ความเป็นญาติธรรมในหมู่บ้านสาราณียธรรมที่สุดยอด.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความเป็นญาติธรรมในหมู่บ้านสาราณียธรรมที่สุดยอด เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งจริงที่อาตมาพูดแล้วก็ขยายความอธิบายไปบ้างแล้ว มันเป็นเรื่องของญาติธรรม ซึ่งญาติธรรมนี้ลึกซึ้งมาก มันเป็นพี่เป็นน้องกันทางธรรม มันไม่ได้เอาสายเลือดเท่านั้นมาแบ่งชั้นมาแบ่งขีด มันพึ่งพาอาศัยกันได้ มันยิ่งกว่าสายเลือด สายเลือดบางทียังพึ่งพาอาศัยกันไม่ได้เท่าเลย เป็นญาติธรรมเป็นญาติกันจริงๆพึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตายกันได้จริงๆเลย อย่างพวกเราเป็นกันนี่ พวกเรานั่งอยู่นี่ ใครมีชีวิตโดดเดี่ยวบ้าง ญาติโกโญติกาของตัวเองไม่มีแล้ว มาอยู่กันเป็นญาติชาวอโศกใครบ้าง..ยกมือซิ ที่อยู่สองสามคน คือฝากชีวิต ฝากเจ็บ ฝากป่วย ฝากผี ฝากไข้ ฝากตายได้เลย ขอให้คุณมีคุณธรรมเพียงพอที่จะเป็นชาวอโศก แต่ถ้าคุณไม่ค่อยจะเป็นชาวอโศกที่ดีนักก็แน่นอน คุณก็ได้รับอีกแบบหนึ่ง ดีไม่ดีก็อยู่ด้วยไม่ได้ ต้องกระเด็นออกไปอยู่ที่อื่น แต่ถ้าเผื่อว่าอยู่ได้ ที่นี่ก็ไม่ทิ้งขว้างกันหรอก จะเกิดจะเจ็บ จะป่วย จะตาย สุดท้ายไม่มีใครเลยไม่มีญาติโกโญติกา เป็นกำพลอย กำพร้าก็ขนาดหนึ่ง แต่นี่กำพลอยเลย ไม่มีเลยพ่อแม่พี่น้อง..หมด ไม่ใช่กำพร้าเท่านั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร ขอให้มีคุณธรรมพอจะอยู่ด้วยกันได้ ไม่ใช่เป็นหมาหัวเน่า _สู่แดนธรรม... มีความเป็นภราดรภาพยิ่งกว่าฝรั่งเศส พ่อครูว่า... ใช่ เป็นพี่เป็นน้องกันอย่างแท้จริง มันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ เป็นเรื่องของปัญญา เป็นเรื่องของความฉลาดรู้ว่า อย่างที่จะมาแยกกันนั้น สู้สามัคคียะ สู้ความเป็นเอกภาพเป็นเอกีภาวะกันไม่ได้หรอก สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ ในพุทธพจน์ 7 นี้ มันเป็นเรื่องแต่แค่ทางจิต ระลึกถึงกัน รักกัน และมีความรู้ในเรื่องความรักด้วย คนเป็นโสดาบันก็ว่ากันไป สูงขึ้นเป็น
อ่านต่อ
สกิทาคามี เป็นอนาคามีก็รักสูงขึ้นในความรัก 10 มิติไปตามลำดับ ยิ่งในระดับที่เกินระดับ 7 ระดับ 8 ไปเป็นความรักอย่างพุทธ อย่างโลกุตระที่เป็นความรักกันเป็นญาติธรรมที่ลึกซึ้ง อยู่กันอย่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จริงๆเลย จนอาตมาสรุปคำได้ว่า อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนความเสียสละ อาตมาว่าครบบริบูรณ์แล้วในความเป็นคุณธรรมหรือฐานที่อาศัยที่สูงสุดแล้วใน 8 คำ มันอิสระ มันสบาย สบายหรือสัปปายะของภาษาบาลี ครบสัปปายะ เป็นความสัปปายะ เป็นความเจริญพร้อม เจริญที่ว่านี้ เขาเข้าใจไม่ได้ง่ายๆว่าเป็นความเข้าใจโลกุตระ เจริญอย่างไรเป็นคนจนได้สนิทเลย คนทางโลกๆทั้งโลกพูดกันเขาจะเข้าใจไหม โอ้โห นี่เจริญอย่างไรทางเศรษฐกิจ คือจนได้สนิทเลย ไม่ต้องมีเงิน ไม่ต้องสะสมเงิน มีเงินกองกลาง ใช้กองกลาง เขาให้ใช้เท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น เราก็ใช้อยู่อาศัยไปด้วย เราก็ไม่ได้เดือดร้อนใจเลย ใจปกติสามัญ ซึ่งมันสุดยอดเลย สบาย สงบ สงบนี่ลึกซึ้ง สันติของพระพุทธเจ้าสงบลึกซึ้ง สันตา ปณีตา เป็นความสงบแบบโลกุตระคือจิตมันอุเบกขา แล้วมันบริสุทธิ์จากกิเลส มันสงบ ไม่ดิ้นไม่รน ไม่มีกาม ไม่มีอัตตา เป็นอรหันต์ มันสงบจริงๆก็คืออรหันต์ สบาย สงบ อบอุ่น เราก็อยู่กันแต่ละผู้แต่ละคนก็มารวมกัน สรุปเป็น เอกีภาวะ ตัวท้าย มันอบอุ่น อิ่มเอม สบาย อิ่มอย่างไร นี่ดูสิฟักลูกใหญ่ ลูกหนึ่งจะถึง 10 กิโลกรัมไหม เกิน 10 กิโลกรัม สงสารเถาฟักมัน แล้วมันไม่ใช่ลูกเดียวนะเถาหนึ่ง แล้วมันห้อยโตงเตงๆ ต้องทำชิงช้ารองรับเอาไว้ แต่ไม่ชิงช้ามันก็อยู่ได้ มันก็ห้อย มันอุดมสมบูรณ์จริงๆ มันอิ่มเอม มันอุดมสมบูรณ์ แล้วเราก็เรียนรู้ธรรมะด้วยว่าชีวิตนี้ก็อยู่กับปัจจัย 4 ก็สมบูรณ์แบบแล้ว เป็นคนที่ปฏิบัติธรรมแล้ว จิตมันไม่ไปหลงจะต้องอะไรมากในเครื่องอาศัยปัจจัย 4 เท่านั้นก็สมบูรณ์แบบแล้ว จะมีบริขารอาศัยบ้างเล็กน้อย มีแว่นตา มีคอมพิวเตอร์ทำงาน มีปากกา มีกระบอกใส่น้ำเป็นบริขาร มันก็ไม่ใช่เรื่องไม่เข้าใจ ไม่ใช่เรื่องฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่ายอะไรเกินการ เพราะฉะนั้นสังคมที่มันทำให้เกิดเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์แบบชาวอโศกที่เราทำนี้ Doctor กี่ชั้น กี่ใบ เทวนิยมก็ไม่มีทางเข้าใจได้หรอกว่า คนเจริญจริงๆเป็นอย่างนี้ มันเจริญสุดสูงสุดแล้ว มันไม่มีที่สูงไปกว่านี้อีกแล้ว ไม่มีความสูงไปกว่านี้อีกแล้ว ขออภัยที่พูดเหมือนกับยกย่องหลงใหลตัวเองสูงส่งอะไร นี่ของพระพุทธเจ้านะไม่ใช่ของอาตมา สาราณียธรรม 6 เป็นของพระพุทธเจ้า สาธารณโภคี ก็เป็นของพระพุทธเจ้า 660830 เป๊งพรึ่บ ถนนปันสุข ปลุกจิตโพธิสัตว์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก