สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน บุญมีอยู่ในวิปัสสนาเท่านั้น.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน บุญมีอยู่ในวิปัสสนาเท่านั้น _...(ไม่มีชื่อ) กราบนิมนต์พ่อครูช่วยตอบคำถาม.....พ่อครูเคยเทศน์ว่าแต่ละชาติที่เกิดมาแต่ละอัตภาพมีกรรมวิบากมาเป็นชุดๆ คราวนี้ ถ้าอัตภาพหนึ่งเป็นโพธิสัตว์ ทำกุศลกรรมมากๆๆๆๆๆ แต่ก็เคยมีอกุศลกรรมเก่าก่อนที่เคยทำ แบบนี้การเกิดมาเป็นการสังเคราะห์กรรมดีกรรมชั่ว (สีน้ำเงิน สีแดง สีใดมากรึน้อย) หรือว่าไม่ได้สังเคราะห์คะ (เอามาเป็นชุดๆ) อัตภาพอื่นๆก็เช่นกัน พ่อครูว่า...เป็นการสังเคราะห์กันอยู่เอามาเป็นชุดๆ ถามอจินไตยจริงๆ ต้องขยายความคำวิบากต่างๆ กรรมเป็นสิ่งที่ใครทำได้อยู่ในสัญญา อยู่ในความจำ อยู่ในคลังของอัตภาพ สัญญาคือคลังของอัตภาพ ไม่มีทางเลือนหายไป ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศล ไม่เลือนหายไปจากสัญญาเจตสิกนี้ ทุกคน แม้เป็นพระโพธิสัตว์เป็นพระพุทธเจ้า กุศลอกุศลก็ยังอยู่ทั้งนั้น แต่ว่า ผู้ที่เป็นอรหันต์แล้ว ไม่ทำอกุศลเด็ดขาด ไม่ทำบาปอีกเลยทำแต่กุศลตลอดไป จึงเป็นหลักประกันว่าคนนี้จะเจริญก้าวหน้าไปอย่างเดียว ถ้ายังไม่ถึงอรหันต์ขึ้นไป มันยังมี อนาคามีก็ยังมีอกุศลบ้างนิดหน่อย ไม่บริสุทธิ์ ถ้าหากอรหันต์ขึ้นไปก็ สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง กุสลัสสูปสัมปทา พอได้ปฏิบัติเป็น สจิตตปริโยทปนัง พระอรหันต์ขึ้นไปหมดบาปหมดบุญ บาปบุญเป็นเครื่องมือ หรือบุญเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติธรรม บุญมีหน้าที่กำจัดอกุศล หรือกำจัดบาป กำจัดได้หมดเมื่อไหร่บุญก็หมดทันที บุญไม่ใช่สมบัติไม่ใช่กุศล ความเข้าใจในศาสนาพุทธอันนี้ได้ผิดเพี้ยนไป ไม่เข้าใจคำว่าบุญได้ผิดเพี้ยนไป รู้ว่าบุญเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในศาสนาพุทธ บุญเป็นเครื่องมือวิเศษ ที่สร้างขึ้นมาเป็นพลังงานบุญได้ก็สามารถกำจัด เป็นอุณหธาตุกำจัดไฟราคะโทสะโมหะได้ แต่บุญมีหน้าที่ฆ่าอย่างเดียว เอกังสะ ทำหน้าที่ฆ่
อ่านต่อ
ากิเลสเสร็จแล้วบุญก็หมดไปเลย เหมือนระเบิดปรมาณู ที่มีหน้าที่สำหรับระเบิดทำลาย โยนตูมตายระเบิดลูกนั้นก็ไม่เหลือ ฉันใดก็ฉันนั้น บุญก็เหมือนกัน บุญไม่ใช่สมบัติที่จะเกิดต่ออีกตรงไหน ไม่มีเลยสะสมไม่ได้ การเข้าใจคำว่าบุญผิดเพี้ยนอย่างนี้ แล้วรู้ว่าบุญคือสิ่งประเสริฐของศาสนาพุทธที่ทำลายกิเลสอย่างเดียว ทำร้ายแต่บาป ทำลายวัตถุอื่นไม่ได้ เหมือนกับที่เขาคิดระเบิดปรมาณู ที่ทำร้ายแต่ชีวะ แต่ถ้าคิดระเบิดปรมาณู ที่ทำร้ายแต่คนชั่ว บุญนี่ระเบิดปรมาณูที่ทำลายแต่คนชั่วคนบาป ไม่ทำลายคนดีเลย ฉันเดียวกันระเบิดปรมาณูที่เขาจะคิดให้ทำลายแต่ชีวะ ไม่ทำลายวัตถุ เขาพยายามคิด แต่ก็คงจะยาก แต่ก็อาจจะได้ ศาสนาพุทธได้เข้าใจผิดเพี้ยนในเรื่องบุญ บุญไม่ใช่กุศลหรืออกุศล บุญเป็นพลังงานพิเศษ ถ้าทำพลังงานจิตให้เป็นปุญญะได้สามารถกำจัดกิเลสได้ ถ้าหากไม่สัมมาทิฏฐิที่จะสร้างพลังงานบุญ ให้รู้จักกิเลส แล้วก็สร้างพลังงานที่จะชำระกิเลส เป็นไฟฌาน เหนือกว่าไฟราคะโทสะโมหะ ถ้าสร้างขึ้นได้จริงๆจะสามารถขจัดกำจัดหรือฆ่ากิเลสได้จริง กิเลสจึงจะหมด ถ้าไม่สามารถสร้างพลังก็ยาก ไม่เกิด จะสร้างได้อย่างไร ต้องรู้พลังงานของราคะโทสะโมหะ และสร้างพลังงานที่ชื่อว่าปัญญา ปัญญานี้เป็นพลังงานที่ทำให้กิเลสมันฝ่อได้ ไปสะกดจิตสมถะไม่ใช่ปัญญาวิปัสสนา ไปสะกดจิตให้มันนิ่งเรียกว่าสงบ ศาสนาไหนเขาก็ทำ มีศาสนาเดียวคือศาสนาพุทธเท่านั้นไม่ไปสะกดจิต แต่ให้แบ่งการปฏิบัติโดยหลักศีล 1. เรื่องของสัตว์ เกี่ยวข้องกับสัตว์ เกิดกิเลสราคะโทสะโมหะ กับสัตว์ อาการของราคะโทสะโมหะ คุณต้องมีรูปนามต้องรู้อาการจิต แล้วคุณก็รู้เครื่องหมายของมันว่าอาการนี้เป็นราคะ อาการนี้เป็นโทสะ คุณต้องมี ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ ตักกะเริ่มคิด มันก็มีกามมาผสมในจิต ก็แยกอาการกามในจิตออกแล้วกำจัด ศาสนาพุทธชัดเจนอย่างนั้น กำจัดราคะโทสะโมหะหมดก็ได้เป็นอรหันต์ พูดมาถึง 47 - 48 ปีแล้ว พูดหมดพูดชัด พูดวนพูดเวียนซ้ำซาก หมดแล้ว ได้พยัญชนะใหม่จากพระไตรปิฎกจากบาลี เอามาประกอบขยายความลึกซึ้งขึ้นไปอีกเท่านั้นเอง แต่โครงสร้างใหญ่ๆพูดหมดแล้ว ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นมีกรรมฐานคือเวทนา แต่เดี๋ยวนี้ผิดเพี้ยนไปเป็นกรรมฐานดินกรรมฐานอะไรต่างๆ เป็นวิธีใช้กสิณจดจ้องในสิ่งต่างๆ ซึ่งไม่ใช่ของพุทธเลย ตำราไหนใช้แบบนี้เป็นตำราที่ผิดเพี้ยนไปจากศาสนา ทำให้ศาสนาพุทธเสื่อมไปด้วย ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ศาสนาพุทธไม่เหลือ ศาสนาพุทธเข้าใจความละเอียดลออลึกซึ้งไม่ได้ง่ายๆ ศึกษาให้ดีจึงจะรู้แล้วเอามาใช้ได้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นไม่สำเร็จประโยชน์ ถ้าเข้าใจเวทนา 108 หรือเวทนาในเวทนาไม่ได้ กรรมฐานในศาสนาพุทธมีเวทนาอย่างเดียว นอกนั้นไม่มีที่ปฏิบัติ ไปเอากสิณมาใช้เป็นการแสวงหาบุญออกนอกขอบเขตศาสนาพุทธ ไม่มีบุญในกสิณ ไม่มีบุญในการไปทำสมถะ บุญอยู่ในวิปัสสนาอย่างเดียว นี่คือสัจจะที่ได้เป็นเพี้ยนไปไกลจนไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้แต่พูดว่าเขาไม่ถูกๆๆ ทีนี้ก็จะพูดบอกว่าถูกก็พูดไม่ได้ เพราะว่าไม่มีคนถูก เมื่อพูดคนที่ถูกก็ไปถูกชาวอโศกอีก
610205_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ด้วยแบบคนจน