สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ตอบปัญหาเรื่องกฐินผ้าป่าและการรับบริจาคเงิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ตอบปัญหาเรื่องกฐินผ้าป่าและการรับบริจาคเงิน 1. เรื่องประเพณีการถวายผ้าป่าทอดกฐินนั้นเป็นประเพณีเก่าที่สืนสันดานมาจากพุทธกาล ผ่านมาจนวันนี้ก็25สตวรรษ ย่อมมีการหลุดร่วงเปลือกในออกไปบ้างแต่ประเพณีก็ยังดำรงอยู่.. (พ่อครูว่า…ไม่ใช่ประเพณีที่ดีที่สืบทอดกันมาอย่างถูกต้องเลยทำกันได้บาปทั้งนั้น ประเพณีที่เน่าแล้วไม่ควรดำรงอยู่ไว้เลย ผ้าทุกวันนี้มีมากเฟ้อไปแล้ว ต้องใช้สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ว่าไม่ควรแล้ว ไม่ควรมีแล้ว เลิกได้ เพราะฉะนั้นคนที่งมงายก็งมงายไป ส่วนพวกอาตมาเลิกงมงายแล้วเป็นพวกมีปัญญาส่วนพวกไม่มีปัญญาก็งมงายต่อไป) เพื่อเป็นการดำรงพระศาสนาไว้เป็นการดีมิใช่หรือ ( พ่อครูว่า…ไม่ใช่เป็นการดำรงศาสนาแต่เป็นประเพณีออกนอกรีตเน่าเฟะไปหมดแล้ว ขออภัยที่พูดตรงๆอย่าไปยึดติดกันจนงมงายกลายเป็นพูดอะไรไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่เป็นการดำรงศาสนาเลย ฟังให้ดีจะได้ปัญญา) ท่านก็พูดถูกว่าสมัยก่อนมันหาผ้ามาทำยากกว่าสมัยนี้ สมัยนี้มันหาง่ายก็เลยใช้เงินตราเข้ามาแทนเพื่อการง่าย วันก่อนยังเห็นท่านไปบิณฑบาตรรับซองปัจจัยมาใส่อังษะตัวเองเลย ( พ่อครูว่า…ถูกอาตมารับมาแต่ไม่ได้รับมาเอามาใช้เพื่อตัวเองเลย แม้แต่จะเอาไปซื้อยาเพื่อรักษาตัวเองก็ไม่ซื้อ แม้หิวใกล้จะตายแล้วจะต้องเอาเงินไปซื้ออาหารมากินก็จะไม่ซื้อไม่ทำแบบนั้น อาตมารู้ว่าทำนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวกูของกู ทุกวันนี้จำนนอยู่ว่าต้องใช้เงินในการสร้างศาสนวัตถุ พิธีการศาสนาอะไรต่างๆก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ยิ่งอาตมาทำสาธารณโภคีต้องรวมเงินไว้กองกลางเพื่อให้เป็นสังคมสาธารณโภคี ที่อยู่กันอย่างสวยสุด เป็นสังคมสาธารณโภคีของพระพุทธเจ้าที่สวยสด มันมีสาราณียธรรม 6 เพราะจิตใจมีพุทธพจน์ 7 อาตมาพูดอย่างมีอ้างอิงธรรมะ ไม่ได้พูดลอยๆตามความเห็นตัวเอง ศ
อ่านต่อ
