สร้างเนื้อให้เหนือกว่าเปลือกจะไปได้นาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข24 พฤษภาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

สร้างเนื้อให้เหนือกว่าเปลือกจะไปได้นาน _พ่อครูว่า... ก็มาต่อ อัมพัฏฐสูตรที่ว่าถึงจรณะและวิชชา ที่ได้มีอัมพัฏฐมานพได้ถกกับ พระพุทธเจ้า. อัมพัฏฐะได้รับการถ่ายทอดเรียนรู้วิชชาจรณะจากอาจารย์มาจนตัวเองเป็นพราหมณ์ตั้งแต่หนุ่มๆ รู้ความรู้ ของความเป็นวิชชาและจรณะ แต่ไม่ได้ประพฤติไม่ได้เป็น ไม่ได้เป็นผู้ที่ประพฤติจนกระทั่งบรรลุ วิชชา สิ้นอาสวะไม่ได้เป็น ได้แต่ท่องจำได้เหมือนนกแก้วนกขุนทอง สั่งสอนคนก็มาก เป็นปทปรมบุคคล เหมือนอย่างในยุคนี้เป็น ปทปรมบุคคล ทั้งนั้นเลย สายหลับตาก็นึกว่าตัวเองบรรลุได้ก่อน แต่ที่ได้จริงดับมืดเป็น อสัญญีสัตว์ นึกว่าตัวเองได้นิโรธ แต่เป็นมิจฉานิโรธ ส่วนผู้ที่ใช้ปัญญาหรือเป็นสายปัญญาก็ยังพอรู้ว่า มันไม่ใช่นะ ก็ไม่กล้าจะพูด ก็ศึกษาไปเรื่อยๆกลายเป็นพญาครุฑ ความรู้ก็มีเยอะเลยในสายพวกศึกษา มันมาก ไม่รู้ใครต่อใครสะสมเป็นโลกจินตา เป็นความคิดของคนรอบๆมาผสมผสาน เขาก็ถือว่าเป็นความรู้หมด เลือกเฟ้น เรียกว่า สังเคราะห์เอาสิ่งที่ถูกต้องไม่เป็น ไม่เริ่มต้น ศีลสมาธิปัญญา ไม่เริ่มต้น ศีล อปัณณกปฏิปทา 3 เกิดสัทธรรม 7 เป็นฌาน 1 2 3 4 จนเป็นวิชชา 8 วิมุต ไม่ได้ทำ มาถึงยุค 2,500 ปีของศาสนาพุทธ ก็คือ ศาสนาพุทธของทุกพระองค์แต่นี่ของพระสมณโคดมความเสื่อมมันเกิดจริง เสื่อมมากจนไม่เหลือแล้ว กระทำในศาสนาพุทธตามที่พระพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ใน อาณีสูตร ไปหลงกับผู้ที่ใช้วาทะเอาอะไรมาสอนผสมกันเต็มไปหมด ส่วนอาตมาเกิดพ.ศ. 2477 ในช่วงอายุที่ยังไม่ถึงพศ.2513 ตั้งแต่ พุทธศาสนา 2,500 ปี อาตมาก็เริ่มเข้าหาศาสนาเข้ามาศึกษาบำเพ็ญอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งรู้ตัว นี่เป็นไปตามชะตาของคน ตั้งแต่ไม่รู้ตัวจนกระทั่งถึงรู้ตัว รู้ตัวก็ประมาณครึ่งนึงของศาสนาพุทธ 2500 ถึง 2513 ครึ่งหนึ่งก็ประมาณพ.ศ. 2506 -

อ่านต่อ

2509 อาตมาก็รู้สึกตัวว่าต้องบำเพ็ญต่อ ก็ค่อยๆเป็น เป็นจนถึงพ.ศ 2512 ก็สำแดงเดชเลย ยังไม่ถึง ปี12 อาตมาก็เริ่มต้นเปิดคอลัมน์ตอบปัญหาธรรมะในคอลัมน์หนังสือธรรมะ หนังสือธรรมะของอาตมาเล่มแรกก็คือการรวมตอบปัญหาธรรมะ ก็ยังมีหลักฐานหรืออยู่ จนกระทั่งตัวเองเขียนหนังสือธรรมะจริงๆพอรู้ตัวได้ดีก็เขียน เล่มแรกก็คือ “คนคืออะไรทำไมสำคัญนัก” เขียนแล้ว พ.ศ. 2517 ก็เปิดเผยด้วยการลงพิมพ์ในหนังสือสตรีสาร รายสัปดาห์ ก่อนเพื่อน จนจบ แล้วจึงมารวมเล่ม แจก พ.ศ. 2512 แจกแหลกเลย จนพ.ศ. 2513 อาตมาก็ลาจากทางโลกมาหมดเลย เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม เขียนใบลาออก เจ้านายก็ยับยั้งไว้ จนกระทั่งสุดท้ายก็อยู่ไม่ได้แล้วอย่างไรก็จะต้องไป เขาก็เห็นว่าเราปฏิบัติธรรมเอาจริงเอาจัง ก็ต้องยอม ออกมาได้ก็ลาออก ลาออกมาตอนแรกอาตมามีมานะอัตตาอย่างหนึ่ง มันมองไม่เห็นความจริงว่าใครจะมีโลกุตรธรรม แล้วก็อยู่กันอย่างสังคมพุทธที่เหลวเละ ก็ไม่คิดจะไปร่วมกับเขาเลย จึงคิดว่า ไปอยู่คนเดียวทำงานคนเดียว ตอนนั้นก็ กับคุณชวนไชย เตชศรีสุธี อาตมาก็ไม่เอาทางโลกแล้ว ก็คิดจะไปหาที่อยู่มีที่สัก 2 ไร่แล้วก็สร้างกระต๊อบอยู่ อยู่แค่นี้ ใครมาหาก็บอกเคยไม่มาก็แล้วไปอยู่อย่างสงบๆ พยายามตะลอนๆหาที่ 2 ไร่ไม่ได้ มีแม่ครัว คือแม่พวงอยู่ด้วย แม่พวงก็พูดเปรยกับแม่ค้าตอนไปตลาดว่า คุณผู้ชายอยากได้ที่สัก 2 ไร่ เพื่อที่จะบำเพ็ญธรรม ก็มีแม่ค้าคนหนึ่งว่า จะไปซื้อทำไมก็ให้ไปอยู่ที่วัดอโศการามสิ นี่ เป็นเหตุปัจจัยอจินไตยจะต้องชักนำให้อาตมาต้องไปอยู่ที่วัดอโศการาม แม้ค้าคนนั้นก็บอกแม่พวง ว่า เอาไปปลูกกุฏิอยู่ที่วัดอโศการามออกไปทางชายทะเลมีที่เยอะแยะไป ใครเขาก็ไปปลูกกุฏิอยู่ มาบอกอาตมา อาตมาก็เลยไปดูก็ดูเข้าท่า ก็เลย ไปสร้างกุฏิหลังที่เห็นนี่แหละ มีแม่พวงว่า อยากออกไปด้วยก็เลยต้องสร้างอีก 1 หลัง คอยดูแลอุปัฏฐากก็ดี ก็ออกมาด้วย ออกมารองเท้าไม่ใส่ นุ่งกางเกงขาสั้นทั้งที่เป็นดารานะ ไม่มีใครไม่รู้จักอาตมา อาตมาออกโทรทัศน์มากกว่าใครเพื่อน เพราะอาตมาทำรายการหลากหลายตั้งแต่รายการเด็ก รายการสารคดี รายการละ 30 นาที อาตมาเหมารายการมากกว่าเพื่อนจึงมีรายได้มาก แม้จะเป็นรายการเล็กๆแต่เก็บเบี้ยใต้ถุนร้านได้เยอะ คนก็ต้องรู้จักเพราะมีโทรทัศน์อยู่ช่องเดียว ต่อมาก็มีเพิ่มอีกหลายช่อง วิวัฒนาการมา อาตมามันเป็นคนที่ คนจำเป็นต้องรู้จักอาตมาเพราะอาตมาออกมาก คนจำเป็นต้องรู้ ไม่ได้เป็นดาราเอก แต่ทำมาก มากเข้าว่า คนก็เลยต้องรู้จัก ทุกวันนี้ทำงานมา 50 ปีทางศาสนา ก็ยังถือว่าไม่มาก คนก็ยังไม่รู้จักเท่าไหร่ เพราะว่ายิ่งเป็นโลกุตรธรรมยิ่งยากมากที่คนจะรู้จัก ก็มีคนรู้จักอยู่จำนวนไม่มาก อยากรู้จักเข้าใจจริงปฏิบัติตามและบรรลุผลจริงๆเป็นผู้มีมรรคผล จึงพิสูจน์ยืนยันได้จากธรรมะพระพุทธเจ้าเลยว่า มามี วรรณะ 9 จิตเป็นพุทธพจน์ 7 จึงรวมตัวเป็นสาราณียธรรม 6 อยู่กันอย่างเป็นชุมชน สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา เป็นปรากฏการณ์จริงอยู่ทุกวันนี้ คนผู้ที่แย้งอาตมา เขาแย้งในสิ่งที่อาตมาพาทำ เป็นสังคมจริงคนจริงมีวัฒนธรรมจริงเพราะพูดจริงเป็นจริง ตรงกับตำราพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้า เขาก็แย้งไม่ได้ แม้จะมีจำนวนน้อยเขาก็ยังไม่ได้ เขาก็ต้องยอมให้เป็นอย่างนี้อยู่ บางคนก็รู้ว่า ต้องยอมรับยกย่องแต่ก็มาไม่ได้เขาก็อยู่ทางโน้น คนไหนพอมาได้ก็พยายามมา มันไม่ง่าย พยายามมาก็มาได้เท่านี้ก็พากเพียรไป ทำไปต่อไปเรื่อยๆ สิ่งที่ทำอย่างเปลือกๆ propaganda หาเสียงแบบการเมือง หรือประชาธิปไตยเปลือก กับการเมืองสารัตถะแบบเนื้อ แบบเปลือกนี่ไม่ครบ 2 ประชาธิปไตยขาเดียว แล้ว ขาเดียว เอาแต่หาเสียงกับสร้างภาพมีแต่เปลือก ส่วนพวกเนื้อ ผู้ที่ทำเนื้อได้มันจะมีเปลือก ส่วนผู้ที่ทำแต่เปลือกจะทำเนื้อไม่ได้ มันจะเห็นชัดขึ้นไปทุกทีๆ ฉะนั้นประชาธิปไตยขาเดียวมีแต่เปลือกจะเห็นชัดเจน ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรม เหมือนทางสายตะวันตก ไม่มีสารัตถะของโลกุตระ เป็นประชาธิปไตยเปลือก ที่ชัดเจนอยู่ทุกวันนี้ที่ว่าเป็นใหญ่ก็คืออเมริกามีขาเดียวเปลือกเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่มีเนื้อของจิตวิญญาณร่วมด้วยอันนี้ก็ยากที่จะเข้าใจ แม้แต่เมืองไทย เป็นประชาธิปไตยเนื้อ มีเปลือกหุ้ม เป็นเนื้อแท้ๆ ของความเป็นประชาธิปไตย มีแกน ความรู้ของพระพุทธเจ้ามา จนกระทั่งมาถึงวันนี้ ก็เป็นประชาธิปไตยที่มีเนื้อและก็มีเปลือกหุ้ม แต่ยังเป็นประชาธิปไตยที่ยังไม่ใหญ่ ยังเป็นก้อนประชาธิปไตยที่ไม่ใหญ่ คนก็เห็นรูปร่างไม่ได้ เพราะว่ามันยังเล็กละเอียด เกินกว่าตาสามัญของโลกโลกีย์จะรู้ได้เพราะมันเป็นโลกุตระ ก็ค่อยๆสร้างค่อยๆทำเนื้อไป ขอพาดพิงถึงปัจจุบันธรรม ยกตัวอย่างเป็นตัวตน อาตมาไม่สงสัยคุณรสนากับคุณชัชชาติ คุณชัชชาติเป็นประชาธิปไตยสร้างเปลือก โฆษณาหาเสียงวางแผนทำมานาน คุณรสนานี้ทำเนื้อมาโดยไม่ได้สร้างเปลือก จนกระทั่งมาวันนี้ประกาศตัวจะลงสมัครผู้ว่า จึงมีอโศกไปเป็นเปลือกให้เป็นรสนา ไปช่วยเป็นเปลือกให้รสนา อโศกก็ยังไม่ใหญ่ยังไม่มาก ก็เลยไปหุ้มรสนาไปช่วยให้เป็นรูปเป็นร่าง เปลือกก็บางๆ เนื้อก็ยังไม่มากเลย สู้ชัชชาติไม่ได้เพราะว่าเปลือกใหญ่เหมือนอึ่งอ่าง พอง สักวัน ก็เป็นตามนิทานอีสป ในนิทานก็จะต้องท้องแตกระเบิดตายเพราะมันไม่ใช่ความจริง ขออภัยอาตมาพูดสัจจธรรมให้ฟัง ไม่ได้ดูถูกดูแคลนคุณชัชชาติ แต่มันเป็นเรื่องจริงที่เป็นอย่างนั้น เขามีวิธีการสร้างภาพ โปรโมทตัวเอง ไว้นานหลายปี เขาวางแผนมานานหลายปี แล้วไม่ต้องกลัว เขาจะต้องไปเป็นนายกฯให้ได้มันต้องผ่านตรงนี้ จึงต้องดูกันไป จึงคอยดูกันไป อาตมาไม่พยากรณ์ว่า ชัชชาติ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ อาตมาตอบได้เลยว่าอาตมาไม่รู้หรอกว่าเขาจะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ไหม แต่จุดเป้าหมายเขาถึงแน่ เพราะเขายังอายุไม่ถึง 60 ตอนนี้ เขาเอาแน่ เขาวางทางมา วางแผนมา แต่วิธีวางทางของเขาเป็นวิธีวางทางแบบ โปรโมท สร้างเปลือกมันเดินทางกันคนละอย่างกับรสนา ขออภัยคุณชัชชาติด้วย คุณรสนาที่มาใช้เป็น specimen อธิบายสัจจธรรมให้ฟัง ขออภัยหากถือสาแต่ไม่ได้ดูถูกดูแคลนทั้งคู่ มันเป็นลักษณะ 2 อย่าง แต่ถ้าคุณชัชชาติรู้ตัวแล้วเร่งสร้างเนื้อให้มาก คุณจะเป็นนายกฯที่ดีเลย ตอนนี้คุณสร้างเปลือกได้ชำนาญ หากคุณหันมาสร้างเนื้อได้จะทัน เกิดปี 2509 อายุ 56 ก็ทัน อีก 4 ปีนี้ทันสร้างเนื้อได้เป็นนายกฯที่มีเนื้อมีเปลือก อย่างใช้ได้เลย ข้อสำคัญต้องเรียนรู้โลกุตระให้ได้ให้ดี จะได้เป็นนายกที่มีเนื้อของโลกุตระ ในเมืองไทยเป็นได้ เพราะมีเชื้อโลกุตระมีตัวจริงเป็นได้อย่างเช่น ชาวอโศกมีโลกุตรธรรม สิ่งที่พูดไปคร่าวๆไม่ใช่เข้าใจได้ง่ายแต่เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้คนไทย เพราะคนไทยเป็นคน คนชาติอื่นก็เป็นคน เราก็ต้องทำสิ่งที่ดีที่สุด พระพุทธเจ้า เป็นมนุษย์ที่ดีที่สุด เรามีเชื้อแล้วเราก็ต่อเชื้อไปพัฒนาต่อยอดไป มีองค์ประกอบสิ่งผสมผสานไปเป็นของจริง อาตมาไม่ได้ลำเอียงไม่ว่าเป็นใคร ทักษิณก็ตาม แหม อาตมาก็พยายามจะนึกถึงคนที่แย่กว่าทักษิณ มันนึกไม่ออก หรือจะเป็นคนที่เป็นนายกฯมา 29 คน พลเอกประยุทธ์คนที่ 29 ยิ่งลักษณ์คนที่ 28 ต่อลงไปเป็นสมชาย เป็นคนที่ 27 อภิสิทธิ์เป็นคนที่ 26 สมัครเป็นคนที่ 25 ทักษิณเป็นคนที่ 24 ทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ของทักษิโณมิกส์ มันได้เห็นเป็น โลก อจินไตย คนที่สร้างลัทธิวิธีการ แบบของ ดร.อาชญาวิทยา มันฉลาดซับซ้อน ใช้ทั้งอำนาจเงินทองทุนรอน ทุกวันนี้ เพียงใช้แค่ดอกเบี้ยก็ยังใช้ไม่หมด เขาก็จะตายอยู่ในกองทรัพย์สิน เป็นผู้ที่โกงได้มากมาย จนกระทั่งทุกวันนี้ เขาพูดได้แค่ว่า เขาจะไปกลัวอะไร เครื่องบินส่วนตัวก็มี บ้านช่องเรือนชานมากมายอยู่ต่างประเทศ ก็จริงของเขา จะเข้าประเทศไม่ได้ จริงๆเข้าได้ แต่ตัวเขาไม่กล้าเข้ามา เข้ามาก็ถูกดำเนินคดี เขาทนไม่ได้แน่นอน ที่จะต้องถูกจับเข้าคุก เขาก็จะอยู่นอกคุกดีกว่าเหมือนกับคนหนีคดีอยู่นอกประเทศ ไม่ยอมเข้าคุกกันทั้งนั้นก็เป็นสามัญของคนคิดทำอย่างนั้น ถ้าแน่จริงก็เข้ามาเข้าคุก ที่จริงถ้ามาตั้งแต่ก่อนก็เดี๋ยวนี้ออกจากคุกแล้ว ออกมาทำดี แต่ที่จริงเขาคิดอย่างที่จะดีไม่ได้ เพราะว่าเขาไม่ใช่คนที่จะเดินทางไปทางดี เขาก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ทีนี้ เมืองไทยเป็นเมืองใจดี ไม่โหดร้ายรุนแรง อนุโลมปฏิโลม ที่จริงตามมาเข้าคุกก็ได้ให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ได้ แต่คนไทยก็ไม่ทำ ผู้ที่มีอำนาจก็ไม่ทำ คนไทยมีจิตใจเมตตาก็ปล่อยไปตามยถากรรม ที่จะเป็น อาตมาพูดสัจธรรมอันนี้ ขออภัยทักษิณ มันเป็นเรื่องจริงของแต่ละชีวิตแต่ละอัตภาพหรือแต่ละอัตตา มันก็เป็นไปตามกรรมตามวิบาก ที่จะต้องส่งผลเป็นไป ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่ากรรมวิบาก มันจะเป็นเช่นนั้น เป็นสิ่งที่ทำแล้วเป็นอันทำ หนีฤทธิ์เดชของกรรมวิบากไม่ได้ กรรมเป็นอันทำ ชั่วนิดเดียวก็อย่าทำเสียเลย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจน 650523 พุทธานุสสติ และอัมพัฏฐสูตร รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 39

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน