หลับตาปฏิบัติไม่ใช้จรณะวิชชาของพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.50 KB
วันที่แก้ไข21 พฤษภาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

หลับตาปฏิบัติไม่ใช้จรณะวิชชาของพุทธ _พลังเพ็ญ คำด้วง : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพ อย่างสูงค่ะ ลูกหนึ่งคนที่ฟังธรรมไม่เบื่อได้แง่มุมใหม่ๆ ในการนำไปชำระกิเลสเมื่อกระทบผัสสะต่างๆในแต่ละวันที่เจอโดยเฉพาะเรื่องของจรณะ ๑๕ วิชชา ๘ พ่อครูเทศนาครั้งนี้ เข้าใจมากขึ้นกว่าเก่า กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า...ตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ก็ดี ก็ถูกต้อง ดี จรณะ และวิชชา ได้หายไปจากศาสนาพุทธแล้ว ที่ได้กล่าวใน อัมพัฏฐสูตร ที่ อัมพัฏฐะก็ยืนยันว่าเขาก็มีจรณะและวิชชา แต่พระพุทธเจ้าข้อซักถามไล่เรียงแล้ว อัมพัฏฐะก็จำนน เพราะเขาไม่มีการปฏบัติ เขาท่องได้เป็นนกแก้วนกขุนทอง คล้ายกับในสมัยนี้ที่เรียนจบปริญญา ปริยัติเปรียญ แล้วไปเรียนจบดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยทางเทวนิยมตะวันตก แล้วนึกว่าตัวเองมีโลกุตระรู้จักโลกุตระ โลกุตรธรรมคืออะไร โลกุตรธรรมคือผู้หยั่งรู้ มีญาณหยั่งรู้จิตตัวเอง สักกายทิฏฐิ หยั่งรู้จิตตัวเอง มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ รู้จักกิเลส สามารถจัดการกิเลส ด้วยการสร้างปัญญา สร้างฌาน ที่เป็นพลังงานทางจิตวิญญาณเป็นพลังงาน ฌาน เผาพลังงานราคะโทสะ โมหะลงไปได้ นั่นคือโลกุตรจิตจริงๆ ซึ่งเรียนรู้ไม่ได้ง่ายๆพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ตรัสรู้โลกุตรธรรม เทวนิยมทั่วโลก ไม่มีธาตุรู้ที่เรียกว่า ปัญญา ที่จะรู้โลกุตรจิต ที่จะรู้กิเลสจริงๆมีวิธีทำให้กิเลสลดลงไปได้ มันไม่มี เพราะฉะนั้น วิชชาจรณสัมปัณโณหรือ จรณะ 15 วิชชา 8 เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าจริงๆ เป็นพุทธคุณของพระพุทธเจ้าที่แท้จริง ที่ ชาวพุทธต้องเรียนรู้และต้องเข้าถึง วิชชาจรณะ เข้าถึงจรณะ 15 มีวิชชา 8 เป็นตัวช่วย ให้เกิดความกระจ่าง ความพัฒนาขึ้นมาเป็นพลังงานที่เรียกว่า ฌาน พลังงานทางจิต เป็นพลังงานมาเผาพลังงานราคะโทสะโมหะ เป็นพลังงานที่เรียกเป็นภาษาไทยว่

อ่านต่อ

าพลังงานไฟ ซึ่งสามารถที่จะมีฤทธิ์ ฆ่ากิเลส นี่คือสัจจะมันเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นจรณะ 15 วิชชา 8 จึงเป็นวิชชาของพระพุทธเจ้า เรียกว่าวิชชาจรณสมบัติ อัมพัฏฐะมาถกกับ พระพุทธเจ้า ว่าเขาเองมี แต่พระพุทธเจ้าก็ไล่เรียงไปจนเขาจำนนว่าเขาไม่มี อัมพัฏฐะไม่รู้ มิจฉาทิฏฐิว่า วิชชาจรณะนั้นเขามีแต่ภาษา แต่การปฏิบัติธรรม เขาก็ยังสะกดจิต ฌานสมาธิ เป็นแบบสะกดจิต ฌานไม่ได้เกิดจากศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 ในจรณะ 15 แล้วค่อยเกิดฌาน 1 2 3 4 ฌานเขาไม่ได้เกิดจากศีลแต่ละข้อ แล้วเกิดการปฏิบัติ มีอปัณณกปฏิปทา 3 สำรวมอินทรีย์ 6 โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ต้องสำรวมอินทรีย์ 6 มีตาหูจมูกลิ้นกายใจ ตื่นรู้สัมผัสกับของกินของใช้ เกิดกิเลสเมื่อไหร่ก็เรียนรู้แล้วล้างก็กิเลส มีวิธีล้างกิเลส จึงจะเกิด ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา หนุนช่วย สังเคราะห์กันให้เกิด ฌาน 1 2 3 4 โดยมีวิชชาธาตุรู้ ปัญญาญาณ เข้าไปแทรกรู้ ศีล อปัณณกปฏิปทา 3 ก็ต้องมีปัญญา ญาณ วิชชาร่วมรู้ สัทธรรม 7 ก็มี ปัญญา ญาณวิชชาร่วมรู้ แม้ที่สุดฌาน 1 2 3 4 ก็มี ปัญญา ญาณ วิชชาร่วมรู้ไปด้วย เพราะฉะนั้นการไปหลับตาปฏิบัตินั้นมันตรงกันข้ามกันกับ จรณะ 15 วิชชา 8 เป็นพวกโมฆะบุรุษ เป็นพวกเดียรถีย์ 100% พูดอย่างนี้แล้วชัดขึ้น แต่พวกหลับตางมงายเขาก็ฟังเด๋อ ฟัง คือ มันเหมือนกับชาล้นถ้วย เหมือนกับจะว่าไม่เข้าหูก็ไม่ใช่หูหนวก เข้าหูแต่ไม่เข้าใจไม่เข้าถึงจิต ไม่เข้าถึงความเข้าใจ ไม่เข้าถึงธาตุรู้ที่จะไปรู้อะไร ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่อย่างนั้นเท่านั้น ก็ไม่อยากให้เป็น ก็น่าสงสาร ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร 650520 เรียนรู้สภาวะของรูป 28 สู่ความเป็นอรหันต์ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน