เรียนรู้ลักษณะโพธิสัตว์จากนายกฯลุงตู่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข1 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เรียนรู้ลักษณะโพธิสัตว์จากนายกฯลุงตู่ พ่อครูว่า... นายกลุงตู่นี้เป็นโพธิสัตว์ ไม่ใช่อาตมาพูดพล่อยหรือพูดเล่นๆ พูดเพ้อเจ้อไป เล่นๆ..ไม่ใช่ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ มีความรู้ทางด้านโลกุตรธรรม เป็นอาริยธรรมที่สูง ที่ลึกซึ้ง มันไม่มีคำอธิบายง่ายๆหรอกในเรื่องของโลกุตระ เพราะในโลกนี้มีศาสนาอยู่หลายศาสนา มีศาสนาเดียวคือศาสนาพุทธเท่านั้นที่มีโลกุตรธรรม โลกุตรธรรมมีความหมายที่สำคัญก็คือ เป็นความหมายที่อาตมาได้อธิบายบอกไว้หลายทีแล้ว โลกุตรธรรมคือ ธรรมะที่สามารถรู้เรื่องจิต เจตสิก รูป นิพพาน เป็นธรรมะที่รู้จิตชัด รู้กิเลส รู้จักความเป็นจริงแห่งความเป็นจริง ของการเกิดมาเป็นจิตนิยาม แล้วก็ทำให้จิตนิยามดีที่สุด เจริญที่สุด ถ้าจะยังอยู่ คุณก็เป็นคนที่ดีที่จะพัฒนาช่วยโลก อุ้มชูโลก โลกานุกัมปายะ ถ้าไม่อยู่ก็สามารถเลิกจิตนิยามตัวเอง แยกธาตุเป็นดินน้ำไฟลมไปเลย เป็นศาสนาที่ถึงความสมบูรณ์แบบในการที่จะรู้จักจิตนิยาม หรือจิตเจตสิกรูปนิพพาน ซึ่งเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ทางจิตที่เทวนิยมจะจบ Post Doctor 100 ใบ ก็ไม่มีทางรู้เรื่องนี้ ทางตะวันตก ทางศาสนาพระเจ้า ศาสนาทางเทวนิยม ไม่มีทางที่จะเกิดความรู้ที่จะข้ามเขต นอกจากจะมาตั้งใจศึกษาแล้วก็จะต้องยินดี จุดแรกต้องมีฉันทะ ยินดีในศาสนาพุทธจริงๆ ไม่ใช่มาหวังว่าจะมาล้วงความลับแต่แท้จริงยินดีในศาสนาเทวนิยม จะเห็นเลยว่าอันนี้เป็นความพิเศษกว่าจิตจะเกิด อัญญธาตุ เป็นธาตุตัวจิตใหม่ เป็นความรู้เรื่องธรรมะของพุทธหรือโลกุตรธรรมนี้ โลกียะ เทวนิยม ศาสนาพระเจ้า เขาจะเป็นยอดศาสดาขนาดไหนก็ตาม ถ้าเขามีความเข้าใจว่าอันนี้พิเศษกว่าเทวนิยมทั้งหลายศาสนากี่ศาสนาเขาเรียนรู้หมด จนเขาเชื่อมั่นว่าศาสนาที่เป็นเทวนิยมของเขาสูงกว่าศาสนาใดๆแล้ว แล้วเขาก็จะมีปฏิภาณรู้ว่าอันนี้มันเหนื

อ่านต่อ

อชั้นกว่าเทวนิยมทุกเทวนิยมเลย คนที่เกิดจิตจริงอย่างนี้แหละ จึงจะเกิดภาวะคำว่า มี ฉันทะเป็นมูลกา มีจิตยินดี เป็นรากแรกเลย รากเหง้าแรก แล้วจะมาศึกษา จึงจะ ปฏิบัติทำใจในใจ มนสิการแล้วก็จะเรียนรู้ไปตามลำดับ โดยการมีผัสสะเป็นเหตุเกิด เป็นสมุทัย แล้วจะเกิดเวทนา แล้วก็จัดการเรียนรู้ทำให้เวทนานี้เป็นที่ประชุมลง จะจบด้วยการรู้ทุกข์รู้สุข แล้วดับทุกข์ดับสุข แล้วก็ถึงนิพพาน ก็จบทุกอย่าง ผู้ที่จบอรหันต์จะอยู่ต่อบำเพ็ญเป็นโพธิสัตว์ ก็คือเป็น Post Doctor ยิ่งขึ้นยิ่งขึ้น เที่ยง ที่จริงยิ่งกว่าดอกเตอร์ เพิ่มขึ้นไปอีกเป็นโพธิสัตว์อีกหลายระดับคือเป็นอรหันต์ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ชั้น 5 ชั้น 6 ซึ่งอาตมาก็แยกให้ฟังแล้วว่าอรหันต์มีกี่ชั้นกี่ขั้น อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งสุดยอด ศาสนาพุทธโลกุตรธรรมนี้สุดยอด รู้แจ้งรู้ครบรู้สมบูรณ์แบบจริงๆ มีศาสนาเดียวในโลก เกิดมาก็มีศาสนาพุทธจะไม่มีคู่แข่ง จะไม่มีคู่แย่งศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นจะมีศาสดาองค์เดียวของศาสนาพุทธ ไม่ว่ายุคไหนๆ ของพุทธศาสนาก็มีพระพุทธเจ้าองค์เดียว หมดพุทธกัปป์ของท่านก็เป็นองค์ใหม่ แล้วเหมือนกันไม่มีอื่นเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นโลกุตระที่รู้จบสุด สัจจจะมีหนึ่งเดียวสัจจะมันไม่มี 2 เป็น 1 เท่านั้น แต่โลกียะหรือเทวนิยม ศาสดาเทวนิยม มันมีได้หลากหลายต่างกันเยอะ มันยังไม่สรุปลงเป็นที่สุดแห่งที่สุด ที่สุดแห่งที่สุดก็มีหนึ่งเดียว จริงที่สุด ถูกที่สุด สูงที่สุด สุดๆๆๆ มีหนึ่งเดียว สุดๆๆ ไม่มี 2 หรอก เพราะฉะนั้นเรื่องโพธิสัตว์นี้จึงเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งสุดยอด ไม่ใช่พูดเล่น อาตมาถ้าไม่ใช่เป็นโพธิสัตว์จริง อาตมาจะไม่สามารถที่จะประคองการอธิบายธรรมะ แยกแยะธรรมะ แล้วก็สาธยายธรรมะให้พวกเราฟังจนเข้าใจเอามาปฏิบัติตามได้ มีผลจนกระทั่งถึงขั้นเกิดชุมชนสาราณียธรรม 6 อย่างที่พวกเราเป็น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ในยุคพระพุทธเจ้ายังทำ สาราณียธรรม 6 ให้เกิดถึงขั้นมีสาธารณโภคีในฆราวาสไม่ได้ ก็พูดกันไปหลายทีแล้วเพราะเป็นยุคที่มันมีข้อจำกัด เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคทาส เป็นยุคที่คนยังไม่เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน ก็เป็นไปไม่ได้ เป็นได้แต่ในวงสงฆ์ ซึ่งเป็นสุดยอดแห่งธรรมะ พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วก็เอาคนมาเป็นสมาชิก ไปที่ไหนๆพระเจ้าแผ่นดินในยุคนั้น ทวีปอินเดียสมัยนั้น มีแคว้นใหญ่เป็นแคว้นโกศล แคว้นมคธ ยอมให้พระพุทธเจ้าหมด ไปเลย คนที่ของท่านของแคว้นโกศล ของแคว้นมคธ จะมาเข้ารีตพระพุทธเจ้า ยกให้เลยเพราะว่าเป็นคนเจริญต้องส่งเสริม เพราะเขาไม่ได้ตกต่ำ ไปแล้วเป็นคนเจริญ ซึ่งไม่ใช่เอาคนเป็นพรรคพวกเท่านั้น แต่จะเกื้อกูลต่อแคว้นในแคว้นโกศล คนในแคว้นมคธด้วย เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เป็นประโยชน์เพื่อตน หมดตัวตนแล้ว สุดท้ายอรหันต์ขึ้นไป ไม่ได้ทำประโยชน์เพื่อตนแล้วหมดจบกิจเพื่อประโยชน์ตนมีแต่ประโยชน์เพื่อผู้อื่นถ่ายเดียว เพราะฉะนั้นยิ่งเป็นโพธิสัตว์สูงกว่าอรหันต์ระดับที่ 1 เป็นอนุโพธิสัตว์ เป็นอนิยตโพธิสัตว์สูงกว่านั้นอีกเป็นอรหันต์ระดับ 1 2 3 4 5 6 ก็เป็นพระพุทธเจ้า อรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาอธิบายเป็นโพธิสัตว์จึงอธิบายอรหันต์หลายลำดับอย่างนี้ได้ ไม่ได้โมเมนะ ไม่ได้เพ้อเจ้อ ไม่ได้พูดให้ไม่เข้าใจไม่รู้เรื่อง เราจะชัดเจน เพราะฉะนั้นอาตมาเป็นโพธิสัตว์เกิดมาในยุคนี้ มาอธิบายธรรมะพวกนี้ อาตมาจึงรู้ และก็ได้พูดไปบอกไป ยืนยันไปว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ดี ยืนยันพลเอกประยุทธ์ก็ดี อย่างนี้เป็นต้นว่าเป็นโพธิสัตว์ อาตมาไม่ได้พูดพล่อย ไม่ได้พูดหลอกลวง ไม่ได้พูดไปอย่างไม่มีสัจธรรม ซึ่งมันเสียหายนะเป็นการอวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน อาบัติถึงขั้นปาราชิกเลยนะ มันเป็นโลกุตรธรรมนะ มันเป็นอุตริมนุสธรรม มันพูดเล่นๆได้ที่ไหน ถ้าไม่เป็นความจริงไม่มั่นใจพูดไม่ได้ พูดแล้วจะเอายางลบลบ เอาลิควิดลบมันไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องเล่นมันเป็นของจริง กรรมเป็นอันทำ ทำแล้วจะบอกว่าทำเล่นเอายางลบลบได้ ผิดแล้วก็ไม่เป็นไร เอายางลบลบได้ ยางลบเราคุณภาพดีลบได้ ไม่ใช่หรอก กรรมเป็นอันทำ และกรรมมีทุกระดับ _สู่แดนธรรม... พ่อท่านจะกำลังอธิบายนายกที่ คำเรียกว่า ลุงด้วย พ่อครูว่า... อย่าว่าแต่ เรียกคำว่า “ลุง” พฤติกรรมของพลเอกประยุทธ์เห็นไหม เป็นนายกที่ไปไหนก็มีคนห้อมล้อมเหมือนลูกเหมือนหลาน เหมือนพี่ เหมือนน้องไปอย่างไม่ได้ถือเนื้อถือตัวเลย เป็นจิตใจดีมีสัมพันธ์ มีมนุษยสัมพันธ์แสดงออก เป็นเรื่องจริงใจใช่ไหม ไม่ใช่ว่าเสแสร้งทำ ทำเอาคะแนนอะไร..มันไม่ใช่ เราดูออก สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล มันพอเข้าใจกันได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงเป็นลุงของคนในประเทศ _สู่แดนธรรม... ฟังจากธนาธรที่บอกว่าอย่าให้เรียกพ่อแม่พี่ป้าน้าอาหรือลุงให้เรียกว่า คุณ เสมอกัน พ่อครูว่า... มันก็เป็นความจริงที่ความรู้สึกของเขาพวกนี้ ยังยากยังเห็นแก่ตัว ยังมีตัวมีตน ยังมีศักดินา ยังมีอะไรต่ออะไรสารพัด อันนี้นี่ไม่มีแล้วศักดินาตัวตนอะไรต่ออะไร ดูภาพพวกนี้ยิ่งกว่าดารา ใช่ไหม เทียบกับนายกฯ แต่เหนือชั้นกว่าทางโลก ไม่ใช่แค่เรื่องดารา สุดยอดเลย 660830 เป๊งพรึ่บ ถนนปันสุข ปลุกจิตโพธิสัตว์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน