดับเลอะเทอะ ไม่รู้กายรู้กาม ไม่ได้รู้เรื่องเหมือนมหาบัว ก็ติดยึดถืออย่างนั้น มันก็หลงได้จริงๆ เพราะมันไม่ง่าย เรื่องจิตเจตสิกรูปนิพพานนั้นง่ายๆ ยิ่งต้องไปดูเวทนาในเวทนา แยกได้ จิตที่มีกิเลสทำออกจากกิเลสได้ จนเป็น เนกขัมสิตเวทนา ตัวสุดท้ายทำได้จึงเป็นเรื่องที่ยากสุดยาก แต่ก็ไม่พ้นความรู้ของมนุษย์ที่จะเรียนรู้ได้ เด็กๆหรือพวกนักเรียนได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ในนี้ ถ้าไม่มีเหตุปัจจัยแต่ก่อน ที่จะทำให้เราต้องได้เข้ามา เราไม่ได้เข้ามาหรอก อย่าไปว่าถึงอยากเข้ามาเลย ถ้าไม่มีบารมีแล้ว ไม่ได้เข้ามาอยู่ในนี้หรอก ถ้าเข้ามาอยู่ในนี้โดยที่ไม่มีบารมีนั้น ตัวเองจะประพฤติตนเองไม่ได้ดีก็ถูกไล่ออกไป จะอยู่ไม่ได้เรียบร้อยอย่างพวกเรา เพราะฉะนั้นเด็กที่อยู่ในนี้ได้ นอกจากเด็กที่ไม่มีบารมีพอ โตไปก็ออกไป แต่เด็กที่มีบารมีพอ โตขึ้นเขาก็เลือกอยู่ที่นี่ อยู่ตามวัฒนธรรมที่นี่ ตามหลักเกณฑ์อย่างน้อย มีศีล 5 ไม่กินเนื้อสัตว์ไม่มีอบายมุขเป็นพื้นฐาน ซึ่งมันไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร แต่ข้างนอกเขาไม่ได้นะ เขารักษาศีล 5 ไม่มีอบายมุข ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ได้ เขาทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นแม้แต่พวกเรา จะเด็กก็ตาม ผู้ใหญ่ก็ตาม ออกไปข้างนอกแล้ว จะให้อยู่อย่างที่นี่คือ ถือศีล 5 ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่มีอบายมุขสบายๆไม่ได้ง่ายหรอก เหมือนในนี้ ที่นี่มีพลังงานมีเหตุปัจจัยเป็นองค์รวม สามารถทำให้เราอยู่ได้ ถ้ามีบารมีพออยู่ก็อยู่ได้ แต่ไปข้างนอกนั้นมันไม่ง่าย เพราะฉะนั้นคนที่มาอยู่ที่นี่จึงมีจำนวนจำกัด ไม่ได้ปิดกั้นนะ อโศกไม่ได้ปิดเลย ใครจะมาเท่าไหร่ ก็มา อย่างนักเรียนนี้เรียนฟรี อย่าว่าแต่เรียนฟรีเลย แต่เลี้ยงดูทุกอย่างด้วย จนโต อยากอยู่ต่อ ที่นี่ให้อยู่ต่อได้ เรียนจบแล้วจะอยู่ที่นี่ต่ออยู่ได้ อยากไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ ไม่มีการบังคับอะไร อิสรเสรีภาพ เพราะฉะนั้นคนอยู่ที่นี่ถึงเป็นคนมีบารมีจริงๆ แม้แต่เด็กบางคนไม่อยากอยู่หรอก แต่ถูกพ่อแม่หรือญาติพี่น้องที่มีอิทธิพลบังคับให้มาอยู่ที่นี่ได้ เขาก็มีบารมีขนาดหนึ่งแล้ว ถ้ายิ่งใจตัวเองก็ไม่มีปัญหาอะไร อยู่ที่นี่ได้สบาย ก็อยู่ที่นี่ได้ สุดยอด นี่คือเนื้อแท้โลกุตรธรรม แต่อย่างว่ามันไม่ง่าย แม้จะอยู่ได้ อย่างพวกเราอยู่ทั้งปีไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง ตอนนี้ก็ปล่อยให้กลับบ้านกัน ถ้าบอกว่า อยากจะไป นั่งอยู่ที่นี่เหมือนถูกตีกรอบอะไรอยู่บ้าง ก็รู้สึกว่ามันเก่าแล้ว ไม่มีอะไรใหม่ๆ ระวังเถอะ ผีข้างนอกมันหลอก มากมายผีหลอกข้างนอก ระวังดีๆนะ แต่ละคนๆออกไป ผีหลอกแล้วนี่ เชื้อมันร้ายแรงกว่า Covid อีกนะ เดี๋ยวติดเข้ามาในนี้แล้วโอ้โห มันยิ่งกว่า Covid อีกนะระวังเถอะ ปล่อยปละละเลย ปล่อยตัวไปนะ ยุ่ง แต่บอกแล้วพูดไปแล้วว่าจริงๆแล้วมันซับซ้อน เพราะว่าเด็กที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ จะยไม่ออกไปนั้นมีบารมี แม้จะเป็น เด็กเกิดในนี้เลยแล้วก็อยู่ในนี้เลยจนโต รุ่นโตที่สุดที่เกิดในนี้เลยก็รุ่น โมกข์ มะขาม ที่จริง กระทกรกหรือกระทงก็ดี พ่อแม่เขาก็อยู่ในนี้ แต่เขาไปคลอดที่โรงพยาบาล แต่โมกข์กับมะขาม หมอตำแยคือพรตะวันทำคลอด แม้แต่จะว่าไปแล้ว ด.ญ.