สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อรหันต์จริงต้องทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อรหันต์จริงต้องทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ _เอซุส เวสเกต ...ถ้าบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ก็ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมให้ประเทศชาติ เหมือนหลวงตามหาบัว /ท่านพุทธทาส/หลวงพ่อคูณ เลยครับ ดีกว่ามานั่งขี้โม้ในเรื่องที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ เลอะเทอะ … พ่อครูว่า...ฟังดีๆนะอาตมาจะพูดเป็นปรมัตถธรรม ก็ขอยืนยันอาตมาพูดไปแล้วว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ถ้าเป็นอรหันต์ก็ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมให้ประเทศชาติ คุณพูดดี อาตมาทำอยู่ตั้งแต่บวชมาจนถึงวินาทีนี้ อาตมาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา ทำให้จริงๆ ทำให้อย่างถูกต้องตามโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าเลย โลกุตรธรรมนั้นมีสภาพของโลกียะด้วย โลกียะที่เป็นกุศล และโลกุตระที่เป็นสิ่งที่เหนือกว่าโลกุตระที่ทวนกระแสกุศลด้วย ทวนกระแสโลกด้วย อาตมาทำประโยชน์ให้โลกียะด้วย โลกียะนั้นสอนให้ทำดีละชั่ว ส่วนโลกุตระนั้นสอนให้ทิ้งความสุขทิ้งความทุกข์ ให้รู้ในความสุขความทุกข์ แล้วไปเรียนรู้ความหลงที่ไปยึดติดในความสุขความทุกข์ ความสุขมันเป็นความเท็จ สุขขัลลิกะ ส่วนทุกข์นั้นเป็นความประเสริฐเป็นทุกข์อริยสัจที่จะต้องเรียนรู้ ส่วนความสุขนั้นไม่ต้องไปเรียนรู้ เมื่อใดอารมณ์นั้นไปก็จะหลงติดอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นสุข ทุกข์นี้ก็เป็นเรื่องของสภาพคู่ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความสุข ให้มาสนใจที่เรียนรู้เหตุแห่งความทุกข์ ล้างเหตุแห่งความทุกข์ให้หมดไปตามลำดับ ความทุกข์ก็จะหมดไปตามลำดับ สุขก็จะหมดไปตามด้วย จนกระทั่งเหลือใยสุดท้ายของทุกข์ ดับหมดทุกข์ก็หมด สุขก็หมด เป็นพระอรหันต์สูงสุด ศาสนาพุทธกับความสุขและความทุกข์ไม่มีความสุขไม่มีความทุกข์นี่คือนิพพาน นิพพานไม่ใช่เรื่องมากมายแต่คือความสุขความทุกข์นี่แหละ คุณอ่านเวทนาให้เป็นเข้าใจเวทนา 108 ให้ถูกต้องสภาวะ เวทนา
อ่านต่อ
2 มีกายิกเวทนา ที่เนื่องจากความสัมผัสภายนอก และเจตสิกทุกข์ ที่ไม่ขาดจากภายนอก แต่ไปเน้นอ่านที่ภายใน อย่างนี้คือความรู้สึกหรืออารมณ์ และความรู้สึกหรืออารมณ์นี้เป็นเวทนา 3 คือ สุข ทุกข์ อทุกขมสุข สุข ทุกข์ อทุกขมสุข ที่เป็นเคหสิตะก็มี สุข ทุกข์ อทุกขมสุข ที่เป็นเนกขัมมะก็มี เป็นเนกขัมสิตโทมนัสเวทนาก็มี เนกขัมมสิตโสมนัสก็มี ต้องมาเรียนรู้ความสุขความทุกข์และเนกขัมมะ ได้ แยกสุข ทุกข์ แบบโลกุตระ ได้ จนมันหมดก็มีฐานไม่มีสุขไม่มีทุกข์เรียกว่าอุเบกขา ต้องเข้าใจอุเบกขาแบบเคหสิตะ แบบโลกียะ เข้าใจแยกอุเบกขาเคหสิตะกับเนกขัมสิตอุเบกขา คนที่เข้าใจไม่ได้ เคหสิตะอุเบกขา กับเนกขัมสิตอุเบกขา เป็นคนละโลก อุเบกขาคือฐานของนิพพานเป็นความไม่ทุกข์ไม่สุขที่มีองค์ธรรม 5 ประการสมบูรณ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา หากคุณ เอซุส เวสเกตุ อธิบายไม่ได้อย่างอาตมาหรอก ก็พูดเหมือนคนบ้าแต่นี่ไม่บ้าคนฟังอย่างเข้าใจมีสติสัมปชัญญะปัญญาจึงจะฟังอาตมาเข้าใจ คนที่ฟังอย่างไม่มีสติสัมปชัญญะปัญญาก็จะฟังไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง คนที่แยก เคหสิตะอุเบกขา กับเนกขัมสิตะอุเบกขา หรือแยกได้ กระบวนการ 18 ของเคหสิตเวทนา กับกระบวนการ 18 อย่างของ เนกขัมมสิตเวทนา หรือเรียกว่า มโนปวิจาร 18 แบบนี้คือโลกุตระ แบบนี้คือโลกียะ อ่านสภาวะออก คนที่รู้อย่างนี้ได้นี่คือกรรมฐาน ที่คุณพูดมาคุณยังเมาในกรรมฐานนอกรีต เชื่อว่า คุณเอซุส เวสเกตุ อาจจะฟังอยู่ คุณคอมเม้นท์มาก็ด้วยความปรารถนาดี อาตมาก็มีความปรารถนาดีคุณสนใจตั้งใจฟังธรรมะอาตมาเห็นอยู่ ก็น่าช่วยเหลืออย่างยิ่ง เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง คุณเป็นประโยชน์แก่อาตมาอาตมาก็ขอตอบแทนประโยชน์ให้แก่คุณ ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา สุสูสังละภะเตปัญญัง
ที่บอกว่า ถ้าบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ก็ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมให้ประเทศชาติ เหมือนอาตมาตอบแทนให้แก่ประเทศชาติตลอดมา ตั้งแต่ทำงานศาสนามา ปีนี้ปีที่ 48 ย่างเข้าปี 49 แล้ว แล้วก็ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติแก่ส่วนรวม อาตมาไม่ได้ทำงานเพื่อลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ไม่ได้พูดปากเปล่า พวกเรารับรองได้ ไม่ได้ต้องการลาภยศสรรเสริญ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ยศอะไรมีแต่เขาด่าว่าบ้า ว่าโง่ มาทำลายศาสนา ที่คือยศที่เขาให้ คือความอัปยศที่ไม่ได้น่าได้แต่เขาให้ อาตมาเป็นคนได้รับอย่างนั้นจริงๆ คนที่เข้าใจมีความสรรเสริญเยินยอก็มี คนที่ไม่เข้าใจก็นินทาด่าว่า อาตมาเข้าใจทั้งนั้นอาตมามาเกิดในยุคนี้ ได้เอาแก้วแหวนที่เอามาให้ไก่หรือลิง จนไก่หรือลิงจะเข้าใจว่ามันดีกว่าเมล็ดถั่วเมล็ดข้าว แต่อาตมาก็ไม่ประมาทว่า ประชาชนชาวพุทธทั้งหลายไม่ใช่ลิงไม่ใช่ไก่ อาตมาไม่ได้ดูถูกพวกคุณ อาตมาจึงจำเป็นที่จะพยายามอธิบายให้พวกคุณ พวกไก่พวกลิงทั้งหลายเอ๋ย อาตมายังเชื่อมั่นให้เกียรติว่าคุณยังไม่ใช่ลิงไม่ใช่ไก่ คุณต้องรู้นะว่านี่คือเพชรคือทอง ไม่ใช่ของไร้สาระ แต่เป็นของมีค่านะ จริงๆ อาตมาเหนื่อยแสนเหนื่อยรู้ว่ายาก ต้องประมาณว่าจะเอาเมล็ดข้าวมาให้แก่ลิงแก่ไก่ เอาแหวนเอาเพชรมาให้ลิงไก่ที่ตาบอด จนต้องใช้ศัพท์ว่า ทำดีจนคนตาบอดเห็นได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่มีธุลีในดวงตาน้อยยังมีอยู่ อาตมาก็เห็นเช่นนั้น คนที่มีธุลีในดวงตาน้อยยังมีอยู่ ส่วนคนที่มีภูเขาอยู่ในดวงตามีเยอะแยะอาตมาจะไปทำอย่างไร ก็เขาไปทำให้ภูเขาบังตาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ อาตมาพูดโดยใช้สติสัมปชัญญะใช้ปัญญาใช้ภาษา ใช้นัจจะคีตะวาทิตะ พยายามเรียบร้อยไม่ให้คุณหมั่นไส้เกิน ใช้สุ้มเสียงสำเนียงสุภาพ ให้คุณรับได้ แต่เขาไม่ได้อธิบาย นัจจะคีตะเขาก็อธิบายว่าเป็นอบายมุขไปหมด ก็ถูกต้องแต่อาตมาไม่ได้แปลนัจจะคีตะวาทิตะว่าเป็นอบายมุข แต่อาตมาแปลว่า อัจฉริยะ หนึ่ง อาตมาทำประโยชน์ต่อประเทศชาติเสมอมา อย่างเราทำตลาดอาริยะ ขายขาดทุน ทำเศรษฐกิจบุญนิยม มีหลายระดับที่ได้เสียสละแก่สังคมเสมอมา แต่คนที่เข้าใจว่าอาตมาทำเพื่อสังคมนั้นมีน้อย นักเศรษฐศาสตร์ที่จะเข้าใจอย่างนี้ก็น้อย ถ้าเขาเข้าใจก็จะเอาไปเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติแน่นอน หรือถ้าเขาเข้าใจแต่ก็ไม่กล้าเพราะว่าได้ถูกเถรสมาคมได้สร้างบาปไว้ว่าอย่ามายกชาวอโศก หรือส่งเสริมชาวอโศก เขาคือเถรสมาคมก็ตีตราอโศกไว้แล้วว่าเลวในโลก คนก็เลยไม่กล้ารับรอง เรื่องการเมืองอาตมาก็พาพวกเราเป็นนักการเมืองที่ไม่ก่อความวุ่นวายไม่ไปแทรกแซงการบริหารประเทศมีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูล และช่วยต่อสู้ด้วย ถ้ามีการเมืองที่เลวออกมาพวกเราก็ออกไปช่วยไปบอกว่าเลว แล้วถึงขั้นจะต้องไล่ออก ก็ไปประท้วงไล่ออก ไปทำมาแล้ว จะบอกว่า ชาวอโศกไม่ได้ไปช่วยประเทศชาตินั้นขออภัย คุณไม่ตาบอดคุณก็ไม่ลืมตาคุณจึงไม่เห็น หรือจะพูดให้ชัดก็คือคุณไม่มีปัญญารู้ความจริงที่เต็ม เป็นฟีโนมีนอน เป็นปรากฏการณ์จริงเกิดจริงอยู่ในสังคมประเทศไทย ไม่ได้ทำมาน้อยด้วย ทำมาเป็นหลายปีแล้ว ออกไปช่วยประเทศชาติสังคมทางการเมือง เศรษฐศาสตร์ก็ได้ช่วย รัฐศาสตร์การเมืองก็ได้ช่วยประเทศชาติ ทางสังคมอาตมาพาให้เกิดประชากรสังคมที่รวมกันเป็นหมู่บ้านชุมชน จนเกิดเป็นหมู่บ้านทางนิตินัยอย่างเช่นราชธานีอโศก หรือศีรษะอโศกก็เป็นหมู่บ้านนิตินัย หรือแม้แต่ชุมชนไม่เป็นนิตินัยก็อยู่อาศัยกันอย่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นสังคมกลุ่มมนุษย์ที่มีบทบาทอย่างนั้น คุณเข้าใจสาระเข้าใจเนื้อแท้ของมนุษย์ พฤติกรรมสังคมมนุษย์ที่เป็นจริงอยู่ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐศาสตร์ไม่ว่าจะทางรัฐศาสตร์สังคมศาสตร์ คุณอ่านสภาวะจริงนี้ไม่ออก แล้วมาบอกว่าอาตมาไม่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมไม่ได้ ขอยืนยันว่าจะมาทำมาตลอดเกือบ 50 ปีแล้ว แต่คุณไม่เห็นหรือคุณตาบอดหรือคุณไม่มีความรู้ที่จะรู้คุณจึงได้พูดเช่นนี้ ขออภัยอาตมาได้ด่าได้ว่า อาตมาเข้าใจว่าคุณเจตนาดี ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญานะ คุณพูดมาว่าอาตมาไม่ได้ทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ อาตมาก็เลยต้องชี้แจงว่าอาตมาก็ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ เราเสียสละให้แก่ส่วนรวมส่วนกลางของประเทศชาติมากกว่า เพราะว่าเราทำแล้วเราก็อาศัยแรงงาน อาศัยความสามารถของเราทำงานอาศัยกินใช้ของเราเพียงพอ ไม่ได้เอาเปรียบสังคมแม้จะขายก็ขายอย่างขาดทุน แล้วไม่เอาเปรียบไม่แลกเปลี่ยน อาตมาว่าพวกเราพ้นมิจฉาอาชีวะ 5 1. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง . 2. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง . 3. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ 4. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) 5. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 275 มหาจัตตารีสกสูตร)
ปฏิบัติธรรมมรรคมีองค์ 8 พ้นมิจฉาทิฏฐิ 10 มีสัมมาทิฏฐิ 10 เป็นส่วนแห่งบุญ(ปุญญภาคิยา) ให้ผลวิบากแก่ขันธ์(อุปธิเวปักกา).
1. ทานที่ให้แล้ว มีผล(ให้กิเลสลด) (อัตถิ . ทินนัง) . . . . 2. ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง) 3. สังเวย(เสวย)ที่บวงสรวงแล้ว มีผล (อัตถิ หุตัง) 4. ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว มีแน่ . (อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก) . . 5. โลกนี้ มี (อัตถิ อยัง โลโก) หมายถึง วนในโลกีย์เดิมๆ . . 6. โลกหน้า มี (อัตถิ ปโร โลโก) หมายถึง โลกโลกุตระ . 7. มารดา มี (อัตถิ มาตา) . . . 8. บิดา มี (อัตถิ ปิตา) . . 9. สัตว์ที่ผุดเกิดอุปปัติเอง มี (อัตถิ สัตตา โอปปาติกา) . . . สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) . . . . . (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 257)
แต่เถรสมาคมไม่ได้พูดอย่างอาตมาเพราะไม่มีภูมิรู้อย่างอาตมา อาตมาพูดอย่างไม่มีจิตใจอยากอวดอยากข่ม อยากเบ่งแต่อย่างใด อาตมาพยายามใช้นัจจะ คีตะ วาทิตะมากนะ ใช้ท่าทางสื่อให้เรียบร้อยสุภาพ ถ้าขนาดนี้ คุณก็ยังเข้าใจไม่ได้มาตู่ท้วงว่าอาตมาพูดอย่างแรงอีก คุณต้องตรวจสอบให้ดีๆว่าจะมาได้ช่วยเหลือสังคมประเทศชาติจริงๆ เป็นแต่เพียงว่าอาตมาไม่ได้ทำเหมือนอย่างมหาบัว ไม่เหมือนอย่างท่านพุทธทาส ไม่เหมือนอย่างหลวงพ่อคูณที่คุณเปรียบเทียบ แล้วบอกว่าทำไมไม่ทำเหมือนหลวงตามหาบัว หลวงตามหาบัวทำอย่างมีอัตตา ไปเรี่ยไรแล้วเอาเงินเข้าหาประเทศชาติ อาตมาไม่ทำหรอกเป็นแบบตื้นแบบเด็ก ขอยืนยันมหาบัวไม่ใช่อรหันต์ เป็นอรหันต์เดา อย่างนี้อาตมาก็ต้องแก้ เพราะถ้าเข้าใจผิดว่ามหาบัวเป็นอรหันต์ศาสนาพุทธก็ชิบหาย 1. ยังติดยึดในอบายมุขยังกินหมากปากเปรอะอยู่ นอกนั้นก็ยังซดน้ำหวานอยู่ไม่รู้ว่าตนติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ 2.เรื่องภาวนาก็ไปนั่งหลับตาแล้วมันจะรู้ ปึ๊งขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่อยู่ในสารบบของศาสนาพุทธเลยทำให้คนติดยึดที่จะบรรลุแบบนั้นบ้าง ไปอ่านพระไตรปิฎก 45 เล่มให้ดีแล้วทำความเข้าใจให้ดีตั้งใจอ่านให้แตก อ่านให้เข้าใจให้ได้ หากอ่านแล้วไม่เข้าใจขออภัยมาถามก็ได้ หากจะให้อาตมาจะทำอย่างมหาบัวอาตมาไม่บ้าก็โง่
จะให้เอาอย่างท่านพุทธทาส อาตมาจะไปทำอย่างท่านพุทธทาสทำไม ถ้าทำอย่างนั้นอย่างน้อยอาตมาก็ต้องมีร่างกายอ้วนอย่างนั้น ท่านพุทธทาสอายุ 85 ก็นั่งรถเข็นแล้ว อาตมาทำอย่างแข็งแรงจะไปทำอย่างท่านพุทธทาสทำไม ท่านพุทธทาสมีภูมิรู้ทางศาสนามากกว่ามหาบัว เพราะมาทางด้านสัจธรรม แต่ท่านพุทธทาสก็รู้ทางสัจธรรมผิวเผินแบบโลกียะ แต่ไปกล่าวภาษาโลกุตระ แต่โดยสภาวะแล้วตัวเองยังไม่รู้โลกุตระ เอาอะไรยืนยัน ก็คำว่า ธรรมะคือธรรมชาติก็ไม่ใช่แล้ว ไปตีทิ้งพระอภิธรรมอีก แล้วแสดงว่าท่านพุทธทาสไม่ได้มีภูมิโลกุตระ เข้าใจภาษาโดยปฏิภาณปัญญาโลกียะ เข้าใจว่า โลกุตระนั้นสูงกว่าโลกียะ พูดโก้เท่านั้นแต่เข้าใจไม่ได้จริง ถ้าเข้าใจก็จะไม่ตีทิ้งอภิธรรม ที่เป็นจุดหัวใจศาสนาพุทธที่แยก ธรรมะสองของ เนกขัมสิตะกับเคหสิตเวทนาได้ ในเวทนา 108 แต่ท่านพุทธทาสไม่รู้ ขออภัยอาตมาเห็นใจลูกศิษย์ลูกหาของท่านมีเยอะ ท่านมหาบัวก็มีลูกศิษย์เยอะอาตมาวอนหัวแตกนะ อย่าโกรธอาตมาเลย โกรธไม่ดีมันทกุข์ มาโกรธอาตมาก็ผิดด้วย อาตมาไม่ใช่คนที่คุณควรจะมาโกรธ อาตมาทำอย่างอาตมาที่ควรทำนี่แหละ ยิ่งให้เป็นธรรมอย่างหลวงพ่อคูณ ก็เท่ากับใช้เดรัจฉานวิชาไสยศาสตร์ ตั้งแต่แรกท่านก็ทำเสกตะกรุดใส่ผิวหนัง อาตมาก็เห็นว่าในอนาคตรูปนี้ไสยศาสตร์ก็จะหนักมากแล้วหนักจริง มันแสดงถึงอะไร แสดงถึงคนในศาสนาพุทธชาวพุทธมันไม่รู้จักศาสนา ไปหลงเดรัจฉานวิชาไสยศาสตร์ว่าเป็นพุทธธรรม มันจึงเป็นสิ่งที่ยืนยันเป็นปรากฏการณ์จริง เป็นฟีโนมีน่า ที่ชัดเจน หลวงพ่อคูณพระกรรมฐานเสกเป่าเหรียญหลวงพ่อนั้นหลวงพ่อนี้อยู่ในหนังสือพิมพ์ก็มีทุกวันนี้ เป็นเรื่องนอกรีตไม่มีอะไรเหลือ นอกจากไม่เหลือแล้วมีแต่ขี้ขยะ ทับถมศาสนาพุทธ อาตมาพูดไม่เกินความจริงนะพูดไม่ครบความจริงที่เป็นด้วยซ้ำไป มันเน่าเฟะจริง พูดแล้วน่าสังเวชใจ เหมือนกับว่าอาตมามาด่า อาตมาไม่ได้ด่าคุณแต่ด่าคนที่ทำลายศาสนาพุทธอยู่ทุกวันนี้ รู้ตัวให้ชัดเจนว่าอาตมากำลังด่าคนที่ทำลายศาสนาพุทธ ทำลายศาสนาพุทธก็คือประพฤติปฏิบัติออกนอกรีตไม่ตรงพระธรรมวินัยนั่นแหละ จะให้อาตมาเอาอย่างทำไม ตั้งหลักให้ดีคุณอย่ามาแนะให้อาตมาทำอย่างผีมาร นอกรีต
นี่คือจบประโยค เขามีขยายต่อว่า... ดีกว่ามานั่งขี้โม้ในเรื่องที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ เลอะเทอะ … พ่อครูว่า...ดีกว่า ให้อาตมาไปทำอย่างหลวงพ่อคูณ ท่านพุทธทาส มหาบัว หนึ่ง สิ่งที่อาตมาพูดไปนี้อาตมาเข้าใจทุกคำความทุกวลีเข้าใจทุกประโยค อาตมาเป็นนักภาษานะ คุณน่ะหลับหูหลับตา ขี้ตู่กลางนาขี้ตาตุ๊กแก คุณขี้ตู่ผิด คูณกำลังตู่นักภาษา ว่าโม้ อาตมาว่าถ้ามายังอธิบายไม่ถึงเลย คุณเอา Big word มาอธิบายอาตมา แต่ว่าอาตมากำลังพูด Great word ที่เป็นคำที่ยิ่งใหญ่ออก คุณแยกคำขี้โม้ กับคำพูดที่ยิ่งใหญ่นั้นต่างกัน อาตมาเป็นเจ้าภาษานะกำลังพูดภาษาให้ฟัง อาตมาเป็นคนรู้จักภาษาดี กำลังใช้ภาษาอธิบายสภาวะให้ฟัง เพราะฉะนั้นจะให้อาตมาทำอย่างนั้นอาตมาไม่ทำหรอก แล้วคุณเข้าใจว่าถ้าไปทำอย่างนั้นมันจะดีกว่าที่ทำอย่างนี้ อาตมาว่าคุณพยายามทำความเข้าใจไหมว่าคุณตู่ผิด อาตมาไม่ได้โม้ big word แต่อาตมาพูด great word อาตมาเป็นนักภาษาพูดแล้วเข้าใจทุกคำความทุกพยัญชนะทุกประโยค แต่คุณมองว่าเป็นสิ่งไม่ดีเป็นขี้ขยะ คุณต่างหากเลอะเทอะ คือเห็นเพชรนิลจินดา ว่าเป็นขี้ขยะ คนเลอะเทอะไม่ใช่อาตมาแต่คนแล้วเธอก็คือคุณ แล้วบอกว่าอาตมาขี้โม้ อาตมาเหน็ดเหนื่อยที่จะพากเพียรอธิบายสัจธรรมนะ คุณพูดอย่างไรอาตมาก็ไม่หยุดที่จะพูด The Great word อาตมาไม่ได้พูดคำขี้ big word แต่อาตมาพูดคำเพชรคำทอง คำดี The Great word อาตมาว่าจะมาทำสิ่งนี้ดีกว่าที่คุณแนะนำมาแน่นอน ขอบคุณที่แนะนำแต่อาตมายังไม่โง่หรือยังไม่บ้า ที่จะไปทำตามอย่างที่คุณว่า แล้วเขาก็กล่าวอีกว่า620208 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แก้กรรมฐานให้ถูกพุทธ