พระพุทธเจ้าตรัสรู้คือตรัสในสิ่งที่พระองค์รู้.docx
เนื้อหาในไฟล์
พระพุทธเจ้าตรัสรู้คือตรัสในสิ่งที่พระองค์รู้ _ผาหิน จอมภูผา · กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูง...โชคดีเหลือเกินที่ได้เจอพ่อท่านทำให้พ้นทุกข์พ้นสุขต่อภาษีสังคมแม้อยู่ร่วมในสังคม เช่น งานศพ,กฐิน,ผ้าป่า,แต่งงาน...ฯลฯ (พ่อครูว่า…ที่จริงในความดีงามเขาก็มีเหมือนกัน เป็นการกระจายรายได้ในเรื่องเศรษฐกิจ …) บางครั้งก็ถูกเชิญให้ร่วมงาน พฤติกรรมบางอย่างต้องมีมายาร่วมกับเขาตามมารยาท ใจเราคงความมั่นคงในข้อวัตร ได้ตามเห็นความทุกข์ของคนที่ยึดติดอุปาทาน ๔ ไม่ลดละจางคลาย แถมมีวิปลาส ๓ทำให้เกิดวิปลาส๔ เพราะถูกอวิชชาครอบงำ จึงไม่เกิดปัญญา เพราะไม่คบสัตบุรุษ จึงไม่ได้ฟังสัทธรรม จึงไม่ศรัทธา จึงทำมนสิการไม่เป็น จึงไม่มีสติ แล้วก็ไม่สำรวมอินทรีย์(ไม่ใช่ทำกายให้สงบเสงี่ยม แต่ให้มีสติขณะเกิดกระทบผัสสะในปัจจุบันอ่านเวทนาให้ชัด ทำโยนิโสมนสิการ ตัดสินใจทำให้เกิดเนกขัมมะ) ทำทุจริต ๓ ไม่พ้นนิวรณ์ ๕ จึงเกิดอวิชชาขอบพระคุณพ่อท่านอย่างสูงที่ทำให้รู้จัก จักษุ ฌาน ปัญญา ญาณ อาโลก พ่อครูว่า...อ่านภาษาของคุณผาหิน จอมภูผา ว่ามานี่ อาตมาเข้าใจว่า คุณผาหินเข้าใจถูกตามพยัญชนะที่พูดมาเป็นภาษาวิชาการ Technical terms มันถูก มันใช้ได้ อาตมาก็สบายใจที่อธิบายธรรมะให้ฟังกันแล้วนี่ สามารถเข้าใจถูกสภาวะ ที่ถูกต้อง จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก อันนี้คุณเขียนมาไม่ตรง จักษุก็คือต้องมีตา ปัญญาก็คือต้องมีความรู้ ญาณก็คือสูงขึ้นไปกว่าปัญญา วิชชาก็สูงขึ้นไปกว่าญาณอีก อาโลกคือมีแสงสว่างของพระอาทิตย์ เป็นข้อยืนยันหลักฐานต่างๆ ว่า ศาสนาพระพุทธเจ้า ไม่ได้เกิดตรัสรู้ด้วยวิธีไม่มีแสงสว่าง ไม่ตาลืมๆ ไปหลับตาตรัสรู้นั่น นั่นก็ไปหลงผิดว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้ตอนที่นั่งเตวิชโชอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ในตอนกลางคืน ตรัสรู้กลางคืน ในวันวิ
อ่านต่อ
สาขบูชานั่น ซึ่งมันเข้าใจผิดกัน ก็น่าเห็นใจเหมือนกัน นึกว่าท่านตรัสรู้ด้วยอันนั้น ที่จริงท่านไม่ได้ตรัสรู้ ท่านระลึกย้อนระลึกในเตวิชโช ระลึกความตรัสรู้ของท่าน ที่ท่านมีสัมมาสัมโพธิญาณมาแล้ว พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาหรือประสูติขึ้นมาในยุคนี้ ท่านมาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ท่านมีสัมมาสัมโพธิญาณครบพร้อมมาหมดแล้ว ท่านไม่ได้มาเรียนรู้ ไม่ได้มาตรัสรู้ใหม่อะไรเลย พอเริ่มรู้ ระลึกรู้ได้ แล้วเอามาตรัส เอามาพูด ตรัสนี่คือคำพูดเอามาพูด คำว่า ตรัสรู้เป็นภาษา 2 คำคือ ตรัสกับรู้ ที่ท่านรู้นั้น ท่านเอามาตรัส ก็เลยรวมคำว่าเป็น ความตรัสรู้ รู้ มาพูดตามความรู้ของพระพุทธเจ้า ของพระองค์เอง เรียกว่า คำตรัสรู้ ท่านเอามาพูด เอามาตรัสประกาศให้คนทั้งหลายได้รับรู้ตามที่ท่านตรัสรู้ แล้วกว่าจะตรัสรู้นี้ก็สั่งสมบารมีมามากมายยาวนาน 651026 ที่สุดแห่งพุทธศาสนาคือปัญญาอันปราศจากกิเลส พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