ปุญย์ แม้จะไปคลอดที่โรงพยาบาลก็ตาม เขาก็คลอดธรรมชาติ เขาไม่ยอมผ่า ซึ่งคนแนะนำมากเลย เพราะแม่ เจ้ารุณ ตัวเล็ก แล้วเด็กตัวไม่เล็กเท่าไหร่ สู่แดนธรรม.. กระทงกับกระทกรก เป็นรุ่นเดียวกัน ส่วนมะขามเกิดที่บ้านสุขภาพหลังเก่าเขตสิกขมาตุ (รื้อออกไปแล้ว) พ่อครูว่า... ชื่นชมบารมีเด็กที่อยู่ในนี้มันเป็นสัจจะ ซึ่งคนข้างนอกอาจจะไม่รู้สึกว่ายิ่งใหญ่เท่าไหร่ แต่อาตมาขอยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งในยุคนี้ เป็นยุคที่เสื่อมมาก ศาสนาพุทธโลกุตรธรรมไม่เหลือแล้ว แต่ในนี้เป็น แดนศิวิไลซ์แท้ๆ อาตมาพูดไปคนเขาก็ไม่รู้ เขาอาจบอกว่าหลงตัวเองบ้าบอ อะไรสาธารณโภคี โลุตระ เขาไม่รู้เรื่องหรอก คนข้างนอกเขาฟัง แม้จะศึกษามาบ้าง เป็นผู้ศึกษาทางธรรม ทางพุทธศาสนา ได้ยินคำเหล่านี้ พยัญชนะเหล่านี้ เข้าใจความหมาย แต่ไม่ได้หยั่งรู้เข้าไปถึงข้างในลึกๆ เพราะมันเป็นสิ่งสูงส่ง เป็นสิ่งที่สุดยอด เกิดได้ในยุคนี้เป็นคนที่มีโลกุตรธรรม เกิดได้ในยุคนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาตมาพูดไปแล้วเหมือนมันหลงตัวเองใหญ่เหลือเกิน แต่มันเรื่องจริง เป็นอย่างนี้นี่เป็นได้ยาก แต่พวกเราเป็นได้อย่างสงบเรียบร้อย สงบอบอุ่นด้วย จริงไหม ... อยู่ด้วยกันอย่างสงบอบอุ่น ไม่แย่งไม่ชิง ไม่รุนแรง ไม่มีวิวาทะ สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ นี่ พระพุทธเจ้าตรัสไว้หมดเรียบร้อย มีหมดเลยที่นี่ มี สาราณียธรรม อยู่กันอย่างระลึกถึงกัน มีความรักกัน รักกันอย่างญาติธรรม ปิยกรณะ เคารพกันด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิก็ตาม คุรุกรณะ สังคหะ เอื้อเฟื้อเจือจาน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป อวิวาทะ ไม่ทะเลาะกัน ทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราวอะไรกัน บางคนอยู่กันมา 40 กว่าปี จะ 50 ปีแล้ว .... ใครอยู่มา 50 ปีบ้าง ...ไม่มี 40 กว่าปี ...มีบ้าง มันเป็นเรื่องจริงนะ อยู่กันอย่างนี้ ไม่ได้อยู่กันอย่างบำเรอ บำรุงกัน ต้องการอะไรก็ได้อย่างใจอยากเสพอยากได้ ก็ไม่ได้มีความต้องการ ไม่ได้อยากได้อะไรมากมายจนต้องแย่งชิง จนต้องทุจริต ขโมยหรือโกงกัน เป็นทุจริตกรรม 40 - 50 ปีพวกเราทำได้มีศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ศีล 10 คือไม่สะสมเป็นของตัวของตน มีกองกลางไว้อาศัย ศีล 10 เป็นระดับสาธารณโภคี แม้แต่สังคมข้างนอก เป็นสังคมพุทธระดับภิกษุ ได้ไหม สาธารณโภคี แต่พวกเราเป็นฆราวาส ได้ นี่ไม่ได้ยกตนข่มท่าน ไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มอะไรหรอก แต่เป็นสัจธรรม ปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วเป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ เรียนรู้ปฏิบัติแล้วทำได้ตามคำสอนคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ แม้ในยุคนี้ใกล้กลียุค ศาสนาพุทธเสื่อมหนักขนาดนี้พวกคุณยังปฏิบัติได้ บรรลุธรรมได้ ถ้าไม่ใช่บรรลุธรรมพวกคุณอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอก อดทนไม่ได้หรอก สู่แดนธรรม... กดข่มเอาไว้ พ่อครูว่า... กดข่มได้ก็พักหนึ่ง สักพักก็ต้องออกไป แต่ผู้ที่อยู่ได้ ฝากชีวิตไว้กับเฮือนสุดชีวิตเลยเพราะที่นี่มีที่เผาศพ เรียบร้อย 650314 พ่อครูมาสถาปนาโลกุตระได้นั่นเป็นเรื่องยาก รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 31

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน