การคบสัตตบุรุษที่บริบูรณ์เป็นอย่างไรในยุคนี้.docx
เนื้อหาในไฟล์
การคบสัตตบุรุษที่บริบูรณ์เป็นอย่างไรในยุคนี้ _สู่แดนธรรม... นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ จะสังเกตตั้งแต่เริ่มต้นรายการมา พ่อท่านตอบปัญหาทุกอย่างเลย ทางที่จะพาไปลดละไปนิพพาน พ่อท่านค้างไว้ตอนต้นรายการ ว่า นักปราชญ์ผู้รู้จะพูดอย่างไรในที่สุดก็จะนำไปสู่นิพพาน นิพพานัง ปรมัง วทันติ พุทธา การคบสัตตบุรุษวันนี้ จะได้ประโยชน์อย่างไร ในการที่สัตตบุรุษจะให้คุณให้ประโยชน์ พ่อครูว่า... คบสัตตบุรุษนี้ คุณก็จะต้องเจอสัตตบุรุษจริง นี่เป็นเงื่อนไขหลักเลย ถ้าคุณไปเจอสัตตบุรุษปลอม ไปคบกับอสัตตบุรุษ สัตตบุรุษเก๊หรือสัตตบุรุษปลอม ก็แน่นอน คนหลงตัวหลงตนว่าเป็นสัตตบุรุษก็มี สัตตบุรุษ แปลว่าอะไร สัตต แปลว่าเจ็ด บุรุษเจ็ด สัตตบุรุษ แปลเอาอรรถ แปลเอาเนื้อหาว่า เป็นผู้ที่บรรลุธรรมด้วยสัมมาทิฏฐิแล้ว รองจากพระพุทธเจ้า ที่มีความจริงที่เที่ยงแท้ เป็นโพธิสัตว์ก็นับตั้งแต่ระดับ 7 ขึ้นไป สัตตะ แปลว่า 7 โพธิสัตว์ระดับ 7 ขึ้นไป เป็นสัตตะ มีสยังอภิญญา มีความรู้จริงเป็นของตนเอง ข้ามชาติมา เป็นของตนเอง ไม่มีครูบาอาจารย์ อย่างอาตมานี่ ยืนยันว่าในชาตินี้ อาตมาไม่มีครูบาอาจารย์ พูดไปแล้วเขาจะหาว่าเป็นพระพุทธเจ้าหรือ ไม่ใช่ ไม่เคยบอกว่าตนเองเป็นพระพุทธเจ้า ไม่เคยหลงเลอะ ไม่เคยบ้า เป็นสัตตบุรุษระดับ 7 ระดับ 8 ก็ยังไม่ได้เป็น เดี๋ยวนี้ก็พูดอยู่ว่าอาตมาชักจะมีภูมิระดับ 8 ขึ้นมาบ้างแล้ว พูดอย่างนั้นด้วยซ้ำไป ไม่ได้หลงเลอะ ไม่ได้อยากใหญ่อยากโตอะไรเลย จริงหรือไม่จริงก็ฟังไป _สู่แดนธรรม... พ่อท่านยืนยันว่า ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าจะมีขีดแบ่งว่า จะเป็นสยัมภู แต่พ่อท่านเป็น สยังอภิญญา / คราวนี้พ่อท่านบอกว่า การจะได้เจอกับสัตตบุรุษ ก็ต้องพบกับสัตตบุรุษตัวจริง พ่อครูว่า... สยัง แล้วยังมีอภิภู ระดับ 8 นี่ อภิภู อาตมานี่มันแค่ สยัง
อ่านต่อ
อภิญญา เป็นผู้รู้เอง สยังอภิญญาก็แปลว่าผู้รู้เอง อยู่แล้ว ..เอาอาหารสูตร ในพระไตรปิฎก อวิชชาสูตร พระไตรปิฎก เล่ม ๒๔ ข้อ ๖๑ พระพุทธเจ้าตรัสเริ่มต้นว่า อวิชชาไม่ใช่ไม่มีอาหาร อวิชชามีอาหาร อะไรคืออาหารของอวิชชา นิวรณ์ 5 ๑.การไม่คบสัปบุรุษ เป็นอาหารของ..การไม่ได้ฟังสัทธรรมที่ถูกต้อง ๒.การไม่ได้ฟังสัทธรรม เป็นอาหารของ.. ความไม่มีศรัทธา (หรือศรัทธาผิดๆ) ๓.ความไม่มีศรัทธา (ศรัทธาไม่บริบูรณ์) เป็นอาหารของ.. การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย (กระทำใจไม่เป็น) ๔.การกระทำในใจโดยไม่แยบคาย (หรือทำใจไม่เป็น) เป็นอาหารของ.. ความไม่มีสติสัมปชัญญะ . ๕.ความไม่มีสติสัมปชัญญะ (หรือทำสติไม่เป็น) เป็นอาหารของ.. ความไม่สำรวมอินทรีย์ ๖.การไม่สำรวมอินทรีย์ เป็นอาหารของทุจริต ๓ (กาย,วาจา,ใจ ทุจริต) ๗.