สื่อธรรมะพ่อครู(พระสูตรอื่นๆที่สำคัญ) ตอน อาหารสูตร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พระสูตรอื่นๆที่สำคัญ) ตอน อาหารสูตร มาเข้าสู่เรื่องที่อาตมาเตรียม จะพูดถึงเรื่อง อาหาร อาหารสูตร ล.16 ข้อ 28 ผู้จะแสวงหาเรียนรู้ที่เกิด ตัวนี้ทำให้เรามีชาติ เกิดไม่รู้จบ ถ้าเรารู้ตัวเหตุที่ทำให้เกิด การดับเหตุ ชาติปิทุกขาดับได้จริง สมบูรณ์แบบ คุณก็ได้เป็นพระอรหันต์ 1. อาหารสูตร [28] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถปิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาหาร 4 เหล่านี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความดำรงอยู่ของหมู่สัตว์ผู้เกิดมาแล้ว รือเพื่ออนุเคราะห์หมู่สัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด อาหาร 4 เป็นไฉน คือ (1) กวฬีการาหารหยาบ หรือละเอียด (2) ผัสสาหาร (3) มโนสัญเจตนาหาร(4) วิญญาณาหาร อาหาร 4 เหล่านี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความดำรงอยู่ของหมู่สัตว์ผู้เกิด มาแล้วหรือเพื่ออนุเคราะห์หมู่สัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด ฯ
[29] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อาหาร 4 เหล่านี้ มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไร เป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด อาหาร 4 เหล่านี้ มีตัณหาเป็นเหตุ มีตัณหาเป็นที่ตั้งขึ้น มีตัณหาเป็นกำเนิด มีตัณหาเป็นแดนเกิด ก็ตัณหานี้ มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดตัณหามีเวทนาเป็นเหตุ มีเวทนาเป็นที่ตั้งขึ้น มีเวทนาเป็นกำเนิดมีเวทนาเป็นแดนเกิด ก็เวทนานี้ มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เวทนามีผัสสะเป็นเหตุ มีผัสสะเป็นที่ตั้งขึ้น มีผัสสะเป็นกำเนิด มีผัสสะเป็นแดนเกิด ก็ผัสสะนี้มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดผัสสะมีสฬายตนะเป็นเหตุ มีสฬายตนะ เป็นที่ตั้งขึ้น มีสฬายตนะเป็นกำ
อ่านต่อ
เนิด มีสฬายตนะเป็นแดนเกิด ก็สฬายตนะนี้ มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดสฬายตนะมีนามรูปเป็นเหตุ มีนามรูปเป็นที่ตั้งขึ้น มีนามรูปเป็นกำเนิด มีนามรูป เป็นแดนเกิด ก็นามรูปนี้มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดนามรูปมีวิญญาณเป็นเหตุ มีวิญญาณเป็นที่ตั้งขึ้น มีวิญญาณเป็นกำเนิด มีวิญญาณเป็นแดนเกิด ก็วิญญาณนี้ มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดวิญญาณมีสังขารเป็นเหตุ มี สังขารเป็นที่ตั้งขึ้น มีสังขารเป็นกำเนิด มีสังขารเป็นแดนเกิด ก็สังขาร หล่านี้มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด สังขารทั้งหลายมีอวิชชาเป็นเหตุ มีอวิชชาเป็นที่ตั้งขึ้น มีอวิชชาเป็นกำเนิด มี อวิชชาเป็นแดนเกิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงมีวิญญาณ ... ดังพรรณนามาฉะนี้ ความเกิดขึ้นแห่งกอง ทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ [30] ก็เพราะอวิชชานั้นแหละดับด้วยการสำรอกโดยไม่เหลือ สังขาร จึงดับ เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ ... ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ
