สงบอบอุ่นสร้างสรรค์พัฒนาโลกนี้ให้ดีด้วยกสิกรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข10 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

สงบอบอุ่นสร้างสรรค์พัฒนาโลกนี้ให้ดีด้วยกสิกรรม _'ทิพานัน' เปิดตัวเลขจดทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ปีงบ 65 พุ่ง 1.9 พันแห่ง จ้างงานเพิ่ม 5.6 หมื่นคน มากกว่าโรงงานขอเลิกถึง 2-3 เท่า สะท้อนผลสำเร็จมาตรการ พล.อ.ประยุทธ์

05 ต.ค.2565 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้สิทธิประโยชน์ตามกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยพบว่าสถานการณ์ในรอบเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการขอจดทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ จำนวน 172 แห่ง เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น 3,812 คน

ทั้งนี้ในภาพรวมปีงบประมาณ 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 -31 สิงหาคม 2565 มีโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนใหม่ 1,914 แห่ง เกิดการจ้างงาน 56,263 คน ขณะที่มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ขอเลิกกิจการ 870 แห่ง มีลูกจ้างได้รับผลกระทบทั้งหมด 21,917 คน จะเห็นได้ว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่ขอจดทะเบียนใหม่นั้น มีจำนวนสูงกว่าโรงงานที่ขอเลิกกิจการถึง 2 เท่า และเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าของการขอเลิกกิจการ แม้ที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และผลกระทบด้านพลังงาน จากสงครามรัสเซียกับยูเครนก็ตาม แต่รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้ง ได้ออกมาตรการต่าง ๆ มาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม พร้อมให้การช่วยเหลือในการเตรียมจัดหางาน ฝึกอาชีพและการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้มีงานทำอย่างยั่งยืน

“ที่ผ่านมาภายใต้ รัฐบาล พล.อ.ปร

อ่านต่อ

ะยุทธ์มีนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้นักลงทุนเชื่อมั่น ตัวเลขดังกล่าวจึงสะท้อนผลสำเร็จของมาตรการของภาครัฐ ที่ส่งเสริมและจูงใจเพื่อให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นในการลงทุน มีผลต่อการจ้างงาน และการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ”น.ส.ทิพานัน กล่าว พ่อครูว่า... เป็นพฤติกรรมจริงของมนุษย์ ที่มีพฤติกรรมอยู่ในสังคมมนุษยชาติ ก็เข้าท่า รวมแล้วผลไปในทางที่พัฒนาเจริญ มากขึ้น อาตมายังมั่นใจในเรื่องของความเป็นจริงที่ว่า ความรู้ก็ดี กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่เป็นพฤติกรรมของมนุษย์ ความรู้และพฤติกรรมของคนไทย ที่เป็นจริงกันอยู่ขณะนี้ มันเป็นพฤติการณ์พฤติกรรมของคน ที่มีอัตราการก้าวหน้าเจริญขึ้นเรื่อยๆ เจริญขึ้นอย่างเป็นความรู้โลกุตระ ไม่ใช่ความรู้แบบโลกียะเท่านั้น ที่บอกว่าเป็นความรู้โลกุตระนั้นมีภาวะซับซ้อน คือเป็นความรู้ที่ก้าวหน้าขึ้นตามเหตุปัจจัย ที่เป็นเหตุปัจจัย ไม่ใช่เหตุปัจจัยแบบยั่วยวน ล่อลวงให้ทำตาม แต่เป็นเหตุปัจจัยทำให้เกิดปัญญา โลกุตระนี้จะมีปัญญา เกิดปัญญาเข้าใจว่าเราควรจะพัฒนา ก้าวหน้าอย่างนี้ แม้จะเป็นพัฒนาทางการสร้างสรรค์ขึ้นมา อาตมาเน้นการสร้างสรรค์ โดยเฉพาะคนไทย (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... พ่อท่านกำลังหมายถึงว่า เน้นการสร้างสรรค์ พ่อครูว่า... เน้นการสร้างสรรค์ทางด้านกสิกรรม อาตมาเน้น การสร้างสรรค์ทางด้านกสิกรรม พยายามเน้น แต่คนยังไม่เข้าใจชัดว่าทำไมอาตมาต้องเน้นกสิกรรม กสิกรรม คือ พืชพันธุ์ธัญญาหาร ทั้งอาหารกินและยา ในพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นยาด้วยและเป็นอาหารการกินที่เข้าไปสังเคราะห์เลี้ยงกายขันธ์อยู่ตลอดเวลา กวฬิงการาหาร สำคัญยิ่งมนุษย์ทุกคนไม่ว่าโลกยุคไหน สัตว์เดรัจฉานก็ตาม ก็ต้องกินอาหารทั้งนั้น เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก โดยเฉพาะ กวฬิงการาหาร จะกล่าวถึงผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณอาหาร สำคัญอาหาร คือ พืชพันธุ์ธัญญาหาร อาตมาไม่ได้พยากรณ์นะ แต่อาตมาจะพูดถึงเหตุการณ์ มันน่าจะเป็น เดาๆ ว่างั้นเถอะ มันจะลดถอยลง เพราะว่าคนไปนิยมก่อสร้างทางวัตถุ ก่อสร้างทางด้านเทคโนโลยี ก่อสร้างทางด้านอื่นไป ที่ลึกซึ้ง เพิ่งจะอ่านข่าวของผู้ที่ได้รางวัล Nobel prize ปีนี้ เป็นผู้ที่ได้รางวัลทางด้านการคิดค้นสูตร ถึงไม่ใช่มาทางพืชพันธุ์ธัญญาหาร อาหารการกิน แต่มันเป็นไปในทางอื่น ทางด้านความคิด สามผู้ไขปริศนาความพัวพันเชิงควอนตัม พิชิตโนเบลฟิสิกส์ 2022 ซึ่งกรรมการของ Nobel prize เขาเป็นทางเทวนิยมไม่ใช่มาทาง อเทวนิยมหรือทางพุทธ เพราะฉะนั้นเมืองไทยพุทธศาสนา จะได้รางวัล Nobel prize ยากมาก เพราะว่ากรรมการเขาไม่มีความรู้ทางด้านโลกุตระ เพราะงั้นจะเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องไปคิดอะไรมากหรอก เพราะเขาไม่รู้เขาจะให้ได้อย่างไร เขาไม่เข้าใจว่า มันมีค่าสุดลึกซึ้งวิเศษอย่างไร เขาเข้าใจไม่ได้ เขาไม่รู้ ดีไม่ดีจะหาว่า บ้าบอเพ้อเจ้อด้วย เขายังมองไม่ออกเป็นนามธรรม เป็นอรูป เกินไปที่เขาจะสัมผัสติด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาไม่มีคณะที่จะเป็นคณะปัญญาชน เขาเป็นปัญญาชน อาตมาก็คิดอยู่ว่าไม่น่าจะเกินร้อยปีก็พอจะเข้าใจได้ กรรมการ Nobel prize นี่แหละ เพราะว่าโลกุตรธรรมที่อโศกก็ร่างสร้างตัวขึ้นมาภายใน 5-10 ปี อาตมาว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอย่างน้อยร้อยปีไม่แน่หรอก อาจจะไม่ถึงร้อยปีก็ได้ กรรมการ Nobel prize จะเห็นได้ แต่กรรมการทางด้านเอเชีย อย่างน้อยทางด้านเกาหลี มองเห็นอาตมา ให้รางวัลอาตมามาก่อนแล้ว อาตมาเกิดมานี้เพิ่งได้รางวัลนี่ รางวัลที่ 1 นายกสัญญา ธรรมศักดิ์ให้โล่มา ตอนนั้นท่านก็ยังเป็นนายกอยู่ ตอนนั้นอาตมายังเคร่งอยู่ ยังไม่ได้ลงเลยเขายังไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร ก็ยังเก็บเอาไว้มาอยู่ จะว่าไปนี่เป็นรางวัลแรก ที่จริงรางวัลแรกจาก พี่ล้วน ควรธรรม ซึ่งด่าอาตมามา แทนที่จะให้รางวัล ด่าส่งเลย ด่าหยาบคายด้วยว่า ให้เขาเสียเงินมาซื้อรางวัลมาให้ นี่เป็นรางวัลแรก รางวัลที่ 2 จากต่างประเทศ มีใบชมเชยและให้เงินมาด้วย 100 ล้านวอน รับรองมา เป็นของมูลนิธิแมนเฮ องค์กรของเกาหลี ให้รางวัล โดยบอกว่า เป็นผู้ที่นำสันติภาพ มาสู่โลก นี่เขามองออก นี่ล่ะ เป็นรางวัล แล้วมีอีกตามมา มีถ้วยรางวัล เป็นองค์กรอีกองค์กรอยู่เกาหลีด้วย วัดชิลซังซา ของเกาหลีเหมือนกัน ก็สนับสนุนมาอีก เป็นรางวัลเสริมให้ เป็นถ้วยรางวัลเป็นรูปนกฟีนิกซ์ และประกอบอื่นๆ อันนี้ลำลองมา สวยได้มา นี่แหละรางวัลเท่าที่อาตมามี เท่าที่อาตมาได้มาในชีวิตนี้ อายุ 80 กว่าปี ทำงานทางด้านสังคมมาตั้งแต่อายุ 36 ถือว่าตั้งแต่มาบวช ทำงานด้านสังคม ได้ใบชมเชยรับรองมาประมาณนี้ ที่จริงไม่ได้ร่ำร้องว่าจะได้ แต่มันมีสัจจะจริงเกิดขึ้น ก็เอามาพูดถึงกันไปให้ฟังเท่านั้นเอง ซึ่งอาตมาก็ไม่ได้เสียกำลังใจอะไร แม้ไม่ได้รางวัลอะไร หรือพูดกันตรงๆ แม้จะได้รางวัลอาตมาก็ไม่ได้กระดี๊กระด๊าเกินการ แต่ก็ชื่นใจอยู่ เป็นธรรมชาติธรรมดาเท่านั้นเอง _สู่แดนธรรม... ผมจะขอชวนพ่อท่านกลับมาสู่เรื่องที่พ่อท่าน มีเจตนามีวิสัยทัศน์อย่างไรที่จะชูประเด็นเรื่องกสิกรรม เรื่องอาหารเป็นเรื่องเด่น ทั้งที่ ผู้บริหารที่ผมเคยรู้จัก รัฐมนตรีการพาณิชย์ที่จะทำรายได้ให้แก่ประเทศ มักจะไม่สนใจกสิกรรมให้เป็นรายได้หลักให้แก่ประเทศเลย เขาบอกว่า มันไม่ได้เงินเข้าประเทศมากเลยเรื่องกสิกรรม พ่อครูว่า... อันนี้ถูกต้อง อาหารขายแพงไม่ได้ เป็นสัจจะ มันมัดตัวมาก อาหารขายแพงคนจนตาย นี่เป็นสัจจะ อาหารขายแพงไม่ได้ อาหารต้องขายถูก ขายข้าวแพงไม่ได้ ข้าวเป็นอาหารหลักด้วย ไม่ได้ คนจนก็ต้องกินข้าว คนรวยก็ต้องกินข้าว อันอื่นๆก็ยังเป็นองค์ประกอบแต่ข้าวเป็นหลัก กินข้าวเป็นหลักกัน ขายแพงไม่ได้ สรุปแล้วอาหารการกิน ขายแพงไม่ได้ ในทางเศรษฐศาสตร์ของอาริยะโลกุตระ ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา นี่คือ อาริยชน อาริยกะแท้ๆ อาริยะ โลกุตระ มันจะทวนกระแสของโลกโลกีย์ ทางโลกีย์เขาต้องได้กำไรได้เปรียบเท่าไหร่ นั่นคือเจริญทางเศรษฐศาสตร์ของเขา แต่เศรษฐศาสตร์ของโลกุตระนั้นยิ่งเสียสละยิ่งขาดทุนให้แก่ผู้อื่นได้ โดยสุจริตและเลือดเนื้อของเรา เราเสียสละแรงงาน กำลัง ทุนรอน สิ่งที่รวบรวมแล้ว ให้ผู้อื่นได้มากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการยืนยันความเจริญ ความพัฒนา ความประเสริฐของมนุษย์จริงๆ เป็นเรื่องจริง คนเข้าใจอย่างนี้ได้ก็แสดงว่ามีปัญญา มีปฏิภาณ พัฒนาขึ้นๆ พัฒนาขึ้นไปอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นความเจริญทางเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ของโลกุตระจึงทวนกระแสกับโลกีย์เขา เพราะฉะนั้น มาสัมพันธ์กับเรื่องพืชพันธุ์ธัญญาหารที่จะสร้าง พืชพันธุ์ธัญญาหารก็จะต้องให้มากยิ่งขึ้น มีการสร้างอย่างไร้สารพิษ อย่างมีคุณภาพ และอาหารที่สร้างนั้นทั้งมีคุณภาพและจำหน่ายจ่ายแจกให้ถูกลงไปอีก จนถึงขั้นแจกฟรี ซึ่งชาวอโศกเราทำได้ แต่มันยาก มันมีจำนวนน้อย แต่เราก็ทำด้วยความเต็มใจ ความชื่นใจ พอใจที่จะทำ ไม่ได้หยุดหย่อนแล้วก็ทำเพิ่มขึ้น ไม่ได้หลงผิดไม่ได้คิดผิดว่าเราคิดผิดไปแล้วไม่ได้เรื่องไม่ใช่ แต่มันได้เรื่องได้ดีที่สุดประเสริฐที่สุด ไม่หยุดยั้งหรอก จะให้มากยิ่งขึ้น ไปชวนคนให้มันเป็นอย่างนี้มากขึ้นไปในโลก ถ้าคนในโลกมาแล้วในทางนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ประเทศชาติจะสงบอบอุ่นและสร้างสรรค์ ไม่หยุดหย่อน _สู่แดนธรรม... นโยบายแบบนี้ไม่ได้หวังร่ำรวยอะไรใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ความหวังร่ำรวยเป็นเรื่องพื้นฐานมากเลยสำหรับอุดมคติชาวโลกุตระ ประเทศชาติไม่ต้องไปรวย อย่างในหลวง ร.9 ไม่ได้หวังร่ำรวย เรา ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา จะว่าไม่รวย เราก็รวยอยู่บ้าง เราไม่ได้อยากก้าวหน้าอย่างโลกที่เขาเข้าใจ การก้าวหน้าอย่างนั้นเป็นการถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว ที่ก้าวหน้าแบบทุนนิยมแบบชาวโลกโลกีย์ มันเป็นการก้าวหน้าที่ถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ก็มาอย่างโลกุตระที่ชาวเราทำ อย่างที่คนไทยในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัส อาตมาก็พูดมาตั้งแต่เริ่มต้นพัฒนามา ทำงานมา 50 กว่าปีนี้ ก่อนที่จะบวชด้วยซ้ำ ขอยืนยันว่า ในหลวงท่านเป็นพระโพธิสัตว์ มันก็ต้องตรงกันกับอาตมา ไม่มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นเมื่อแนวคิดทัศนคติมันเป็นแนวทางเดียวกัน คือเป็นโลกุตระด้วยกัน คนไทยไม่ใช่มีแต่ในหลวงหรือว่ามีแต่อาตมา คนไทยส่วนใหญ่เลยเป็นพุทธศาสนา เป็นพื้นมาตั้งแต่สร้างประเทศ เพราะฉะนั้นเชื้อของโลกุตระอยู่ในจิตลึกๆในแกนของ DNA เพราะมันเป็นศาสนาพุทธ แก่นแกนของศาสนาพุทธมาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้น แม้มันจะเสื่อม ศาสนาพุทธมันจะเสื่อมเพราะถูกลืมไป อาตมาเอามาขุดคุ้ยใน พ.ศ. 2500 พอสมควรแล้ว อาตมาบวชตั้งแต่ พ.ศ. 2513 พัฒนาขึ้นมา ปลุก ปลุกให้ตื่นขึ้นมา มันก็มีอยู่แล้วเพราะเราเองเป็นคนมีเชื้อ ตื่นขึ้นมาได้ แล้วจะตื่นขึ้นมารับรู้ว่า อันนี้มันต้องเร่งรัดพัฒนากัน ช่วยให้ประเทศชาติได้มีสิ่งที่พัฒนาเจริญขึ้นไป มันก็ยิ่งน่าจะต้องพัฒนา _สู่แดนธรรม... พ่อท่านเคยปรารภว่า อยากให้ประเทศไทยมีพลังที่เป็นมหาอำนาจในเชิงพระคุณ มันจะเป็นไปได้ไหมครับ พ่อครูว่า... พูดไปแล้วภาษามันใหญ่ คำว่า มหาอำนาจ อาตมาว่า ไม่ค่อยสะดวกใจไม่ค่อยรื่นใจเท่าไหร่ อำนาจมันผนวกกับบาตรใหญ่ เป็นอำนาจบาตรใหญ่ มันเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง เป็นพลังงานที่ไม่ใช่อำนาจบาตรใหญ่ แต่เป็นพลังงานอำนาจอุ้มชู ช่วยเหลือ เกื้อกูล สงเคราะห์ อนุเคราะห์ มันเป็นพลังงานอย่างนั้น เป็นพลังงานเสียสละและเป็นพลังงานที่ให้ ไม่ใช่เป็นพลังงานที่เอา เป็นพลังงานที่ให้เพื่อผู้อื่น _สู่แดนธรรม... เพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนศัพท์ใหม่ ไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจแต่เป็นประเทศมหาอภิบาล ได้ไหมครับ พ่อครูว่า... อภิสงเคราะห์ อภิอนุเคราะห์ เพราะฉะนั้นคุณธรรมพวกนี้ อาตมาว่า แม้คนที่มีกิเลสมากมาย ฟังแล้วก็จะเข้าใจ ฟังแล้วเชื่อ เข้าใจได้ ไม่มีใครค้านแย้งอะไร คนที่ใฝ่ดี พากเพียรแสวงหาอยู่ ซึ่งคนแสวงหา ไม่ใช่ไม่แสวงหา ก็คิดว่า แนวโน้มเทรนด์จะมาทางนี้ มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เทรนด์มาทางโลกุตระ แต่แน่นอน คนเห็นดี แต่ยังไม่มาเพราะมันยาก แต่เราไม่ท้อถอย โดยเฉพาะ เอาเข้าเป้า ประเทศไทยมีหลักอันนี้แล้ว ขอพูดยืนยันเลยนะว่า ประเทศไทยเป็นต้นแบบของทุกประเทศก่อนประเทศอื่น เป็นต้นแบบของเศรษฐศาสตร์โลกุตระ เป็นต้นแบบของสังคมศาสตร์โลกุตระ เป็นต้นแบบของรัฐศาสตร์โลกุตระ ปักหมุดลงไปเลย ประเทศไทยเป็นต้นแบบ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ เป็นต้นแบบของโลกุตระ ก็ต้องขอใช้คำทับศัพท์ว่าเป็นโลกุตระไปก่อน เป็นแบบที่มันไม่เหมือนโลกียที่เขาเป็นกันมา ไม่ใช่แค่พันปีนะ เป็นล้านๆปีแล้วโลกียะน่ะ โลกุตระนี้จะเข้ามาเกิดในสังคมมนุษย์โลกเป็นคราวๆ ในยุคพระสมณโคดมนี้ก็เกิดมาแล้ว 2,500 กว่าปี แล้วก็จะเกิดยาวไปเป็นพุทธกัปป์ของสมณโคดม 5,000 คุณธรรมโลกุตระอันวิเศษจะหมดสิ้นไปในโลก ว่างเว้นจากคุณธรรมนี้ในโลกจะไม่มีคุณธรรมโลกุตระ จะเกิดกลียุค มนุษยชาติจะฆ่าฟัน ห้ำหั่นกัน ไม่มีอะไรคานไว้เลยในโลก โลกุตระไม่มีฤทธิ์ ไม่มีอำนาจ ไม่มีแรงพอที่จะคานไว้เลย โลกียะจะบ้าเลือดกันไปใหญ่ ประหารกันล้างโลก นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องพยากรณ์ ในสัจจะมันต้องเป็นเช่นนั้น ยิ่งกว่าพยากรณ์นะเนี่ย สัจจะมันจะเป็นเช่นนี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ ผู้ใดที่พบโลกุตรธรรมแล้วอย่าช้า อยู่ไหนรีบมาคว้ามีดพร้าและจอบเสียม มา มาเลยจริงๆ นี่พูดไม่ได้พูดเล่น พูดไม่ให้มันหนัก พูดให้มันสนุกบ้าง โลกุตระของพระพุทธเจ้า มันเป็นคุณธรรมสุดพิเศษแล้ว ที่ความเป็นคนจะค้นพบแล้วเอามาประกาศให้มนุษย์นำมาพิสูจน์ นำมาปฏิบัติตาม ของพระสมณโคดม ที่จริงของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ของพระสมณโคดมเอามาประกาศเมื่อ 2,500 กว่าปี เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็น แม้มันจะเสื่อม จนกระทั่งอาตมาต้องเอามาสถาปนาขึ้นมาใหม่ นี่ก็พูดอย่างยืนยัน ใครจะบอกว่า พูดเอาโก้ก็ต้องโก้ ก็ต้องใช้ เพราะอาตมาเป็นคนย้ำยืนยันเรื่องนี้ แล้วเป็นคนนำพาทำได้จนเป็นกอบเป็นกำขึ้นมา อย่างยืนยันความเป็นจริงได้ ถึงขั้นทำประชาชนให้มาเป็นวัฒนธรรมสาธารณโภคี สรุปลงไป สาธารณโภคีทางสังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ทำได้ถึงขนาดนั้น ขออภัยที่ต้องใช้ศัพท์พวกนี้สั้นๆไว้ก่อน เพราะไม่มีเวลาจะขยายความ เพราะฉะนั้นก็ขอสรุปว่า ประเทศไทยยังจะต้องรังสรรค์ รังสรรค์โลกุตตรธรรมเพิ่มขึ้นอีก อาตมาเน้นเข้าไปที่กสิกรรม กสิกรรมเป็นทรัพย์ ไม่ต้องไปเน้นในทางวิศวกรรม หรือว่าอะไรอุตสาหกรรม แต่เอากสิกรรมนำหน้า แล้วไม่ต้องไปตะกละ เพราะกสิกรรมแพงไม่ได้ เอาตัวเลขเป็นที่ตั้งไม่ได้ แต่เอาคุณภาพและปริมาณของพืชพันธุ์ธัญญาหารของผลของกสิกรรม ให้เป็นตัวยืนยัน ทำให้ได้มีคุณค่าดี ปริมาณมาก แล้วเราก็แจกจ่ายตามระบบของโลกุตรธรรม คือแจกจ่ายเผยแพร่ออกไป ช่วยแบบโลกุตรธรรม คือ 1. ถ้าจะขายก็ขายให้ต่ำกว่าราคาตลาด นี่อย่างเร็วที่สุดแล้ว 2. เท่าทุน ขายอย่างเท่าทุน 3. ขายให้ต่ำกว่าทุน 4. แจกฟรี หลักการพวกนี้ เราก็ทำอยู่ ไม่ใช่พูดแต่ปาก แต่ทำจริงๆเลย พืชพันธุ์ธัญญาหาร เผยแพร่ไปเกื้อกูลกันในโลก เรามีเรี่ยวแรงเท่าไร มีความอุตสาหะวิริยะเท่าไรก็ทำ มันก็จะทำให้เราเองมีความรู้ มีความชำนาญ แล้วทำจริง คนอ้าง จะอ้างว่า ไม่มีที่ดิน ไม่เป็นไร ไม่มีที่ดิน ทำปลูกผักคอนโด พืชพันธุ์คอนโด เอากระถางไม่ต้องใหญ่ เอามาห้อย ผูกโยงกัน กระถางที่ 1 2 3 4 5 10 กระถาง รดน้ำกระถางบนสุดลงมาถึงกระถางที่ 10 เลย ทุ่นอีก อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งในบ้านเราไม่มีที่ ก็ห้อยข้างชายคารอบบ้าน จริงๆได้เป็น 100 นะ เอา 50 ก็ได้ โยงคอนโด แล้วคุณก็ปลูกขึ้นไปสิ ผักพืชอะไรที่ปลูกได้ เยอะแยะ ก็ปลูกแล้วเก็บกินวนเวียนไป เอาไปกินแล้วก็ปลูกขึ้นใหม่ ปรุงดินต่อ เอาปุ๋ยเอาอะไรมาใส่ ไปรอบบ้าน ไม่ต้องมีที่ดิน บ้านน้อยก็ทำเท่าที่มี บ้านใหญ่ก็ทำห้อยเยอะๆ ไม่มีที่ดินเป็นกระถางคอนโดลอยฟ้า แล้วมันกินได้จริงๆนะไม่ใช่กินไม่ได้ เขาปลูกในน้ำเรียกว่า ไฮโดรโปนิกส์ นี่ใส่ดินใส่กระถาง ทำได้ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกความคิดฉลาดกว่าอาตมาก็ทำได้ยิ่งกว่า นี่พวกนี้มา พยายามกันเถอะ ถ้าเรามาทำความฉลาดเชิงนี้ ยิ่งกว่าไปทางด้านอุตสาหกรรม ทางด้านวิศวกรรม มาทางนี้ มันเป็นการยังชีพ ทางด้านวิศวะได้อาศัยบ้าง แต่มันไปทางทำลาย ไปสร้างอาวุธ สร้างเครื่องฆ่ากัน ทำร้ายกัน แข่งขันกัน เอาเปรียบเอารัดกัน ทางนี้ มันมีอุดมคติ มีความเข้าใจ เราสร้างแล้วพยายามเผยแพร่แจกจ่าย เกื้อกูลกัน แล้วเราจะได้จิตวิญญาณมนุษย์มาเป็นพี่น้อง เป็นผู้ที่เผื่อแผ่คือกูลกัน อบอุ่น สงบอบอุ่น สร้างสรรค์พัฒนา จริงๆ เป็นโลกที่สงบอบอุ่นสร้างสรรค์พัฒนา จริงๆ นี่ก็เป็น 3 เส้าที่เจริญงอกงาม สงบเรียบร้อย มีความขัดแย้งอันพอเหมาะ สามัคคี อยู่กันอย่างอบอุ่น อยู่กันอย่างพอเหมาะ มันไม่เย็นชืดเกินไป มีนิดหน่อยเพราะอบอุ่น ขัดนิดๆหน่อยๆ พออบอุ่น แต่ทุกอย่าง รังสรรค์พัฒนา โอ้โห…สุดยอดเลยนะ 651005 สงบอบอุ่นสร้างสรรค์พัฒนาโลกนี้ให้ดีด้วยกสิกรรม พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน