สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5_กรรมฐาน 5) ตอน อุตุนิยามและกรรมฐาน 5 คืออะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
อุตุนิยามและกรรมฐาน 5 คืออะไร _จอมมณี แก้วชนะ ยอดวิวที่ไร้สาระเมียฝรั่ง มีคนเข้ามาเม้นเต็มไปหมด แต่ทีธรรมะแท้แท้ที่ดีดีก็ไม่มีคนเข้ามาชม พ่อครูว่า…. เมนส์ คือเลือดระดูของผู้หญิง อาตมาเคยอธิบาย แต่ขอเก็บตกเพิ่ม เลือดระดูของผู้หญิงคืออุตุนิยาม คำว่าอุตุ ภาษาบาลีว่า เลือดระดู คำว่าอุตุคือไม่มีชีวะแล้ว เลือดที่เป็นระดู มันคือ ธาตุที่เป็นเชื้อไข่ เชื้อที่จะเกิดเป็นชีวะ แต่เมื่อมันไม่ได้รับการผสม ถึงเวลาเชื้อหรือไข่นั้นก็เสีย ก็ไหลออกมา มันเล็กละเอียดเป็นธาตุน้ำ ไหลออกมาเป็นระดู จากที่เป็นเชื้อไข่เป็นชีวะที่เล็กกว่าจิตนิยามด้วยซ้ำ อาตมาสะดุด ตอนนั้นยังไม่รู้ธรรมะอะไรมาก แต่เห็นพยัญชนะในพจนานุกรมไทยบาลี ท่านบอกว่า อุตุ แปลว่าอะไร ตอนนั้นอาตมาก็รู้ว่า อุตุนิยมคือเขาวัดดินน้ำไฟลม อากาศ เท่านั้น แต่ ทำไมอุตุ เขาแปลว่า เลือดระดู ซึ่งมันเป็นเชื้อชีวะ อาตมาสะดุดตั้งแต่แรกๆเลย ตอนนั้นยังเข้าใจธรรมะไม่ทะลุ ยังแค่ฟื้นความรู้ขึ้นมาแต่สัมผัสภาษาคำแปลก็สะดุด แต่ทุกวันนี้พวกเราจะเข้าใจดี ว่าอันนี้มันหมดหน้าที่จะเป็นชีวะแล้วแต่เลือดระดู คือธาตุน้ำที่จะก่อชีวะแท้ๆเลย มันเป็นเซลล์แล้ว แต่เมื่อไม่ได้รับการผสมให้สมบูรณ์ มันก็ตกมา หมดความเป็นชีวะ มูลกรรมฐาน 5 ผมขนเล็บฟันหนัง เมื่อไหร่เป็นชีวะ เมื่อไหร่ไม่เป็นชีวะ เมื่อไหร่เป็นกาย เมื่อไหร่ไม่เป็นกาย ซึ่งไม่ง่าย เช่นเล็บที่ไม่รับความรู้สึก มันไม่มีเวทนาแล้ว แต่เป็นชีวะ ไม่ได้ถูกตัดขาดจากร่างกาย ผมขนเล็บฟันหนัง ที่ไม่ได้ตัดขาดจากร่างกายมันก็เป็นชีวะ มันไม่มีเวทนารับรู้สึก เพราะฉะนั้นมันไม่เป็นกาย แม้เป็นชีวะที่ติดเนื่องจากเรา เราจะไปยึดถืออะไรเป็นของเรา ถ้าตัดทิ้งมันก็ไม่เป็นไร ไม่ทุกข์ เมื่อไม่ทุกข์ ก็ไม่น่าจะเป็นเราเป็นของเรา เราก็ไม่น่า
อ่านต่อ
หวงแหน จะเห็นเลยว่าคนเรา ขนาด ตัดออกไปแล้วยังคงเห็นว่าเป็นของเรา เอาไปเก็บรักษา ตัดออกไปแล้วนะ ไม่เจ็บไม่ปวดแล้วก็ยังยึดถือ ถ้ายังอยู่ในเรา มันก็ไม่น่าจะยึดถือเป็นเราเป็นของเรา ทีนี้ ถ้าเป็นจิตนิยาม เป็นเวทนา ขนาด เวทนา เป็นความรู้สึกแล้วก็ยังไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา รอบศึกษาให้ดีจะรู้ว่าเมื่อไหร่ จะเลิกยึดถือเป็นเราเป็นของเรา แม้เป็นชีวะของเราต้องอาศัยมันแท้ๆ ถ้าเผื่อว่า เล็บก็ดี ผมก็ดี ฟัน หนังก็ดี ถ้ามันไม่มีเวทนา แต่เรายึดเป็นเราเป็นของเรา คนนี้โง่หนักขึ้นไหม เพราะฉะนั้น ใครเคยหวงแหนเล็บบ้าง คือโง่หนักมาแล้ว หวงแหนผม หวงแหนขน เล็บ ฟันหนัง หวงแหน เป็นเราเป็นของเรา เป็นสิ่งที่เรายึดถืออาศัย บางที เราก็ไม่จำเป็นต้องอาศัย ก็ไม่น่ายึดถือเป็นเราเป็นของเรา บางส่ิงเรารู้สึกว่ามันเจ็บ มีเวทนาก็ยิ่งต้องอาศัยมัน แต่ในเวทนา มันมีซ้อน ที่ไม่น่าเจ็บน่าปวด แต่เราเหมาว่า มันน่าเจ็บปวดน่าได้น่ามีน่าเป็น แต่ไปเรียกว่าน่าเจ็บปวด คุณไม่อยากได้หรอกความเจ็บ แต่ความรักความเอร็ดอร่อยความสุขมันเป็นมุมกลับ ของความเจ็บปวด ที่จริงแล้ว มันไม่มีจริงเลยความน่าใคร่ความรักความอร่อยความสุข มันเป็นเวทนาเก๊ อารมณ์ลมๆแล้งๆ เวทนาเก๊ ถ้าเป็นจิตนิยามรู้สึกเจ็บ รู้สึกเจ็บเป็นเวทนาแท้ แต่คนที่โอ๋ตัวเองมากไป เจ็บนิดเดียว ก็รู้สึกเจ็บมากอันนั้นโง่ พุทธเจ้าบอกว่าเป็นการเอาทุกข์ทับถมตนเอง มันเจ็บก็ทุกข์แล้ว แต่ไปทุกข์ซ้ำ สำออย ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่าเป็นโรคจิต Psychosis เป็นโรคสร้างเอา แล้วตนเองก็เจ็บจริงๆด้วยนะ เรียกว่าเป็นโรค โง่ซับซ้อนเลย การจะละความยึดถือเป็นเราเป็นของเรามันไม่ง่ายจะเข้าใจนะ พวกเราเอาชีวิตมามีชีวิตกับธรรมะกับสาระกันทั้งวัน แต่คนที่เขาไม่ได้มาทางธรรม ก็มีชีวิตที่ไร้สาระมากกว่ามีสาระ เขาอาจแก้ตัวว่า ทำมาหากิน แล้วพวกเราทำมาหากินไหม...ก็ทำ และทำเหลือกินเหลือใช้ด้วย แต่ก็มีเวลามากับเรื่องธรรมะมากกว่า ทั้งที่เกิดมาในยุคเดียวกัน คนที่มีปัญญามีความฉลาดรอบรู้ว่า วันเวลาผ่านไปชีวิตผ่านไป อะไรที่ดีกว่านี้ยังมีอยู่อีก ที่ควรทำ คนที่มีปัญญาก็จะรู้จักการทำสาระ ไม่ไปแย่งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส โลกธรรม ดีไม่ดีปั้นวิมานให้คนมาแย่ง ทำไมโง่ ไปเอาเวลาแรงงานไปสร้างสิ่งเพ้อเจ้อ เอร็ดอร่อยเป็นความเพ้อเจ้อสวยงาม เต็มไปหมด สมณะฟ้าไทว่า...ฉลาดมากที่สร้างในสิ่งที่คนจับไม่ได้ พ่อครูว่า..เขาก็ว่าเขาได้ความสุขนะ
600427_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สังคมชาวอโศก ชาวบุญนิยมคืออะไร