เป๊งพรึ่บ ถนนปันสุข ปลุกจิตโพธิสัตว์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.96 KB
วันที่แก้ไข1 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เป๊งพรึ่บ ถนนปันสุข ปลุกจิตโพธิสัตว์ แล้วผู้ที่มาอยู่ได้นอกจากมีพุทธพจน์ 7 มีใจจริงที่รักกัน เคารพกัน สังคหะ เกื้อกูลกัน อวิวาทะ ไม่ทะเลาะวิวาทกัน นี่เราอยู่กันมากี่ปีกี่ปีแล้ว ไม่มีคดีวุ่นวายทะเลาะ มีวุ่นวายกันเล็กๆน้อยๆ ใครที่เที่ยวไปทะเลาะกันแล้วมาเปิดเผยก็อายก็ไม่ค่อยแสดงออกกัน ข้าไม่ชอบใจข้าก็ชังเอ็งไม่พูดกับเอ็ง แล้วก็เป็นส่วนตัว มันก็น้อยไม่ได้แสดงออกอะไรมากมาย อวิวาทะ ไม่วิวาทกันอยู่กันอย่างสามัคคีพร้อมเพรียงกัน เป๊งพรึ่บ แต่ก่อนนี้เราใช้คำว่า “เป๊งพรึ่บ” เดี๋ยวนี้ไม่ได้ใช้ศัพท์นี้กันแล้ว เป๊งพรึ่บ ขอลงแขกทำงาน สามัคคียะ พร้อมเพรียง เป็นปึกแผ่นเป็น เอกีภาวะ เป็นเอกภาพ อาตมาภูมิใจ สบายใจที่พวกเรามาปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแล้ว บรรลุธรรม นี่แหละคือความบรรลุธรรม ชีวิตเป็นจริง กายกรรมก็เป็นอย่างนี้ พวกเราก็อยู่กันอาศัยดำเนินชีวิตไป กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมก็เป็นอย่างนี้ แล้วอยู่แล้วก็รู้สึกสบาย อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนความเสียสละ ปลายเปิดด้วย ใจเกื้อกูล เพิ่มพูนความเสียสละ มันหมดตัวหมดตน มันมีแต่ให้กับให้ เรามีศาลาปันสุข ด้วยใจจริงนะ แต่บางทีเราก็ไปสละ เช่น เราจะเอาฟักทั้งลูกใหญ่ๆไปวาง มันคงจะแย่งกันตีกันสักวัน ก็จะรีบหอบยกกลับบ้านลูกใหญ่ เราก็เลยเอาไปหั่นก็ยิ่งกระไรก็เลยไม่เอาฝักลูกใหญ่ไปให้ หรืออะไรอย่างอื่นก็เอาไป อาตมายังรู้สึกว่าพวกเรายังน้อย เอาให้ดาวเพ็ญ เป็นเจ้ากรม หาของไปเข้าศาลาปันสุขแจก หาลูกมือซะ ใครจะเป็นลูกมือไปช่วยดาวเพ็ญบ้าง เรามีศาลาปันสุขเป็นกิจจะลักษณะ มันมีวัตถุดิบที่เราไปทำอะไรได้ นี่กินไม่หมดระวังจะเน่าเสียไปเปล่า เดี๋ยวมันก็มีออกมาใหม่อีก ขยายไปอีกได้ ทำให้ศาลาปันสุขของเรา เป็นเรื่อง เป็นฐาน เป็นหลัก เป็นฐาน เป

อ่านต่อ

็นกิจจะลักษณะดีๆเลย อย่าไปทำกระจอกๆอยู่เท่านั้น _สู่แดนธรรม... ก่อนเข้ารายการท่านสมณะเดินดินก็พูดเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าอยากจะให้พวกเราเห็นความสำคัญ พ่อครูว่า... มีคนบอกว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วมันทำให้คนชาวบ้าน ขี้เกียจ แล้วมันก็มาคอยหอบอันนี้ไปไม่ทำมาหากิน มันก็เป็นบ้าง แต่มันจะละอาย เหมือนกันกับแต่ก่อนการทำตลาดอาริยะ เขาบอกว่าทำให้เกิดคนขี้โลภขึ้น แต่ก่อนนี้ก็มีการเวียนมาซื้อ มีการเวียนเทียน แต่เดี๋ยวนี้มันก็ไม่แล้ว มันเกิดความละอาย เขาเสียสละแล้วเราเองมาแสดงออกทางขี้โลภเห็นแก่ได้ เขาก็อายได้ นี่เดี๋ยวเขาก็รู้ ตอนแรกๆก็อาจจะตะกละ อีกหน่อยก็จะรู้สึกซึ่งมันอาจจะไม่ง่ายนัก เขาจะตำหนิกันเองแล้วจะค่อยๆรู้เกิดสำนึก นี่คือกิจกรรม ไม่ใช่เราทำโชว์ ทำอวดอ้าง ทำเท่ๆ..ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องจริงเรามีวัตถุดิบ เรามีข้าวของจริง เรามีสิ่งที่เอาไปให้ได้โดยที่เราเองไม่เดือดร้อนแล้ว เราไม่ได้เดือดร้อน เรามีจริง จะให้เขามาตัดเก็บเอาไปเลยในนี้มันก็ไม่ได้ เขาก็ไม่กล้า เราก็ต้องเอาไปให้เป็นกิจลักษณะ แล้วก็ทำแจกกันอย่างใต้ร่มโพธิ์ เราก็แจกกันบ่อยๆ ทางโน้นเราก็แจกเป็นประจำไปใส่ที่ศาลา เพราะฉะนั้นเราควรทำศาลาปันสุขนี้ให้ดีๆ แล้วก็หาเจ้ากรม หาพลเมืองเป็นสมาชิกเองนะ เป็นเจ้ากรมจัดการ _สู่แดนธรรม... นิมนต์พ่อท่านจิบน้ำ สมณะเดินดิน... ทุกวันนี้ศาลาปันสุขก็แทบเป็นตลาดเย็นของชาวบ้านแล้ว พ่อครูว่า... เหมือนอินเดียสมัยโบราณ สมณะเดินดิน... ส่วนทางอำเภอวาริน เขามองว่าอำเภอจะมีจุดขายยังไงที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของอำเภอเขา นายกเทศมนตรีเขาก็เลยเสนอว่า ในถนนบ้านคำกลาง พวกเราปลูกอะไรกันบ้างอยู่แล้ว เขาก็เลยให้เป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างอำเภอกับตำบลบุ่งไหมมาช่วยกันปลูกต้นไม้ที่จะแจกชาวบ้าน ให้เหมือนกับเป็นถนนปันสุข เพื่อให้เป็นจุดเด่นของอำเภอวาริน จะขอความร่วมมือกับพวกเรา พ่อครูว่า... เราก็ทำกันอยู่แล้วปลูกพริก มะเขือ ข่า ตะไคร้แล้วก็ปลูกไปเรื่อยๆ มันก็ล้นมืออยู่บ้าง ไม่ค่อยไปดูแล แต่มันก็เป็นไปตามประสาของต้นไม้ คนก็พอได้เก็บกินอยู่นะ สมณะเดินดิน... ตอนนี้ไม่ค่อยกล้าเอาไปปลูกเพราะน้ำมันจะท่วม พ่อครูว่า... อันนี้ก็เป็นเรื่องของเรา บารมีนะ ธรรมชาติมันทำลาย สมณะเดินดิน... นายกบอกว่าไม่ต้องรอเลย พ่อครูว่า... จะต้องไปรอมันทำไม มันหมดก็ปลูกขึ้นมาใหม่ ไม่ต้องไปกลัวหรอก เอาชนะธรรมชาติ มันจะเก่งขนาดไหน เราก็เอาชนะมันให้ได้ ให้มันเหลือกินเลย น้ำท่วมมาก็ปลูกใหม่ น้ำท่วมมาก็ปลูกมันใหม่ให้เอาชนะธรรมชาติ _สู่แดนธรรม... เหมือนที่มีคนทำแพผัก พ่อครูว่า... เราก็ทำเท่าที่เราสามารถทำได้ บ้านราชฯนี้ ที่จริงใครเขาไม่เอาแล้ว จนกระทั่งเรามากว้านซื้อจนกระทั่งกลายเป็นที่มีราคา จนกระทั่งเดี๋ยวนี้เราก็บูรณะขึ้นมาเป็นแดนอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งสามารถมีมากมีเหลือ เผื่อแผ่ แจกจ่าย มันเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจ มันแสดงออกถึงสัจธรรม เป็นธรรมะสัจธรรมที่มันไม่ใช่เรื่องทำอวดอ้าง แต่มันเป็นความเป็นจริงที่มนุษย์ประพฤติปฏิบัติแล้วมันถึงจุดนี้ได้ จุดที่สามารถมีอะไรมาแจกจ่าย เราไม่มีธนบัตรไปแจกจ่าย เราไม่มีทองคำไปแจกจ่าย อาตมาว่าพวกนี้สำคัญกว่าทองคำ มีค่ากว่าทองคำ ถ้าจะบอกว่าทองคำมันมีค่ากว่าพวกนี้เพราะว่าคุณมีทองคำ คุณก็เอามาซื้อพวกนี้กินได้ เราไม่เถียง แล้วทองคำของคุณจะงอกต่อไปไหม..ก็ไม่ แต่ไอ้นี่เรางอกทุกวัน ทองคำของคุณไม่นานก็หมด แต่ไอ้นี่เรางอกไปเรื่อยๆอุดมสมบูรณ์ขึ้นทุกวันๆๆ ทำให้สมบูรณ์ขึ้นกว่านี้ แล้วก็ไล่แจกกันยิ่งกว่านี้ ไม่ใช่แจกเพราะอยากอวดอ้าง พูดแล้วก็พูดอีก แจกเพราะว่าอยากจะให้มีอยู่มีกินกัน เอาเถอะใครจะขี้เกียจ จนกระทั่งหลายผู้หลายคน คนชาวบ้าน เขาเข้ามาช่วย ช่วยเราดูแล ช่วยเราปลูกช่วยเราทำอะไรเพราะเขาก็ได้อาศัยกิน เขาไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี แต่เขาเป็นตัวร่วม เขาก็ยังพอใจขึ้นมา มันก็ค่อยๆมีลักษณะพวกนี้ อีกหน่อยอยู่ไปก็จะรู้สึกว่าอันนี้เป็นของส่วนกลาง เป็นของ สาธารณโภคี แม้แต่คนข้างนอกก็บอกว่าถ้าว่างก็จะมาช่วย มันจะเกิดนะ ทำไปไม่น่าจะเกิน 500 ปี น่าจะเห็นผล จริง..ไม่ต้องหัวเราะเยาะหรอก อาตมาว่าไม่ต้องหัวเราะเยาะนะ มันเป็นจริง 660830 เป๊งพรึ่บ ถนนปันสุข ปลุกจิตโพธิสัตว์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน