สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท_อุปาทาน) ตอน ล้างอุปาทาน 4 จนหมดอัตตา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.14 KB
วันที่แก้ไข13 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท_อุปาทาน) ตอน ล้างอุปาทาน 4 จนหมดอัตตา ทีนี้ อัตตา เมื่อวานได้อธิบายถึงอุปาทาน 4 กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน ยังไม่ได้อธิบาย กามุปาทาน กามคือ ความใคร่อยากได้มาบำเรอตน โดยเฉพาะ กามนี้ถือว่าเป็นภายนอก คือห้าทวารภายนอก เรียกว่ากามคุณ 5 ไม่ได้เรียกว่ากามคุณ คือสิ่งที่กระทบทางตาหูจมูกลิ้นกาย ส่วนอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า อัตตา เป็นภายใน กามนี้คือภายนอก อัตตาเป็นภายใน พระพุทธเจ้าเทศนากัณฑ์แรก ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ก็บอกว่า ชีวิตมีอัตตกิลมถะกับกามสุขขัลลิกะ คือ ลำบากแสวงกามมาบำเรอตน สมใจก็เป็นสุขเหมือนไม่มีความทุกข์ร้อน มันพรางกลบเกลื่อน ที่แท้เป็นความลำบาก เป็นอัตตาทั้งนั้น ต้องล้างอัตตาให้หมดความยึดติดในอัตตา จนหมดไม่ยึดติดในความเป็นอัตตา ! อาตมาอธิบายอุปาทานไปถึงอัตตวาทุปาทาน กามุปาทานคือยึดติดภายนอก ข้างในคือจิตวิญญาณตัวแท้ บำเรอแล้วเป็นสุขทุกข์ สั่งสมเป็นอนุสัยอาสวะในจิตทั้งนั้น เมื่อสัมผัสภายนอก มีอวิชชาก็สั่งสมตกผลึกไว้ พุทธศาสนิกชนไม่รู้ก็เลยสั่งสม บำเรอแล้วก็นึกว่าน่ามีน่าได้น่าเป็นได้มาก็สุข แล้วไม่ได้ก็จองเวรจองกรรม ไม่ชอบ จากกามก็มาที่ทิฏฐุปาทาน ความเห็น ความเข้าใจ ความรู้ ผู้ที่ยึดติดความรู้ความเห็นความเข้าใจต่างๆที่สอนกัน เขาแยกว่า ชาวอโศกเป็นลัทธิหนึ่งที่มิจฉาทิฏฐิ เราก็ว่าพวกคุณนั่นแหละที่เป็นพวกลัทธิเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ ต่างคนก็ต่างว่า ก็มีสิทธิ์ที่จะว่ากัน เราถูกเขาผิด ส่วนใหญ่เราถูกเขาผิดทั้งนั้น มันเป็นธรรมดาธรรมชาติก็ว่ากันไปก็ศึกษา ใครจะผิดจะถูกก็ต้องศึกษา จนกระทั่งเจริญด้วยปัญญาก็จะรู้ว่าอะไรคือจริง ต้องเกิดสภาวะความเป็นจริง สีลัพพตุปาทาน มีศีล มีพรต มีกรรมวิธีที่เรียกว่ากรรมฐานหรือเรียกอื่นๆ เข้าไปแล

อ่านต่อ

้วก็ปฏิบัติอย่างนี้อย่างนี้ มียิฏฐัง เป็นพิธีกรรม วิธีปฏิบัติที่จะบรรลุสูงสุดเป็นนิพพาน อัตตวาทุปาทานนี้ลึกซึ้งซับซ้อน มีคำว่า อัตตา วาทะ อุปาทาน สามคำนี้ อัตต คืออัตตา วาทะ คือภาษาคำพูด มีอัตตาแล้วมีคำพูด อุปาทานคือความยึดถือ ก็ยึดถือ ได้แค่คำพูดว่าเป็นอัตตา ท่านประยุทธ์ ปยุตโต หรือท่านสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ตอนนี้ ท่านก็แปล ตรง แปลตามพยัญชนะว่าผู้ที่ยึดถือได้แค่คำพูดเป็นอัตตา ยังไม่ได้ยึดตัวอัตตาจริง ยังไม่รู้จักตัวอัตตาจริง คำว่าอัตตาได้แต่พยัญชนะภาษาคำพูด แต่ตัวจริงยังไกล ยังยึดไม่ถึงตัวอัตตา จึงหมดทางเลย คนที่มีอุปาทานยึดติดแค่อัตตวาทุปาทาน เช่นชาวเทวนิยามเขายึดพระเจ้าเป็นอาตมัน ปรมาตมัน (บรม + อาตมัน) ยึดพระเจ้า แต่มีแค่คำพูด พูดว่าอัตตาๆๆ เรายึดถือพระเจ้าเราเข้าถึงพระเจ้าเรามีพระเจ้า มีแต่ภาษาคำพูด เขายังไม่เคยรู้จักเลยว่าพระเจ้ามีรูปร่างอย่างไร มีคุณสมบัติจริงแท้อย่างไรเขาไม่เคยสัมผัสได้ ตั้งแต่ต้น กลาง ปลาย มีแต่พูดกันมาไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ 600607_พ่อครูเทศน์ก่อนฉันอโศกรำลึกครั้งที่ 36 แม่บทของสรรพศาสตร์คือพุทธศาสตร์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน