สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อาริยคุณจากโสดาบันจนถึงพระโพธิสัตว์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข8 พฤศจิกายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อาริยคุณจากโสดาบันจนถึงพระโพธิสัตว์ อาตมาพูด ทุกวันนี้อยู่กับฐานของความจริงที่มันเป็นความจน จนที่พวกเราเป็นไปได้แล้ว อาตมาพาพวกเรามาจนสำเร็จแล้ว ชุมชนของพวกเราเป็นชุมชนคนจนอันมีปัญญาความฉลาดที่อยู่กับความจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเป็นคุณธรรมเป็นสาระทักษะที่มนุษย์ในโลก ทุกโลก ทุกสังคม ทุกมนุษย์ต้องการ เราชาวอโศกได้แล้ว ที่จริงอาตมาเองพูดใหญ่ อยากจะประกาศไปทั่วโลกว่าท่านทั้งหลาย ที่แย่งแสวงหากันอยู่ไม่ว่าประเทศไหนชาติไหนในโลก ต้องการอันนี้ ขอยืนยันว่าคุณต้องการอาการอย่างนี้ของตัวตนมนุษย์และร่วมกันในสังคมมนุษย์ เป็นสังคมกลุ่มใดก็แล้วแต่ ของเราเรียกว่าสังคมกลุ่มชาวอโศก นี่แหละอย่างนี้แหละมาดูเถิด พระพุทธเจ้าตรัสว่าเริ่มต้นได้นี้ เรียกว่า ยิ่งกว่าเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ยิ่งกว่าขึ้นสวรรคาลัย ยิ่งกว่าอธิปไตยใดๆในโลก คือโสดาปัตติผล โสดาบันน่ะ เราจะมีความรู้สึกอย่างนี้ จะมีอาการทางจิตเรียกว่าอารมณ์ความรู้สึก เอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน โสดาบันมีจิตที่ไม่ทุกข์ หลุดพ้นจาก แค่โลกอบาย อบายมุข ในโลก เรียกว่าต่ำที่สุดของโลก เช่นโลกแห่งการพนัน การละเล่น บันเทิงเริงรมย์ การกีฬาเที่ยวกลางคืน คบมิตรชั่ว โลกไหนสังคมไหน ศาสนาไหนเหมือนกันหมด คนเขาติดเขาหลง อันนี้หยาบต่ำที่สุดแล้ว อบายมุข 6 คนไทยยังโง่งมงาย ได้บำเรออาการเล่นการพนัน คบมิตรชั่ว เที่ยวกลางคืน เกียจคร้านการทำงาน เล่นกีฬา ใครก็แล้วแต่ศาสนาไหนก็แล้วแต่ที่ยังติดอยู่ก็คือเป็นอบายมุขชั้นต่ำ เราเรียนรู้แล้วก็อย่าไปยุ่งเกี่ยววุ่นวาย อย่าไปเป็นกับโลกเขาที่มี เพราะฉะนั้นโลกก็จะมีอย่างนี้ มันจะมี คาสิโนลาสเวกัส หรือว่า มาเก๊า หรือว่าเป็นทั้งประเทศเลย โมนาโคที่เลี้ยงประเทศด้วยการพนันด้วยอบายมุข

อ่านต่อ

คนเขาก็หลงอันนี้ แผ่นดินที่มีอบายมุข ข้อที่ 1 เป็นเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ผู้ที่เป็นแล้วจะไปประเทศที่มีบ่อนการพนันเหล่านี้ก็ไม่เกี่ยวไม่ยุ่ง จะอยู่ประเทศไหนจะอยู่แดนไหนก็แล้วแต่ จะมีอิสระอย่างนี้ จิตอยู่เหนือไม่ติด ถ้ามีอำนาจมีอธิปไตยสิ่งเหล่านี้ครอบงำจิตเราไม่ได้แล้ว จิตเรามีปัญญาเหนือสิ่งเหล่านี้ มันเป็นสิ่งชั้นต่ำ อบายอย่างนี้ก็รู้ได้ แต่อบายมุขที่โกงแสนล้าน ได้เงินจากการโกงแล้วเอาไปใส่แบงค์ออกดอกออกผลให้ตัวเองใช้อย่างที่ทักษิณทำ สุดยอดอภิมหาบรมอบายมุข เขาไม่เข้าใจแล้วเขาก็ชื่นใจ ในนรกอบายมุข เขาได้อยู่ตลอดเวลา ดอกเบี้ยทบต้นระดับยกกำลัง แก่เขาตลอดเวลา ได้ดอกเบี้ยไปใช้เป็นอำนาจเงินหว่านไป มันทบต้นยิ่งกว่าระดับยกกำลังจึงเป็นบาปเป็นหนี้ของเขา ขอยกตัวอย่างตัวตนบุคคลตัวจริงอย่างคุณทักษิณ ใช้เงินที่เป็นเงินทุจริตเอาไปเป็นระบบทุนนิยมให้ออกดอกเบี้ย ไปมีหุ้นอยู่ที่นั่นที่นี่เอาไว้ แล้วให้ออกดอกผล คนอื่นทำงานแต่ตนเองได้ดอกเบี้ยปันผล เอามาทำลายประเทศไทยตลอดเวลา เขาได้บาปยกกำลังไม่รู้กี่ยกกำลัง ขออภัยที่ต้องยกตัวอย่าง ต้องขอบคุณที่คุณทำชั่วเอาไว้เป็นตัวอย่างให้ยกเป็นตัวช่วยที่ชัดเจนมีจริงในโลกให้อาตมาได้ยกตัวอย่างประกาศอธิบายธรรมะ เป็นประโยชน์ที่มีโทษชั่วที่เป็นของคุณ คุณรับไปเต็มๆ แต่อาตมาเอามายกตัวอย่างก็เป็นกุศลที่ให้อาตมาให้กุศลคุณนะ มันเป็นปรากฏการณ์จริงยืนยันได้ พฤติกรรมอย่างนี้การกระทำแบบนี้คุณอย่าไปทำอย่าไปเอาอย่าง เลี่ยงได้ก็เลี่ยง ใครจะต้องตายเพราะให้ไปทำอย่างนี้ก็เลิก อย่าไปเอาอย่างเด็ดขาด อาตมาหากเป็นลูกหลานเขาก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไรในโลก มันเป็นเรื่องเลวร้ายต่ำช้ามากที่สุด ขออภัยที่อาตมาต้องนิคคัณเหนิคาหารหัง ข่มสิ่งที่ต้องตำหนิ ไม่ควรยกย่องเชิดชูสิ่งเหล่านี้โง่ตายเลยมันไม่ใช่ของดีเลย ในความรู้เบื้องต้นแค่โสดาบันผู้ที่พ้นสิ่งเหล่านี้เป็นเอกราชทั่วทั้งแผ่นดินเป็นอธิปไตยในโลกหล้า มันเป็นสวรรค์ คืออาศัยสวรรค์หลุดพ้นอบายมุขเหล่านี้ได้ มีทั้งเอกราชและอธิปไตยเหนือสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่ใช่แดนชั่วเหล่านี้ ใช้พยัญชนะว่า สวรรคาลัย นี่เป็นคุณสมบัติอันต้น ธรรมะพระพุทธเจ้าเรียกว่าโสดาปัตติผล สมณะเดินดินว่า...เป็นพุทธวจนครับ จากพระธรรมบท พ่อครูว่า...อันนี้มันเป็นเรื่องรากฐานความรู้ เบื้องต้นนี้แหละคือเบื้องสูง เพราะคนไม่มีสิทธิ์ที่จะคิด คิดเอาไม่ได้ ผู้ที่จะรู้คือผู้ตรัสรู้ ผู้ที่ตรัสรู้คือพระพุทธเจ้า หากไม่มีพระพุทธเจ้าไม่มีใครรู้อย่างนี้ได้หรอก มันไม่มีอยู่ในโลก เมื่อท่านดูแล้วท่านก็มาตัดสัดส่วนให้เห็นว่า อันนี้สัดส่วนนี้ควรจะต้องรู้ นี้เป็นสิ่งที่ต่ำที่สุดแล้ว เป็นเบื้องต้น ชาวอโศกเราอยู่อย่างเราไม่มีอบายมุขพวกนี้ สอง หลุดพ้นโลกต่ำ กามก็คือโลกียะขั้นที่สอง 1.ลาภ 2.ยศ 3.สรรเสริญ 4.สุข สุขจากการได้สัมผัส 1. สัมผัสกามคุณ 5 2บำเรอภายในเรียกว่าบำเรออัตรา ซึ่งไม่ต้องอาศัยตาหูจมูกลิ้นกาย มันเป็นภพเป็นชาติตั้งขึ้นมาเอง เป็นเพราะของความร่ำรวยมันไม่ต้องมีตาหูจมูกลิ้นกาย ภพในยศชั้นศักดินา ไม่ใช่ตาหูจมูกลิ้นกาย ภพแห่งสรรเสริญ เมื่อถูกตำหนิก็ทุกข์ เมื่อได้สรรเสริญก็มีความสุข เป็นต้น อันนี้ 3 อย่างง่ายๆ ลาภ ยศ สรรเสริญ อันนี้เป็นอัตตา ผู้ที่รู้เท่าทันแล้วต่อมาก็เป็นโรคแห่งกาม ตา หู จมูก ลิ้น กายเรียนรู้จริงๆแล้วดับให้ได้เป็นสกิทาคามีแล้วเป็นอนาคามี ภายนอกสัมผัส ลาภ ยศ สรรเสริญ ก็อยู่เหนือมันหมด หยาบๆเรียกโอฬาริกอัตตา อยู่ภายนอก ดับได้หมดยังเหลือรูปอัตตา อรูปอัตตา คนที่เป็นอนาคามีจึงไม่เป็นภัยต่อลาภยศสรรเสริญ และไม่เป็นภัยต่อ กาม มีแต่ในตัวเอง ไม่แย่งลาภยศสรรเสริญ แต่เราเองยังอยากได้อยากมีอยากเป็น ในใจตนแวบๆ ไม่ได้ไปทำอะไรกับภายนอกเขาหรอก แต่เป็นภัยโทษในจิตตัวเอง ยังสลัดออกจากจิตไม่ได้ จิตยังยึดถืออยู่ จนกว่าจะล้างรูปภพ อรูปภพได้ ล้างได้แล้วก็ยังอยู่กับโลก ไม่ได้หนีไปไหนแต่เหนือโลก อนาคามีล้าง รูปราคะ อรูปราคะ เป็นเศษ มานะอุทธัจจะอวิชชา ก็ยังอยู่กับโลกที่มีลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอย่างเหนือไม่สุขไม่ทุกข์ อย่างไม่แย่งกับเขา อรหันต์จึงเป็นคนที่จนที่สุดไม่มียศที่สุด ไม่ได้ตื่นเต้นกับสรรเสริญไม่ได้ทุกข์ร้อนเรื่องของการตำหนิติเตียน ไม่มีสุขมีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปที่มันเลี่ยงไม่ได้ ส่วนอีก 4 อย่างที่มันเลี่ยงได้หมดเลยอรหันต์เลี่ยงได้ จบทุกข์ที่เลี่ยงได้ ส่วนทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าก็เลี่ยงไม่ได้ อีก 6 อย่าง นอกจากจะปรินิพพานไม่มีขันธ์ 5 ปรินิพพาน เป็นปริโยสาน สูญเลิกไปเลย อย่างอาตมาเป็นพระโพธิสัตว์รู้ดี อรหันต์ได้แล้ว แต่เราไม่ทิ้งขันธ์ 5 เรายังจะกลับมาทำให้ลึกซึ้งเพิ่มโพธิสัตวภูมิ อรหันต์นั้นจบเฉพาะตัวเอง ล้างอุปทานตัณหาจบเฉพาะตัวเอง เรียกว่าใบไม้กำมือเดียวของเราเอง จบแล้วเป็นอรหันต์แล้ว แล้วจะเป็นพระโพธิสัตว์อีกต้องมาเกิดอีก เพื่อเรียนรู้ว่าของคนอื่นที่เขายึดถือที่ไม่ใช่ของเรา คนนั้นยึดถืออย่างไร มันมีกิเลสเหลี่ยมมุมต่างกัน การศึกษาผู้อื่นที่เขาได้ยึดถือ ที่เขามีตัณหารู้ให้มากที่สุด พระโพธิสัตว์ต้องรู้ให้มากที่สุด มีปัญญารู้เหลี่ยมมุมละเอียดเยอะแยะ เพื่อจะช่วยคนอื่นที่เขายึดถืออยู่ เรารู้ของเราแล้วว่าอาการของคนที่ยึดติดโลกธรรมลาภยศสรรเสริญโลกียสุขกับอัตตามันเป็นความทุกข์อย่างนี้เอง เขายึดเหลี่ยมนี้เราไม่เคยเป็น แต่เขาเป็น ก็ต้องให้รู้ว่าอย่างที่มันเป็นความยึด เป็นอย่างนี้มันไม่ใช่ของเรา เราเคยยึดถือในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข เพราะเราโง่กับอัตตา จนเรารู้อัตตาโง่แล้ว พอเราหมดอัตตา รู้ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขเป็นอย่างไร คนอื่นเขายังยึดถือเหลี่ยมมุมใดมากน้อยอย่างไรเราก็บอกว่าให้เลิกเถอะ มันจะได้สุขสบายไม่ต้องไปแย่งชิงกับโลกเขา คนที่หลุดพ้นเป็นอรหันต์แล้วจึงอยู่กับโลกเขานานาสารพัด แตกต่างกัน ความแตกต่างกันนี่แหละเป็นความแตกต่างเมื่อมีธรรมะที่มี 2 หน่วย ไม่มีธรรมะ 2 หน่วยที่เกิดมาแล้วเหมือนกันอย่างไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย แต่ความละเอียดละออนั้นยิ่งกว่าแฝด แฝดทางนามธรรมก็ยังมีสิ่งที่แตกต่าง นี่คือการศึกษาของศาสนาพุทธ ศึกษาสิ่งที่แตกต่างเรียกว่า ลิงค ของรูปนาม และศึกษาว่าที่แท้มันก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของคุณมันแตกต่างกันไป คุณไปยึดเอง มันก็ทุกข์ทั้งนั้น แต่คนที่ยึดถือนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเราเป็นของเราหรอก ไม่ควรจะยึดถือเป็นเราเป็นของเราก็ไม่ยึดถือแล้ว มันก็ไม่ยึด 601105_ผลประชุมมหาปวารณา# 35 คุณสมบัติของความจนอันประเสริฐ(อรหันต์)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน