สื่อธรรมะพ่อครู(ความเสื่อมชาวพุทธ) ตอน วิชชาจรณะอยู่เหนือชาติและโคตร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ความเสื่อมชาวพุทธ) ตอน วิชชาจรณะอยู่เหนือชาติและโคตร เรามาต่อบทเรียนในอัมพัฏฐสูตรกันต่อ มาย้อนหลังหน่อยว่าอัมพัฏฐมาณพนี้เป็นลูกศิษย์เอกของสำนักหนึ่ง มาโต้ด้วยปัญญากับพระพุทธเจ้า ว่าเขาเป็นคนเก่งที่สุดแล้ว เขาหลงว่า ในบรรดาผู้ฐานะสูงต้องเป็นตระกูลพราหมณ์จึงสูงสุด แต่ว่าพระพุทธเจ้าต้อนจนจนมุมเลย จริงๆแล้วความรู้เหล่านี้เป็นความรู้เดียวกัน พราหมณ์กับพุทธเป็นศาสนาเดียว กัน แต่หมุนสลับกันในระหว่างสภาวะกับพยัญชนะ เดี๋ยวก็พุทธ เดี๋ยวก็พราหมณ์ แต่ละกาละ เรียกว่ากัปป์ กัปป์ใดกัปป์หนึ่งไม่เท่าเดิมตลอดเวลา ไม่ใช่แค่พันปีหมื่นปีแสนปีเท่านั้นที่หมุนเวียนกัน แต่ละคราว ที่หมุนเวียน คำสอนมีคำสอนเดียวคือมุ่งสู่นิพพาน แต่ก็เพี้ยนไปเหมือนตอนนี้ คำสอนเพี้ยนเอานิพพานเป็นอัตตาเป็นวิมานไปหมด เป็นเทวนิยม เป็นนิโรธนิพพานดับมืดกับสว่าง ไม่ใช่นิพพานแบบรู้จักกิเลส ล้างกิเลสดับกิเลสสนิท สรุปคือกัปป์ไหนมีนิพพานแท้เรียกว่า สังวัฏกัปป์ บางกัปป์ไม่มีนิพพานแท้เรียกว่าวิวัฏกัปป์ บางกัปป์มีนิพพานบ้างไม่มีบ้างเรียกว่า สังวัฏวิวัฏกัปป์ พระพุทธเจ้าท่านไล่เรียงโคตร ท่านต้อนเข้ามุมเลยว่า แม้ในการนับโคตรแล้ว กษัตริย์ก็ประเสริฐสุด ส่วนอัมพัฏฐะนั้นถือว่าตนเป็นสายพราหมณ์ เขาก็เลยข่มว่า กษัตริย์ไม่มีวิชชาจรณะเช่นพราหมณ์หรอก แต่พระพุทธเจ้าก็ไล่วนในกัปป์ที่ไม่มีนิพพานแต่คนในกัปป์นั้นเข้าใจว่าที่ไม่ใช่นิพพานคือนิพพาน พระพุทธเจ้าก็ไล่เรียงประวัติไป ถึงว่า ท่านพราหมณ์ สุนังคลพราหมณ์ สมจริงดังคาถาที่สนังกุมารพรหมได้ภาษิตไว้ ดังนี้ คาถาสนังกุมารพรหม [159] กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด ในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยโคตร ท่านผู้ถึง พร้อมด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุด ในหมู่เทวดาและมนุษย์ [160] ดูกรอั
อ่านต่อ
มพัฏฐะ ก็คาถานี้นั้น สนังกุมารพรหมขับถูกไม่ผิด ภาษิตไว้ถูก ไม่ผิดประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ใช่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ เราเห็นด้วย ดูกรอัมพัฏฐะ ถึงเราก็กล่าวเช่นนี้ว่า [161] กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด ในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยโคตร ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์ จบ ภาณวารที่หนึ่ง วิชชาจรณสัมปทา [162] อัมพัฏฐมาณพทูลถามว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็จรณะนั้นเป็น ไฉน วิชชานั้นเป็นไฉน พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอัมพัฏฐะ ในวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม เขาไม่พูดอ้างชาติอ้างโคตรหรืออ้างมานะว่า ท่านควรแก่เรา หรือท่านไม่ควรแก่เรา อาวาหมงคล วิวาหมงคล หรืออาวาหวิวาหมงคล มีในที่ใด ในที่นั้นเขาจึงจะพูดอ้างชาติบ้างอ้างโคตรบ้าง หรืออ้างมานะบ้างว่า ท่านควรแก่เรา หรือท่านไม่ควรแก่เรา ชนเหล่าใดยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างชาติ ยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างโคตร ยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างมานะ หรือยังเกี่ยวข้องด้วยอาวาหวิวาหมงคล ชนเหล่านั้น ชื่อว่ายังห่างไกลจากวิชชาสมบัติ และจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม การทำให้แจ้งซึ่งวิชชาสมบัติและจรณสมบัติ อันเป็นคุณยอดเยี่ยมย่อมมีได้เพราะละการเกี่ยวข้องด้วยการอ้างชาติ ความเกี่ยวข้องด้วยการอ้างโคตร ความเกี่ยวข้องด้วยการอ้างมานะ และความเกี่ยวข้องด้วยอาวาหวิวาหมงคล ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ จรณะนั้นเป็นไฉน วิชชานั้นเป็นไฉนเล่า ดูกรอัมพัฏฐะ พระตถาคตเสด็จอุบัติในโลกนี้ เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลกเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่น ยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม พระตถาคตพระองค์นั้น ทรงทำโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วย พระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว ทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ ให้รู้ตาม ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง เมื่อเริ่มแรกพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ท่านเรียกตัวเองว่า ตถาคต ไม่มีคำว่าศาสนาพุทธ หรือพระพุทธเจ้า แต่เป็นศาสนาพราหมณ์ที่เขาสอนกันนี่แหละ แต่พระพุทธเจ้าจะมาแก้ความเห็นของคนที่เขาไม่เข้าใจเนื้อแท้ ศาสนาหรือพรหมจรรย์นี้แหละ แล้วท่านก็จะมาแก้ความผิดเพี้ยน แล้วยุคนั้นก็ยังเพี้ยนกว่ายุคนี้อีก ยุคนี้ยังเหลือพยัญชนะอยู่ด้วย แต่ยุคโน้นไม่เหลือเค้า การยืนยันคำว่า พุทธ คำนี้แปลว่าผู้รู้ยิ่ง ความรู้ยิ่งอันหนึ่งในภาษาบาลี ท่านเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย คนก็ฟังตามโดยเอาคำสอนที่รู้กันทั่วไป ที่รู้ตามกันมา ศีล สมาธิ ปัญญา มรรคองค์ 8 ตามที่สอนกันมา ก็เอาคำเหล่านี้มาอธิบายยืนยันสภาวะ ท่านยืนยันว่าท่านมาอุบัตินี้เป็นอรหันต์ เป็นสัมมาสัมพุทโธ เป็นผู้มีวิชชาจรณะ ท่านประกาศตนเต็มๆ ท่านสอนให้รู้ว่าจิตวิญญาณอบายเป็นอย่างไร แล้วก็ฆ่าหรือล้างจิตอบายนี้ไป ก็กลายเป็นสัตว์ที่พ้นอบาย แล้วสอนให้หลุดพ้นจากกามโลก เพราะดับเหตุแห่งความเป็นสัตว์ กำจัดเหตุ เรียนรู้ความจริงเรียนรู้ความหมายให้ชัดเจนแล้วปฏิบัติโดยมีสัญญาเป็นตัวทำงาน มีเวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ แล้วรู้รูป 28 ที่เป็นมหาภูตรูป อุปาทายรูป รู้จนเกิดญาณปัญญา อ่านสัตว์อบายสัตว์กาม รูปโลก อรูปโลกออกจนสัตว์เหล่านั้นหมด ก็เป็นผู้หลุดพ้นโลกอบาย กาม รูปโลก อรูปโลก แต่ก็อยู่กับโลกเหล่านี้ได้ แล้วก็สอนให้คนหลุดพ้นได้ด้วย โดยไม่ต้องไปข่มเขาที่ยังตกอยู่ใต้โลกเหล่านี้ เขาน่าสงสาร เขาไม่รู้ก็ต้องช่วยกัน อย่างนี้คือการจำแนกธรรม แล้วก็สอนบอกให้รู้แจ้ง มารโลก เทวโลก พรหมโลก แล้วให้รู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง สอนให้รู้ให้เป็นให้รู้จักหมู่สัตว์เหล่านี้แล้วก็ทำตามให้งามเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลายไปตามลำดับ
590315_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เมื่อธรรมกลาย ตอน ๕