การสวดมนต์ที่ทำให้ตกนรก เป็นโทษ ทำลายศาสนาเป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
การสวดมนต์ที่ทำให้ตกนรก เป็นโทษ ทำลายศาสนาเป็นเช่นไร _ชัยวิทย์ : ผมสวดมนต์กราบพระที่บ้านประจำทุกวัน ยกเวันบางวันมีกิจ ..คือว่าก่อนสวดมนต์ ผมจะเชิญชวนทวยเทพ เทวา เทวดาอารักษ์ อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ สิ่งสักสิทธ์ เจ้ากรรมนายเวร ขอเชิญมาบำเพ็ญกุศลร่วมกัน ..กราบพระรัตนตรัย บูชาพระรัตนตรัยด้วยกัน เพื่อที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์ ที่จะปฎิบัติบูชา และจะได้ช่วยสืบทอดพระศาสนาไปให้ครบ 5,000 ปี ตามกำลังและสติปัญญาที่มีอยู่ และปฎิบัติไปด้วยกันนะ ....ผมเชิญแบบนี้จะมีผลได้ใหม่ครับ หรือว่ายังเรียกว่าเทวะนิยมอยู่.... ..ผมเชิญมานานนับเดือนแล้วครับ แต่ก็รู้ว่าเทวะนิยมอยู่ และยังคิดว่าคงพอได้ผลบ้าง... ..ท่านเห็นว่า สมควรที่จะดำเนินเชิญชวนต่อไปอีกได้ไหมครับ... ...ผมสงสัย แต่ยังเนวสัญญานาสัญญายตนะครับ พ่อครูว่า...ก็ขออภัยที่ต้องบอกคุณว่า เลิกได้แล้ว ที่จะไปชวนอะไรมากมายอย่างนั้น มันเป็นความเพ้อเจ้อไปหลงคารมผู้ที่มี โลกจินตา ฟุ้งซ่านปรุงแต่งไป นี่ขนเรียกชื่อต่างๆมานี้ยังน้อย ขนมาได้อีกหลายกระบุง ก็ขอแวะตรงนี้อีกหน่อย ขอทุบหัวตรงนี้หน่อย เรื่องสวดมนต์ ขออภัยต้องพูดให้ชัดๆว่าเป็นเรื่องงมงายของคน แล้วก็เป็นเรื่องเกินจริง ถ้าจะสวดมนต์ ก็คือภาษาคำว่าสวด หมายถึงสาธยาย คือเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาสาธยายเรียกว่า สังวัธยาย แล้วก็ผิดเพี้ยนไปลากเสียงอันยาว แล้วก็ใส่ทำนอง แล้วก็กลายเป็น คีตะ วาทิตะ เป็นเพลง เป็นสวด ติดกันไปตามลักษณะชาวโลกที่ติดร้องรำทำเพลง มันเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นมันก็ไม่รู้ตัว บานปลายออกไป กลายเป็นนักร้องนักรำ สวดมนต์ร้องเพลินกันไป มันก็ไปติดยึดที่ทำนองลีลา เป็น ขิฑฑาปโทสิกะ มีความรื่นเริงบันเทิงใจอันเป็นโทษเป็น นรกปหาสะ มันเป็นโทษในการหลงติดความรื่นเริงบันเทิงใจ ท่านแบ่งโทษเป
อ่านต่อ
็น 2 อย่าง มโนปโทสิกะ กับ ขิฑฑาปโทสิกะ ขิฑฑาปโทสิกะ รื่นเริงบันเทิงใจทั้งโลกไปทั้งหมดรวมถึง มาโซคิส กับ ซาดิสซึ่ม แค่เตะบอลเข้าโกล์ได้ก็ตื่นเต้นตกใจ เป็นอุพเพงคาปีติ เส้นเลือดระเบิดแตกตาย มีมาแล้วไม่ใช่ไม่มี พวกนี้เป็นโทษ มโนปโทสิกะ คือหลงจิตเป็นโทษ ไปหลงสะกดจิต เอาจิตไปมุ่นต่างๆ หรือเอาจิตไปขยายเป็นเรื่องเลอะเทอะไปอีก จิตเป็นโทษของผู้นี้ที่ไม่เข้าใจเรื่องของจิต มโนปโทสิกะ มีแค่ 2 อันนี้เท่านั้นเอง ท่านสรุปเอาไว้แล้ว จิตวิญญาณมันเป็นโทษอยู่ 2 มุม ที่ยิ่งใหญ่ ฟังไว้ดีๆ ใครจะอยู่ในหมู่ใด ก็เลิกมาให้หมด ขิฑฑาปโทสิกะ กับ มโนปโทสิกะ มากมายแค่ไหนก็เลิกมา มันเป็นโทษ เป็นสิ่งอาศัยปฏิบัติให้หลุดพ้นได้ทั้งนั้น อย่าให้มันเป็นโทษ จะไปร่ายเรียก เทวดา อินทร์พรหม เป็นพยัญชนะที่บ่งบอก นิรมานกาย สัมโภคกาย อทิสมานกาย สร้างเรื่องราวเป็นองค์ประกอบสมมุติชื่อเรื่อง ไปเป็นมากมายตั้งแต่ได้เป็นร้อยพันหมื่นแสนล้านชื่อก็ได้ ลักษณะร้อยพันหมื่นแสนล้านลักษณะก็ได้ เป็นลักษณะ โลกจินตา เรียกเจ้ากรรมนายเวรก็แล้วแต่ ถ้าคุณไปติดอยู่อย่างนั้นจะไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์สิ มัวแต่ไปเป็นเทวดา อินทร์พรหม ยมยักษ์อะไรไป ก็ไม่ได้เป็นมนุษย์สิ ต้องเลิกถึงจะได้กลับมาเป็นมนุษย์ คุณเชิญแบบนั้นก็มีผลลงนรก มีผลเป็นสัตว์เดรัจฉานบ้าๆบอๆแบบนั้น ให้เรียนดีๆ น่าสงสาร ยังมีคนติดยึดในการสวดตั้งกรรมฐานเหล่านี้อีกเยอะ อาตมาก็ยังไม่อยากพูดดีแตกพวกที่ยึดมั่นถือมั่นเหล่านี้จนกระจุย ยังไม่อยากทำอย่างนั้น ก็ไล่ๆไป ค่อยๆตีไปเรื่อยๆตามลำดับก่อน ถ้าอย่างคุณบอกว่า จะได้สืบทอดพระศาสนา ที่จริงมันเป็นการทำลาย ถ้าเข้าใจอย่างคุณเป็นการทำลายศาสนาพระพุทธเจ้า ไม่ใช่สืบทอด เพราะมันเป็นการเข้าใจผิดมิจฉาทิฏฐิ ขออภัยที่พูดใส่น้ำหนักงบแรงไปหน่อย อยากจะให้คุณเข้าใจรู้สึก พยายามตั้งใจดีๆ ศึกษาใหม่ คุณเชิญอย่างนั้นเป็นผลเลวร้าย เป็นเทวนิยมเต็มบ้อง ให้หยุดเลย ณ วินาทีนี้ให้หยุด คุณก็รู้ว่าเป็นเทวนิยมอยู่ อาตมาไม่ส่งเสริม ให้หยุดได้เลย แล้วขอให้เป็น เนวสัญญานาสัญญายตนะ ที่จริง เนวสัญญานาสัญญายตนะ มันแปลว่าไม่รู้แท้ จะว่าใช่ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ อะไรอย่างนั้น 641020_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สมาหิโตคือสมาธิพุทธแท้ของพระพุทธเจ้า