ทุจริต ๓ เป็นอาหารของ.. นิวรณ์ ๕ ๘. นิวรณ์ ๕ เป็นอาหารของ.. อวิชชา ๙. อวิชชา เป็นอาหารของ ภวตัณหา (พตปฎ. เล่ม ๒๔ ข้อ ๖๒) พ่อครูว่า... ผู้ไปนั่งหลับตา สติสัมปชัญญะไม่ครบหรอก ทางกายวาจาไม่มี มีแต่ใจเท่านั้น ..พวกหลับตา อาตมาพูดเท่าไหร่ถึงจะฟื้นลืมตามาเสียทีนะ การจะคบสัตตบุรุษ คุณต้องพบสัตตบุรุษ พบแล้วก็คบ แล้วคบคุ้น คลุกคลี เสวนา ฉะนั้น การคลุกคลีด้วยชนผู้เป็นหมู่ อันนี้เขาก็แปลผิด เบี้ยวบาลี คลุกคลีด้วยชนผู้เป็นหมู่ เป็นความเสื่อม เขาว่าอย่างนั้น ซึ่งคลุกคลีด้วยชนผู้เป็นหมู่ ถ้าเป็นหมู่บัณฑิตไม่มีเสื่อม ถ้าคลุกคลีด้วยหมู่พาลชนเสื่อมแน่ นี่ก็เป็นนัยยะสำคัญอีกเหมือนกัน ถ้าคุณไม่มีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี หรือคลุกคลีด้วยชนผู้เป็นบัณฑิต แล้วคุณจะเจริญได้อย่างไร ต้องคบบัณฑิต ต้องสังสรรค์กับบัณฑิต แต่ก็มีเหมือนกันคำว่า คลุกคลีนี่เป็นภาษาไทย คลุกคลี หยำเปปนเปไปเละเทะ ไม่เอา ไม่เอาถ่านในการศึกษา ในการที่จะรู้จักกาละเวลาอะไรเท่าไร คลุกคลีกันเล่นหัวสนุกสนาน มัวเมา _สู่แดนธรรม... ภาษาทางการบอกว่า มั่วสุม พ่อครูว่า... มั่วสุม คลุกคลีนั่นแหละ มั่วสุมก็ชัดเจนดี มันไม่ได้หรอกอย่างนั้น มันต้องคบหาสมาคม แล้วก็ศึกษา คุยกันโอภาปราศรัยกัน อาตมาพูดตรงนี้แล้วนึกถึงตัวเอง ชีวิตนี้อยู่กับหมู่มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี อยู่กับหมู่ผู้ใส่ใจ ผู้ฝึกฝนศึกษา แล้วรู้ กาละ เทศะ ฐานะ เป็นเวลาวาระที่ เขาจะมารบกวนอาตมา เขาไม่กล้า เขาก็รู้กาลเวลา ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดก็รู้เวลาเหมือนกัน แล้วก็ได้คบคุ้นกันกับผู้ที่ใกล้ชิดไป กาละ เทศะ ฐานะ ถ้าหากขยายความแล้วจะยาวมาก เข้ามาสู่การคบสัตตบุรุษ ขออภัยที่ต้องพูดว่า อาตมาเป็นสัตตบุรุษ เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 เป็นสัตตะ เป็นบุรุษที่ 7 นิยตโพธิสัตว์ เป็นโพธิสัตว์ที่เที่ยงต่อการตรัสรู้พระพุทธเจ้าแล้ว อาตมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยพระพุทธเจ้าได้แล้ว รีไทร์หรือไม่ก็เป็นเรื่องของตัวเองแล้ว รีไทร์ตัวเองได้ เขาไม่ไล่ออกหรอก ชั้นสูงนี้เขาไม่มีไล่ มีแต่เราจะรีไทร์ตัวเองหรือไม่ แล้วไม่มีกำหนดด้วย เพราะฉะนั้นการเข้ามาหาสัตตบุรุษ อาตมาพูดแล้วนะว่าอาตมาเป็นสัตตบุรุษ บอกแล้วนะว่า ชาตินี้อาตมาเป็นคนไม่พูดความผิดไม่พูดความจริง เพราะความผิดความไม่จริงความโกหกพูดแล้วมันบาป แล้วเป็นกรรมที่เป็นอันทำ อาตมารู้กำเป็นอันทำ เพราะฉะนั้นอาตมาจะไม่พูดคำที่เป็นอกุศล เป็นบาป เป็นความผิด ใส่หน่วยกิตที่เก๊ให้แก่ตัวเองทำไม หน่วยกิตที่มันเลว อาตมาไม่ทำ เพราะฉะนั้นในความเป็นสัตตบุรุษชาตินี้ อาตมาประกาศแล้ว คนไม่เชื่อง่ายๆ ตอนนี้อาตมาอธิบายเรื่องปัญญา 8 ไปตั้งเล่ม 3 ถึงตอนที่อธิบายยืนยันว่า ผู้จริง จะไม่พูดไม่จริง เพราะรู้ว่ากรรมเป็นอันทำ พูดไปจึงเป็นเรื่องจริงพูดไปมันก็ผิดมันก็บาป หน่วยกิตของบาปก็สั่งสม เพราะเรารู้ว่าเชื่อกรรมวิบาก เชื่อว่ากรรมเป็นของของตน เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า จริงเลย เพราะฉะนั้นเราไม่ทำเด็ดขาด เราจะไปทำไปทำไม ทำไปก็ไม่ได้ตังค์ ทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์ ทำอะไรก็ไม่ได้อะไรมีแต่บาปกินหัว _สู่แดนธรรม... ผมสังเกตพ่อท่านว่าพ่อท่านพูดเรื่องจริงจะเน้นไปทางไหน ส่วนมากก็เน้นไปทางที่สวนกระแสโลก ไปทางปฏิโสตัง เช่น เหตุผลคือความบ้า อัตตาคือความจริง อย่างนี้ มีแต่เหตุผลที่จะให้คนลดละตัวละตน หรือ จะมาพูดเรื่องความจนอะไรอย่างนี้ สัตตบุรุษตัวปลอมเขาจะไม่พูดอย่างนี้ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... มันก็จะออกนอกทิศทางไป เอาเถอะ อาตมาก็ไปบังคับใครไม่ได้มันต้องพิสูจน์ อาตมาเกิดมาในปางนี้ต้องเป็นอย่างนี้ไม่มีอะไรการอะไรเลย อาตมานี่แม้แต่หมอดูเขาก็บอกว่าอาตมาเกิดปีจอ เขาเรียกมากลางตลาด ต้องหลบ เดี๋ยวก็เจอเท้า เดี๋ยวก็เจอปังตอ หรือเจอไม้หน้าสาม เขวี้ยง ทุบเอา หากินลำบาก เกิดมาชาตินี้ต้องเป็นอย่างนี้ปางนี้ หมาไม่มีเจ้าของ หมาเร่ร่อน หมากลางตลาด หมอดูเขาเคยดูตอนเด็กๆเกิดปีจอคนนี้เป็นหมากลางตลาด หากินซอกๆๆๆไป มาเข้าเรื่อง เพราะฉะนั้นก็ขอจบตรงสัตตบุรุษ อาตมายืนยันว่าตัวเองเป็นสัตตบุรุษ เพราะฉะนั้นใครที่ไม่คบอาตมา ไม่คบให้บริบูรณ์ ตอนนี้เข้าหลักวิชา - ต้องคบสัตตบุรุษให้บริบูรณ์ ถึงได้ฟังสัทธรรมบริบูรณ์ - สัทธรรมบริบูรณ์จึงทำให้เกิดศรัทธาบริบูรณ์ - ศรัทธาบริบูรณ์จึงทำให้เกิดโยนิโสมนสิการบริบูรณ์ - โยนิโสมนสิการบริบูรณ์จึงทำให้สติสัมปชัญญะบริบูรณ์ - สติสัมปชัญญะบริบูรณ์จึงทำให้สำรวมอินทรีย์ 6 บริบูรณ์ - สำรวมอินทรีย์ 6 บริบูรณ์จึงทำให้เกิดสุจริต 3 บริบูรณ์ - สุจริต 3 บริบูรณ์ จึงทำให้เกิดสติปัฏฐาน 4 บริบูรณ์ - สติปัฏฐาน 4 บริบูรณ์จึงทำให้เกิดโพชฌงค์ 7 บริบูรณ์ - โพชฌงค์ 7 ที่บริบูรณ์ย่อมทำให้วิชชาและวิมุติบริบูรณ์ อาตมาไม่ต้องท่องหรอก มีสภาวะแล้วอาตมาก็ระลึกถึงพยัญชนะแต่ละคำ ใส่สภาวะ มันก็ไล่เรียงมา อาตมาจึงไม่ประหลาดใจที่พระพุทธเจ้าทำไมท่านจึงจำอะไรได้ยาวเป็นเหตุเป็นปัจจัยต่อกันมา เพราะมันเรียงลำดับทั้งนั้น เป็นความรู้เป็นลำดับที่น่าอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้า มันเป็นลำดับ ต้น กลาง ปลาย ละเอียดลออ กลับไปก็เป็นปลาย กลาง ต้น สบาย _สู่แดนธรรม... พ่อท่านจำสภาวะอันนี้มันเป็นอันนี้ พ่อครูว่า... มันก็ไล่ไปได้สบาย แม้แต่จะไล่ เวทนา 108 จะไล่ รูป 28 อะไรพวกนี้ มันก็ไม่สับสนแล้ว มันจะเรียงลำดับๆ ของมันไปเป็นลำดับลำดา สำนวนของมหาบัว เป็นลำดับลำดา อย่างนั้นจริงๆ 651026 ที่สุดแห่งพุทธศาสนาคือปัญญาอันปราศจากกิเลส พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