สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน โลกุตรธรรมคือเหนือสุขเหนือทุกข์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน โลกุตรธรรมคือเหนือสุขเหนือทุกข์ พ่อครูว่า...ก็มาดูความเห็นของsms มีทั้งแสดงชอบใจและไม่ชอบใจ แต่ที่ไม่ชอบใจหยาบคายมากเราก็ไม่อาจเอามาอ่านออกได้ เขาก็แสดงออกสะใจตนตามกิเลสเขา สะใจกิเลสโกรธก็ได้แสดงออกให้หยาบคายรุนแรงก็แสดงออกให้เห็นว่าคนๆนี้ยากจะแก้ไข ตกต่ำหนักรุนแรง แสดงออกถึงจิตเขา มันทำให้แสดงคำพูดกิริยากายออกมาอย่างนั้น อาตมาไม่สามารถแสดงธรรมกับสิ่งที่คนเขาไม่รับฟัง หรือสิ่งที่คนเขารับฟังแล้วไม่เกิดความเห็นว่าชอบหรือไม่ชอบ ใช่หรือไม่ใช่ ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง พูดง่ายๆ แสดงธรรมกับต้นเสาต้นไม้หัวตอ อาตมาแสดงไม่เป็นและไม่คิดว่าจะต้องไปแสดงอย่างนั้น จะต้องแสดงกับผู้ที่มีภาวะตอบรับ แม้จะตอบรับกันอย่างแรง ที่มันตอบรับกันอย่างแรงเพราะอะไร เพราะความเห็นที่เราแสดงนี้มันเป็นเรื่องของโลกุตรธรรม อันนี้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่เป็นเรื่องโลกุตรธรรม ซึ่งโลกุตรธรรมทุกวันนี้มันหายไปแล้ว มันไม่มีอยู่ในสังคมศาสนาพุทธแล้ว อาตมาพูดความจริงนะขอยืนยัน ทีนี้ถ้าเผื่อว่า โลกุตรธรรมได้หายไปจากศาสนาพุทธก็เท่ากับศาสนาพุทธเสื่อมแล้วหมดแล้ว เพราะศาสนาพุทธคือศาสนาที่มีโลกุตรธรรม ไม่ใช่โลกียธรรม ที่มีอยู่ทั่วโลกเป็นศาสนาที่มีอยู่ทั่วโลกที่ไม่รู้เรื่องทุกข์เรื่องสุขกันอย่างสมบูรณ์แบบ และสามารถดับความสุขความทุกข์หมดไปได้ ไม่มี ศาสนาไหนก็ไม่มีนอกจากศาสนาพุทธ นี่คือหัวใจของศาสนา สุข ทุกข์ เป็นเทวะ เป็นสภาวะอย่างหนึ่ง dualism ที่คนแยกไม่ออก คนหลงต้องมีสุข ไม่เอาทุกข์ นี่คือสภาวะของสามัญปุถุชนโลกีย์ของทุกศาสนาด้วย เป็นแต่เพียงมีความสุขให้ดีอย่าไปมีความสุขแบบชั่ว หรือแม้แต่จะทุกข์ก็ทุกข์ให้ดี อย่าไปทุกข์อย่างชั่ว พุทธชี้ว่าเป็นโลกุตระไม่ใช่อยู่ที่ดีกับชั่ว ดีชั่วเป็นแค่โลก
อ่านต่อ
ียะเป็นแค่สมบัติ ส่วนความสุขความทุกข์เป็นวิบัติ ศาสนาพุทธทำให้ความสุขความทุกข์สูญหายชิบหายไปหมดเลย นี่คือศาสนาพุทธ คนที่จะพูดอย่างอาตมานี้ดูเหมือนเป็นคนบ้าแน่นอน เป็นคนพูดอยู่อีกโลกหนึ่ง ทุกวันนี้บอกแล้วว่าโลกุตระไม่มีแล้ว เขาก็ฟังแล้วก็บอกว่ามาจากต่างดาวไม่ตรงสมมุติของเขา แบบโลกีย์จะมีความสุขความทุกข์ก็แบบโลกีย์ ส่วนของพุทธนั้นมันไม่มีสุขทุกข์มันเกินกว่าสุขทุกข์แล้ว ที่พูดความสุขความทุกข์อยู่ในโลกก็พูดอย่างลำลองตามที่เขาสมมุติกันเท่านั้นเอง พูดไปกับเขาเพราะเขาเองอยู่ในโลกนี้ ไม่รู้เรื่องหรอกกับคนโลกโลกุตระ คนที่ไม่มีปัญญาเข้าใจเรื่องความสุขความทุกข์และมีความชัดเจน ว่าอ๋อ เราต้องออกจากความสุขความทุกข์ที่เป็นโลก วนสุข ทุกข์ ในโลกอบาย สุขทุกข์อยู่ในการติดกาแฟก็สุขทุกข์ไปจนตาย สุขทุกข์อยู่ในการเล่นไพ่ สุขทุกข์อยู่ในการเมาในอำนาจอย่างทักษิณ ทำจนกระทั่งพิลึกพิลือ อาตมาถึงบอกว่าโลกจินตา เกิดมาชาตินี้ยังได้เห็น คนมีความคลั่งไคล้จนกระทั่งตั้งชื่อเป็นคนนี้ มันเป็นไปได้นะ ชาตินี้เกิดมาได้เห็น มีไหมประเทศไหนจะมีอย่างนี้ มีแต่ในประเทศไทยนี่แหละบ้าบอคอแตก ทำได้อย่างนี้ คือมันโง่ได้ที่จริงๆจึงทำได้ สุดๆเลย สุดกูไม่รู้ไม่ชี้ กูคลั่งไคล้คนนี้จะชั่วอย่างไรก็ช่าง ไปหลงใหลคลั่งไคล้กับสัตว์นรกใครจะว่าอย่างไรก็ช่างกูก็เห็นเป็นสวรรค์ของกู โลกนี้จึงต้องพูดกันอย่างชัด จัดๆ แรงๆ มันเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพูดจัดๆชัดๆแรงๆ เพราะโง่หนัก จนต้องใช้วิธีนี้ที่มันหนักและแรง เพื่อแก้ประเด็นที่มันติดยึด มันหลงมันคลั่งก็แก้ไม่ออกแก้ไม่ได้ แล้วมันก็น่าสงสารนะ อย่างหมอรักษาคนนี้ต้องใช้ยาแรงไม่อย่างนั้นมันตายทันทีเลย มันโคม่าแล้ว จะต้องให้คนเขาตำหนิ หรือว่าต้องให้มอร์ฟีนก็ต้องจำนน อาตมาถึงยอมที่จะมีข้อด้อยถึง 10 ข้อ จำนนที่จะมีข้อด้อยดังนั้นอยู่ ถ้าไม่เช่นนั้นทำงานไม่ได้ ถึงเป็นเรื่องลึกซึ้งที่สุด ก็พูดกันไป คือโลกุตระนั้นมันไม่มีแล้วตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาณิสูตร พตป.เล่ม16 ข้อ 672 ตอนนั้นศาสนาพุทธก็ยังไม่เสื่อมไปท่านก็พยากรณ์ไว้ก่อนแล้ว ว่าต่อไปนี้ ในอนาคตข้างหน้า ศาสนาพุทธจะไม่เหลือโลกุตระเลย เปรียบเหมือนกลองอานกะ ที่ประกอบไปด้วยเนื้อไม้ หนัง เส้นสายอะไร องค์ประกอบของตัวกลองนี้ แล้วชื่อว่ากลองอานกะ พอมาถึงยุคที่มันหมดแล้วก็เท่ากับกลองอานกะมันไม่เหลือเนื้อไม้ เส้นเอ็นไม่เหลือที่ใช้เป็นองค์ประกอบของกลองอานกะ ไม่เหลือเลย ฉันเดียวกัน สัจธรรมที่เป็นพุทธเป็นโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้ามันไม่เหลือแล้ว แล้วคนที่ศึกษาศาสนาพุทธก็ศึกษาตามแกนที่มีเป็นกลองปลอมๆ แล้วนึกว่าเป็นของแท้ เขาก็เอาเป็นเอาตายศึกษากันด้วยนะ พออาตมาเอาของแท้ กลองแท้ของศาสนาพุทธขึ้นมา อาตมาพูดไปแล้วว่าเป็น สยังอภิญญา มากอบกู้ศาสนาพุทธ พูดไปถึงเป็นพระธรรมิกราช 1 ใน 2 ที่มากอบกู้ศาสนาพุทธ อีกองค์หนึ่งก็คือในหลวง เขาก็หาว่ายกตนเทียบเท่าในหลวงอีก อาตมาก็อ้างอิงหลักฐาน พวกเราเป็นสังคมโลกุตระที่เอาพระสูตรต่างๆไม่ว่าจะเป็นสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 วรรณะ 9 เราก็ทำได้ตามพระอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ของพระพุทธเจ้า แต่ทางโน้นเขาไม่มีเลยทั้งกระแสหลักไม่มีเลย ผู้มีดวงตาอย่างพวกคุณ หรือคนที่เขาไม่มา แต่เขาเห็นรู้แล้วว่าถูกเขาก็ไม่มา ส่วนคนที่เข้าใจไม่ได้ เราก็ย้ำตอกลิ่มเข้าที่หัวเขาอีก เขาก็ยิ่งเจ็บปวด เหมือนด่ากูอีกแล้วเขาก็ว่าเราควรหยุด แต่เราก็ด่าเพิ่มอีก เขาก็ยึดมั่นถือมั่น อาตมาก็ยิ่งต้องย้ำยืนยันความถูกต้อง แต่คุณยิ่งยึดคุณยิ่งเจ็บ อาตมาจะกระหนาบแล้วกระหนาบอีก ติแล้วติอีก เหมือนพระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ไว้ 620208 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แก้กรรมฐานให้ถูกพุทธ