ึกษาให้ดีแล้วจะได้ความจริง) แล้วอย่างนี้ท่านผิดใหม่ละ ( พ่อครูว่า…อาตมารับเงินมานี้ไม่มีอาบัติไม่ผิดไม่เสียหาย) ในซองนั้นคงไม่ใส่ 50สตางค์หรอกนะ ( พ่อครูว่า…บางทีเป็นหมื่นเป็นแสน) ต้องเกินบาทหนึ่งอยู่แล้ว ท่านก็ต้องอาบัติมิใช่หรือ พ่อครูว่า…อาตมาไม่ได้มีอาบัติ ขออภัยพูดให้สุดเลย ดีไม่ดี หมู่สงฆ์อาตมายกสติวินัยให้อาตมาแล้วด้วย อาตมาเป็นพระอรหันต์ อาตมามีความจริงใจซื่อสัตย์เพียงพอ พูดไปนี้คุณจะพอรู้เรื่องไหมตามหลักธรรมะพระพุทธเจ้าเลยนะ อาตมาทำอย่างสูงสุดตามหลักธรรมะพระพุทธเจ้าเลยนะ คุณจะเข้าใจได้ไหม หากคุณยังไม่เข้าใจก็ฟังไว้อาตมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม) หรือว่าวัดท่านทำได้วันอื่นทำผิดพระวินัยหมดทั่วประเทศ พ่อครูว่า…มันมีนัยยะมิติที่ต่างกันนะ แล้วท่านว่าวัดทั่วประเทศไทยรับเงินปราชิกหมด ( พ่อครูว่า…อาตมาว่าเอากันจริงๆ ปาราชิก เพราะว่าทำผิด นอกจากพระบางรูปท่านไม่ยุ่งเรื่องเงิน องค์ที่ยุ่งกับเงินส่วนใหญ่ปาราชิกทั้งนั้น แค่ 5 มาสก แค่บาทหนึ่งปาราชิกแล้ว) ท่านไปเรียนพระธรรมวินัยเล่มไหนมา ( พ่อครูว่า… 8 เล่ม) ว่าการรับเงินเกิน1บาทขึ้นไปปราชิก ในปราชิก4มันมีว่าด้วยเรื่องการรับเงินด้วยหรอท่าน ท่านว่าพระธรรมกายผิดแล้ววัดท่านหละใหญ่โตเป็นพันๆไร่ (พ่อครูว่า…อาณาจักรธรรมกายแค่ที่ไม่เอาเข้าเป็นส่วนกลางเป็นมูลนิธิให้เป็นของรัฐ แล้วเขาก็บริหารเป็นส่วนตัวเป็นมูลนิธิควบคุมประธานมูลนิธิทั้งหมดมันซ้อนอยู่ ไปดูรายละเอียดสิ ส่วนของอโศกพวกเราเอาเข้าเป็นมูลนิธิเป็นสมาคมทุกอย่างเป็นของรัฐหมด แต่ที่ของธรรมกายหรือที่ดินธรรมกายนั้นเป็นของส่วนตัวโดยเป็นของมูลนิธิที่มีคนควบคุมใช้เป็นส่วนตัวทั้งหมด) พระวินัยเล่มไหนสอนท่านหรือท่านอาศัยศาสนาพุทธแล้วฉีกแขนขาพระพุทธเจ้าออกมาหากินเป็นลัทธิตัวเอง ให้พระประกอบอาชีพเยี่ยงฆราวาส พ่อครูว่า…ที่ไหน คุณมาดูที่นี่ คุณพูดตื้นว่า ถ้าประกอบอาชีพเยี่ยงฆราวาส แต่ฆราวาสที่นี่ประกอบอาชีพเยี่ยงพระเลย คือพ้นมิจฉาชีพ 5 ได้เลย ฆราวาสประกอบอาชีพเยี่ยงพระ แต่คุณไม่รู้เรื่องเลยมาบอกว่าฆราวาสประกอบอาชีพเยี่ยงพระ คุณเข้าใจผิด เอาหัวเดินต่างตีนไปเลย) ทำธุระกิจเปิดโรงงานใหญ่โต พ่อครูว่า…โรงงานที่เปิดมีฆราวาสเป็นตัวหลัก พระที่ไปช่วยงานไม่ได้เป็นตัวหลัก ยกตัวอย่างไปขุดดินฟันหญ้า พระท่านก็รู้ว่าพระวินัยไม่ให้ทำ แต่ท่านก็ไปเป็นเรี่ยวแรง ท่านไม่ได้ไปขุดทำอย่างที่คุณว่า มีบางครั้งพระบางองค์ก็ไปช่วยโดยจำนนเป็นครั้งคราวไม่อย่างนั้นปล่อยไปก็เสียของ เสร็จแล้วท่านก็รู้ด้วยเจตนาโดยสติท่านก็ไปปลงอาบัติเพราะสุดวินัย มีบ้าง บางครั้งคราว แต่ไม่ใช่ทำอย่างไม่รู้วินัยเละเทะ ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง error เล็กน้อยเกินวินัยเหลือวิสัยก็ช่วยบ้าง) มีวิหารก่อสร้างไม่ต่างจากวังหลวง ท่านกล้ากล่าวโทษพระรูปอื่นว่าอาบัติแต่มองไม่เห็นความผิดตัวเองแม้เส้นผมบังก็ยังไม่มีตามองเห็นตัวเอง..ผมฟังมาหลายคลิปดูจริยาวัตรพระรูปนี้มาหลายคลิปไม่มีความน่าเลื่อมใสเลย ทั้งคำเทศสอน การเดินบิณฑบาตร ไม่เหมือนพระอาวุโสเกจิที่รู้ธรรมปฏิบัติธรรม เป็นแต่เพียงพระหลวงตาธรรมดาที่นอนในห้องแอร์จิบกาแฟนั่งขาไขว้ห้าง ( พ่อครูว่า…อาตมานั่งไขว่ห้าง ทุกอย่างบรรยายความจริงเปิดเผยหมดถ่ายให้คุณดูไม่มีอะไรปิดบัง ที่อาตมาจิบนี้ไม่ใช่กาแฟนะแต่เป็นปัสสาวะ พออาตมานั่งแล้วเขาก็เอาปัสสาวะหนึ่งแก้วให้จิบ นานๆทีมีคนเอากาแฟมาถวาย เป็นคนจรไม่รู้เรื่องนานๆที แต่ว่าทุกวันที่ดื่มคือน้ำเยี่ยว ที่อาตมาดื่มทุกวัน แค่นี้คุณก็ไม่รู้เรื่องรายละเอียดขี้ตู่กลางนาขี้ตาตุ๊กแก แต่ขอนั่งไขว่ห้างหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร มีบ้าง แต่น้อย ส่วนมากนั่งขัดสมาธิ แค่นี้ก็ไม่ได้ ขอหน่อย) แล้วกล่าวจาบจ้วงพระรูปอื่นที่ไม่ใช่ลัทธิของตน ( พ่อครูว่า…ไม่ได้จาบจ้วง แต่เจตนากล่าวตำหนิเพราะมันควรตำหนิสิ่งที่ควรตำหนิก็ควรตำหนิตามคำสอนพระพุทธเจ้า ที่จะขนาบแล้วขนาบอีกตำหนิแล้วตำหนิอีกตามคำสอนพระพุทธเจ้า อาตมาทำหน้าที่ตามคำสอนพระพุทธเจ้าทุกอย่าง เพราะลัทธิที่ทำกันมันผิดเลยต้องตำหนิ แต่ใช้ชื่อศาสนาพุทธเขาก็ใช้เหมือนกับเรา ถ้าคนมาใช้ชื่อศาสนาพุทธเหมือนกับเรา เราก็ต้องตำหนิ เพราะปลาตัวเดียวเน่าก็เน่าทั้งข้อง อาตมาก็ต้องรักษา) พระที่มีธรรมสูงเขาไม่พูดปดเพ้อเจ้อหรอกท่าน พ่อครูว่า…คุณไปหลงคำเพ้อเจ้อเป็นเรื่องจริงแต่อาตมาไม่มีการพูดปดไม่มีเพ้อเจ้อ แต่คุณก็ไปหลงคำที่เขาพูดปดที่เพ้อเจ้อว่าเป็นคำจริง) ที่พระบางรูปต้องการให้ญาติโยมบริจาคเงินนั้นก็เป็นการสงเคราะห์ชาวโลก ( พ่อครูว่า…ใช่ อาตมาคงเปิดโอกาสให้ญาติโยมบริจาคเงินเพื่อสังเคราะห์ชาวโลก) นอกเหนือจากบำเพ็ญธรรมแล้ว เช่นหลวงพ่อคูณ หลวงตามหาบัวเป็นต้น ( พ่อครูว่า…คุณก็ไปมองรูปหยาบเท่านั้นเพราะอาตมาไม่ได้ไปสร้างภาพแบบมหาบัวอย่างหลวงตาคูณอาตมาทำอย่างไม่หยาบเท่านั้นเลยทำอย่างละเอียดแต่คุณก็เห็นเป็นเรื่องหยาบ จริงๆแล้วไม่ผิด หลวงพ่อคูณได้เงินมาแล้วก็เอาไปสร้างการกุศลทางวัตถุช่วยชาติ แต่อาตมาไม่ได้ทำใหญ่ทำมากมาย แล้วเอารูปใหญ่ๆอย่างนั้นมาประกอบอลังการของตัวเองเพื่อโชว์ออฟ ว่าฉันยิ่งใหญ่ หาเงินเข้าคลังอย่างมหาบัว ไม่ได้ขายพระเครื่องหลอกให้คนงมงายเยอะแล้วเอาเงินมาบริจาคอะไรต่ออะไร ซึ่งมันเป็นการโชว์ความฉลาดเฉโก แบบโลกๆที่เอามาสร้างภาพให้แก่ตัวเอง อาตมาข้ามพ้นจากการสร้างภาพให้แก่ตัวเองแล้ว มีแต่เรื่องตำหนิสิ่งผิดบอกสิ่งถูกเรื่องการสร้างภาพอาตมารังเกียจ เลิกมานานแล้ว คุณเข้าใจอาตมาไม่ถูกต้อง ไม่งั้นคุณต้องหลงผิดอย่างนี้ไปอีกนาน) แต่ท่านเหล่านี้ก็ไม่เคยยึดมั่นในทรัพย์ ไม่ยึดในวัตุถุทาน ( พ่อครูว่า…ก็เป็นความดีของมหาบัวของหลวงพ่อคูณที่ไม่ยึดมั่น แต่รู้ไหมว่า มหาบัวหรือหลวงพ่อคูณทำทานแล้วไม่ได้ขาดจิตจากสาเปกโข ยังมีความหวังที่เป็นภพชาติ มหาบัว หลวงพ่อคูณจะรู้จักอาการจิตที่เป็นสาเปกโขไหม ท่านจะทำทานแล้วสูญ มันจะมีไหม เอามาคุยเขื่องตลอด แม้ไม่คุยเองลูกศิษย์ลูกหาก็เอามาคุย คือมีลีลาที่จะให้ตัวเองเด่นให้ตัวเองดี รักษาท่าทางลีลา นัจจะคีตะวาทิตะให้ตนเองเด่นอีกเยอะ ส่วนอาตมาไม่รักษา ส่งเสียงสำเนียงภาษาเพื่อให้ตัวเองเด่นตัวเองโก้ อาตมาไม่มีตัวตน ใครจะว่าดีหรือไม่ดีอาตมาก็หลุดพ้น อาตมาไม่มีตัวตน เข้าใจให้ดี อาตมาเป็นพระที่ไม่มีตัวตนก็ไม่แคร์หรอกว่าคุณจะว่าอาตมา ด่างพร้อยอย่างไร อาตมาพ้นแล้วจากสิ่งเหล่านี้อาตมาพูดความจริง ก็ศึกษาให้ดีๆ) ท่านเป็นแต่เพียงสะพานบุญเพื่อยังประโยชน์แก่ชาวโลกเท่านั้น เพราะพระพุทธเจ้าก็ทรงปฏิบัติอย่างนี้คือ (พ่อครูว่า…อาตมาก็ปฏิบัติอย่างนี้อย่างพระพุทธเจ้า แต่อาตมาว่ายังหลวงตาบัว หลวงพ่อคูณไม่ใกล้เคียงอาตมา อาตมาใกล้เคียงพระพุทธเจ้ามากกว่าหลวงพ่อคูณ คุณเทียบมีส่วนจะว่าหลวงพ่อคูณมหาบัวสะพัดออก แต่นัยยะที่จะละเอียดถึงขั้นจิตวิญญาณถึงขั้นที่จะหมดภพชาตินั้นศึกษาดู)
1. เมื่อบรรลุธรรมแล้วก็เสร็จกิจทางธรรมเรียกว่าโลกุตตระธรรมล้วงไปแล้ว
2.บำเพ็ญประโยชน์แก่ชาวโลกเพื่อโปรดชาวโลก เช่นการเทศ การสอนให้ถวายทาน ละความตระหนี่ การบริจาคเพือ่ส่วนรวมเป็นการช่วยเหลื่อเพื่อนมนุษย์ ...แต่พระรูปนี้กลับทำเพื่อลัทธิตัวเองทั้งนั้น หามาเพื่อพวกพ้องตัวเอง ( พ่อครูว่า… ถามว่าใครได้เงินเบี้ยบาทจากอาตมาบ้าง...ก็ไม่มี คนจะมาบริจาคให้ชาวอโศกนั้นไม่ใช่คนทั่วไปจะมาบริจาคได้ง่าย ต้องมีกติกาที่จะมาบริจาคได้ จึงเป็นผู้ที่ต้องเป็นสมาชิกมาบริจาค จึงมีเงินมาบริจาคไม่มากแล้วก็ใช้เงินนี่แหละบริหารในระบบสาธารณโภคี จะเข้าใจแล้วคนแต่ละคนต้องศึกษาให้ดี ให้เกิดจิตวิญญาณที่มีอัญญธาตุหรือมีปัญญา แล้วจะเข้าใจสิ่งที่อาตมาพาทำนี้ได้) แถมยังกำหนดกฏเกณฑ์บ้าๆของการบริจาคทาน สมัยพระพุทธเจ้าแค่คิดจะให้ก็ได้บุญแล้ว แต่วัดท่านต้องอ่านหนังสือเจ็ดเล่มบ้าบออะไร นี่ถ้าลูกศิษย์โดนรถชนใกล้ตายจะขอบริจาคเลือดคงไม่ต้องมาปฏิบัติตามกฏเกณฑ์บ้าบออะไรแบบนี้คนเจ็บตายก่อนพอดี..ตัวท่านเองนั่นแหละมีปัญหา( พ่อครูว่า…คนก็ไปตรวจสอบปัญญาของคุณให้ดีว่าปัญญาของคุณมีปัญหาหรือเปล่า หรือว่าปัญญาของอาตมาเป็นปัญหา) ความคิดท่านนั่นแหละขวางโลกขวางธรรม ( พ่อครูว่า…ใช่อาตมาของโลกจะมาขวางธรรมะที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ) มองสิ่งธรรมดาไม่ออก มองความเป็นจริงไม่เป็น (พ่อครูว่า…คุณดูถูกอาตมามาก อาตมานี่แหละนักมองความจริงเป็นและมองความจริงออกและถูกต้อง) จึงนึกมโนเอาเอง อ่านหนังสือเอาเอง ( พ่อครูว่า…แล้วอาตมาจะเอาตาคนอื่นมาได้อย่างไร) แล้วก็ถือปฏิบัติแบบผิดๆสอนแบบผิดๆ มายึดมั่นกับสิ่งที่ตนคิดหรือทิฏฐิ ตัวนี้แหละที่ท่านยึดมั่นไม่ปล่อย ( พ่อครูว่า…เอ้า มันต้องสรุปตรงที่ว่าความเห็นของคุณกับความเห็นอาตมามันต่างกันแล้ว) ...คำพูดใดก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม คำพูดนั่นย่อมไม่ดี (พ่อครูว่า…ใช่คำพูดใดที่ทำให้สังคมแตกแยกไม่ดี แต่ถ้าคำพูดที่วินิจฉัยว่าทำให้คนรู้ว่าอันนี้ดีอันนี้ชั่ว ให้คนเขารู้จักเข้าใจชัดเจนถูกต้อง อันนี้เป็นความแยกดีแยกชั่ว แยกถูกต้องไม่ถูกต้องอย่างชัดเจน จึงเป็นคำพูดที่ดีมาก ส่วนคนที่พูดให้เกิดความแตกแยกนั้นใช่ พูดโดยไม่ถูกต้อง แต่คนที่รู้แล้วทำให้ถูกต้องผู้นั้นย่อมมีดีมากๆ) ถ้าเป็นความคิดของผู้ใด ผู้นั้นย่อมเป็นคนไม่ดี #มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่พูดไม่ดีแล้วบอกอ้างว่าตนคิดดีหวังดี (พ่อครูว่า...เอ๊ะใครหว่าคุณหรืออาตมา คุณเอง ยังไม่กล้ายืนยันมั่นใจเองว่าคุณพูดถูกคุณพูดดีคุณยังไม่กล้าเต็มที่เลย แต่อาตมากล้า อาตมาจะไม่พูดผิด จะไม่เอาคำผิดสิ่งผิดมาพูด เอาแต่ความสุข แม้แต่ความผิดที่ผิดก็ว่าผิด เหมือนว่าคุณผิดก็ว่าผิดไม่ปนเป คุณต้องเรียนรู้ความเป็นเทว ความเป็น 2 นี่เอง ความสุขความผิดนี้มันเร็วเป็นสิริมหามายา รวมทั้งสมมุติและปรมัตถ์ เมื่อไหร่ จะเอาที่สมมุติจะเอาที่ปรมัตถ์มันลึกซึ้ง)620210_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาประชาธิปไตยจนกว่าจะไร้อัตตา