พ่อครูว่า...กระบวนการเกิดทุก คือ โศก ปริเทว ทุก โทมนัส อุปายาสะ อโศกไม่มีโศก ไม่มีปริเทวะ คือพิรี้พิไรรำพันต่องแต่งไม่รู้จักแล้วเสียที โศกก็อยู่นั่นแหละ เมื่อไหร่จะหยุดสักที หากมีวิชชาก็ดับ โศก ปริเทว ทุก โทมนัส อุปายาสะ เป็นพระอรหันต์แต่คุณก็ยังไม่ตาย ภพชาติก็จะมีอยู่ ไม่สงสัย ถ้าเกิดหรือตายอีกก็เป็นอมตะ มูลสูตร มี มีฉันทะ เป็นมูล-รากเหง้า (มูลกา) . . มีมนสิการ เป็นแดนเกิด (สัมภวะ) . . . . มีผัสสะ เป็นเหตุเกิด (สมุทัย) . . . มีเวทนา เป็นที่ประชุมลง (สโมสรณา) . มีสมาธิ เป็นประมุข (ปมุขะ) . . . มีสติ เป็นใหญ่ (อธิปไตย = พลังอำนาจ) . . . . มีปัญญา เป็นยิ่ง (อุตระ = เหนือ) . กัปตันรู้ยิ่งยอด มีวิมุติ เป็นแก่น (สาระ) . หลุดพ้นสุดยอดที่จะรู้ยิ่ง มีอมตะ เป็นที่หยั่งลง (โอคธา). = สอุปาทิเสสนิพพาน. มีนิพพาน เป็นที่สุด (ปริโยสาน) = อนุปาทิเสสนิพพาน (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 58)
คุณปฏิบัติจนเกิดวิมุติก็หยั่งลงเป็นอมตบุคคล คือคนที่ตายก็ได้เกิดก็ได้อย่างอาตมาจะตายก็ได้ จะเกิดก็ได้ ตายคือปรินิพพานเป็นปริโยสานเลยตายแล้วไม่มีเกิดอีกเลย ทำจิตให้เป็นอุตุนิยามไปหมด อาตมาเอานิยาม 5 มาประกอบ พวกคุณจะเข้าใจเลยว่า คนปรินิพพานเป็นอย่างนี้เอง แยกธาตุจิตเป็นอุตุธาตุได้หมด แยกได้ตั้งแต่ตอนเป็นๆ ก็เรียนไปโสดาบันก็รู้จักโลกอบาย จิตคุณหยั่งลงในโลกอบายอยู่เรื่อย ก็มาล้างโลกอบาย เราแยกธาตุนั้นได้มันเป็นดินน้ำไฟลมไปได้มันไม่มีจิตที่จะไปยินดียินร้ายอะไรกับมันเลยคิดมันบริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญ ปภัสสรา ทั้งโลกมันก็มีอบายมุขจัดจ้านอยู่เช่นเดิมเราก็อยู่กับโลกไม่ได้หนีไปไหน อย่างโลกอบายมุขจัดจ้านทุกวันนี้คือโลกของนักการเมือง ทำตัวเองเหมือนเป็นผู้ดีผู้รู้ผู้มีเกียรติแต่เป็นตัวเลวร้ายทำให้สังคมประเทศชาติย่ำแย่เลย เมืองไทยเป็นขนาดนี้ เราก็ว่าร้ายแล้ว ต่างประเทศยิ่งร้ายกว่านี้ เมืองไทยเรารู้ คนไทยมีศาสนาพุทธรู้สัจธรรม อาตมาเห็นแล้วก็น่าสังเวชใจ อย่างธนาธร เขาจะบ้าไปถึงไหน เขาไม่มีศาสนามีแต่ตัวเอง อัตตาเต็มบ้องเลย เขาว่าจะลงสู่ประชาชน ไม่เอาสภา เขาจะบ้าอย่างนั้น ก็จะไม่ได้อะไรเขาจะแสดงความโง่และบ้าอยู่อย่างนั้น ปราชญ์จะเห็นเขา คนมืดด้วยอัตตาจะไม่รู้ตัวเอง คนที่มีทิฐิเดียวกันเช่นปิยบุตรหรือคุณช่อ ในพรรคของเขา จะไปด้วยกัน ในโลกสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า หลุมดำ เขาไม่รู้ความดำของเขา ก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่กับอะไร คนอื่นเขาก็เห็น แต่เขาจะมืดไม่รู้เห็นอะไร ขออภัยที่ยกตัวอย่างธนาธร ยิ่งทักษิณยิ่งตาบอดตาใส เขานึกว่าเขาตาใส แต่เขามืดบอดในหลุมดำเบอร์มิวด้า แล้วก็มีคนหลงเดินทางไปหาเขา นึกว่าทักษิณนี้จะยิ่งใหญ่ เป็นไปได้ต้องอย่างทักษิณ งมงายจนอาตมาก็เห็นแล้ว แม้สุดารัตน์ลง ส.ส.ก็ไม่ได้รับเลือกตั้งเลย มันคืออะไรตกต่ำจนถึงขนาด ประชาชนเขาไม่เอาคุณเขาก็ยังไม่รู้เรื่อง อาหาร 1 คือปฏิจจสมุปบาท อาหาร 2 คืออวิชชาสูตร621204_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติธรรมกับอาหารในพระสูตรต่างๆ