ตัวอย่างหนึ่งเดียวที่เลวร้ายในเมืองไทยที่เป็นโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ตัวอย่างหนึ่งเดียวที่เลวร้ายในเมืองไทยที่เป็นโลกุตระ _ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ กล่าวถึง จ่าปัญญาที่ฆ่าคนถึง ๓๘ คนโหดร้ายมาก มันเกี่ยวกับพวกเราไหมครับ ถ้าเกี่ยวแล้วพวกเราจะต้องปฏิบัติอย่างไรเพื่อช่วยสังคมให้ดีกว่านี้บ้างครับ จะต้องปฏิบัติอย่างไรครับ ขอให้พ่อท่านช่วยให้สัมมาทิฏฐิด้วยครับ กราบขอบพระคุณด้วยความเคารพยิ่งครับ พ่อครูว่า... เรื่องนี้ ประเด็นที่ 1 ทำไมมันมาเกิดที่ประเทศไทย ในโลกมีไม่รู้กี่ประเทศ แล้วคนที่มันมีความวิตถารทางจิต วิปริตทางจิต แล้วก็ทำอะไรได้เกินมนุษย์ เป็นความโหดร้าย เป็นความโหดเหี้ยม ที่คนธรรมดาๆ สามัญคิดไม่ถึง แล้วก็ไม่คิดที่จะทำได้ถึงปานฉะนี้ มันก็เป็นตัวอย่างอันนึง ในเมืองไทยเป็นเมืองโลกุตระ เป็นชมพูทวีป ทำไมต้องมีสิ่งนี้เกิด มันเป็น อจินไตย ที่อาตมาก็พยายามจะอธิบายด้วยหลักวิชาการ สิ่งที่ดีที่สุด จะต้องมีสิ่งที่ร้ายที่สุด เป็นธรรมดาธรรมชาติ จะต้องเกิดขึ้นเพื่อที่จะให้รู้ว่า ดีที่สุดนี้ นี่คือแย่ที่สุดนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นคุณก็รู้ไม่ได้หรอก คุณไม่รู้ได้หรอก ว่าจะมีแย่ที่สุดดีที่สุด อะไรมันถึงจะเป็นแย่ที่สุด ดีที่สุด เพราะมันจะต้องมี 2 สภาพ เปรียบเทียบกันเสมอ เราจะรู้ได้ว่าขาวมากที่สุด ก็เพราะว่ามันมีดำที่สุดขึ้นมา ถ้าไม่เช่นนั้นมันก็ไม่รู้ อันนี้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องปรากฏ เพราะฉะนั้นถ้าจะมองเห็นได้ชัดเจน ยังอาตมายิ่งชัดในความเชื่อมั่นของอาตมาว่า เมืองไทยเป็นเมืองที่มีคนที่มีคุณธรรมดีสูงสุด จึงมีคนที่มีคุณธรรมแย่สุด แย่คืออะไร ก็นี่มันโหด โหดอย่างคิดไม่ออกเลย ว่ายิงคนตามสบายเลย มาพูดถึงอันนี้เลย ว่าคนที่ฆ่าคนได้ จิตวิญญาณทำไมมันขนาดนั้น พระพุทธเจ้าสอนไม่ให้ฆ่าแม้แต่สัตว์ คนนี้ยิ่งไม่ควรจะฆ่ายิ่งกว่า จะโก
อ่านต่อ
รธกัน จะอาฆาตมาดร้าย จะเลวร้ายอย่างไรก็แล้วแต่ ก็มีกฎเกณฑ์มีหลักการต่างๆ ว่าคนเลวร้ายขนาดนี้ต้องประหารชีวิต คนนี้ก็เหมือนกัน แล้วแถมมีอจินไตยที่ซับซ้อนอีก ดันชื่อปัญญาอีก มันโง่สุดโง่แต่ดันชื่อปัญญา มันซับซ้อนตรงข้ามกับความเป็นจริง เมืองที่ดีที่สุดก็มีคนที่เหี้ยมที่สุด อย่างที่พูดไปแล้วมันเป็นเรื่องยืนยันความจริง แม้แต่ชื่อเขา เขาโง่ที่สุดทำสิ่งที่โง่ที่มนุษย์จะทำได้ แต่เขาดันชื่อปัญญา เห็นไหม นี่คือสิ่งที่เป็นความซับซ้อนลึกซึ้งที่มันเป็นจริงเกิดจริง เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เป็นเรื่อง อจินไตย อาตมายิ่งเห็นความจริงของสัจธรรม 2 สภาพ เทฺว มันเป็นเรื่องที่ อาตมาสรุปมาหลายทีแล้วว่าโลกนี้ ผู้ที่ตรัสรู้ไม่มีอะไร ตรัสรู้คำว่า 2 คือ เทฺว ผู้ที่รู้จักชัดเจนว่า เทฺว คืออะไรก็จะรู้ว่า พระเจ้าคืออะไร ในโลก สุดท้ายจริงๆเลยคือคน 2 ประเภท ก็มีพระเจ้ากับพระพุทธเจ้า เห็นไหม 2 แล้ว 2 นี้ พระเจ้าลึกลับ พระเจ้าสัมผัสไม่ได้ ได้แต่ยกเมฆเอาไว้ อยู่ในห้วงจินตนาการว่าพระเจ้ายอดเยี่ยม มีคำสอน อะไรต่ออะไร แม้แต่พระศาสดาที่เป็นพระบุตรก็ยังไม่รู้ว่า พระเจ้าอยู่ไหน แต่ได้รับประทานคำสอนจากพระเจ้า เรียกว่า พระบิดา มาให้เขา ตัวพระศาสดาที่เป็นพระบุตร หรือเรียกว่า ผู้รับคำสอนมาประกาศ เรียกว่าปกาศก คือผู้ประกาศคำสอนของพระเจ้า เขาก็ไม่รู้จริงๆว่าคำสอนเป็นคำสอนที่เขารู้เอง เขาสั่งสมมาด้วยกรรมวิบากของเขาเองไม่รู้กี่ชาติถึงจะได้เขาก็ไม่รู้ตัวเอง พระเจ้าไม่รู้ตัวเอง พระศาสดาไม่รู้ตัวเอง พระเจ้าเองอยู่ไหนก็ไม่รู้ คนก็ไม่มีใครรู้จัก แล้วบอกว่าสมมุติว่ามีพระเจ้า นี่เป็นศาสนาที่ลึกลับ คลุมเครือไม่มีอะไรกระจ่าง ไม่มีอะไรชัดเจน เปิดเผย ไม่มีอะไรสัมผัสได้ในความเป็นมนุษย์ จึงเป็นศาสนาที่ ขออภัยที่อาตมาพูด ไม่ได้ข่ม ไม่ได้ดูถูกศาสนาพระเจ้าที่ลึกลับ พูดเป็นความรู้วิชาการ การศึกษาที่จะต้องเรียนรู้ให้ดี ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่รู้แจ้ง รู้จัก รู้จริงถึงความเป็นพระเจ้า เขามาถึงพระจิตวิญญาณ เราก็หมายถึงพระจิตวิญญาณตรงกัน แล้วจิตวิญญาณมีอะไรบ้าง พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องจิตวิญญาณครบ แล้วชัดเจนว่าจิตวิญญาณก็คือสังขารที่ปรุงแต่งกันอยู่เท่านั้นขึ้นมาเป็นวิญญาณ แยากได้เป็นนามรูป แล้วก็ศึกษาได้ โดย อายตนะ ผัสสะ เวทนา แล้วก็เรียนรู้เวทนาชัดเจน มีเหตุปัจจัยคือตัณหา อุปทาน เมื่อกำจัดตัณหาอุปทานได้หมด วิญญาณก็ไม่มีความไม่รู้แล้ว หมดอวิชชาเลย จิตวิญญาณก็รู้จักรู้แจ้งรู้จริงเลย ว่าเป็นสังขารอย่างไหน ปรุงแต่งกันอยู่อย่างไร เหตุปัจจัยยังไง แล้วมีตัณหาอันเป็นอย่างเดียวหรืออุปทานที่มันเกาะยึดให้วิญญาณ เป็นสังขารกันอยู่ ถ้าดับสังขารนี้ วิญญาณก็ไม่มีสังขารแล้ว ก็สลายยางเหนียว ก็ละลายไปหมด สภาพ 2 เทวะ 2 ที่เกาะกันอยู่ก็ไม่มี แยกเป็นดินน้ำไฟลมหมดชีวะหมดความเป็นชีวะแม้ระดับพืชก็ไม่มี ในระดับจิตก็ไม่เหลือ นี่คือธรรมะนิยาม 5 ถ้าจะมาเอาคำสอนที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มาไขความในยุคนี้ ในโลกยุคนี้ คนอย่างต่ำรู้ไม่ได้ง่าย เพราะในโลกนี้ความรู้มีแค่เทวนิยม แต่ในประเทศไทยเป็นศาสนาพุทธหรือประเทศอื่นที่เป็นศาสนาพุทธ มีประเทศไทยประเทศเดียว ที่มีอาตมามาอุบัติ แล้วดึงเอาโลกุตระธรรมมาสถาปนาลงไปอีกที เพราะมันเสื่อมไปแล้วตามที่พระพุทธเจ้าท่านพยากรณ์ไว้ใน อาณิสูตรเป็นกลองอานกะ เป็นเรื่องจริงที่ต้องพูดกัน ถ้าไม่พูดกันก็ไม่ได้ ก็ต้องยืนยันกันด้วยความจริงไม่ต้องพูดให้มันเป็น 2 อย่างเช่น อาตมาบอกว่าเป็นอรหันต์ เป็นผู้สืบทอด เป็นไก่ตัวพี่ พูดไม่ต้องมี 2 เลยไม่ต้องเหลาะแหละ พูดปักหมุดลงไปเลย ไม่ต้องมี 2 ไม่ต้องไปเอียงไปเอียงมา อาตมาแสดงสัจธรรม อาตมาไม่ได้อยากอวดตัวตนอะไร อาตมาจะไปอวดตัวตนไปทำไม มันไม่จำเป็นจะต้องไปอวดตัวอวดตนเลย พูดความจริง แล้วคนไม่รู้จะไม่เคารพนับถือ อาตมาก็รู้แสนรู้ว่า คนไม่รู้จะมีมากกว่าคนรู้ เพราะฉะนั้นคนไม่รู้มาก เขาก็ไม่นับถือมาก อาตมาก็จะมีคนที่มานับถือหรือมารู้นิดหน่อย ถ้าหากอาตมาอยากได้ความเคารพนับถือ อวดตัวอวดตนเพื่อให้ได้คนเคารพนับถือ อาตมาจะเอามาอวดตัวตนอย่างนี้ไปทำไม มันก็ได้นิดหน่อย มันก็ได้อยู่แค่นี้ แล้วอาตมาจะทำไปทำไม มันค้านแย้งกันในตัว ถ้าอาตมาอยากได้เคารพนับถือ อาตมาจะไม่พูดอย่างนี้ อาตมาจะพูดประเล้าประโลม พูดให้คนรู้ได้ง่ายๆตื้นๆไม่ถึงขั้นลึก ไม่ถึงขั้นสัจธรรมโลกุตระ อาตมาก็ได้พรรคได้พวกได้หมู่ได้ผลเยอะแยะ เป็นผู้ที่อยากอวดโอ่เด่นดัง อาตมาไม่มีเช่นนั้น พูดไปเหมือนยกย่องยืนยันตัวเองว่า ตัวเองดีตัวเองถูก แค่นี้ก็พอ ชื่อปัญญา อจินไตย แล้วทำชั่วเป็นตัวอย่างอธิบายไปแล้ว มันมีเป็นตัวอย่างแล้ว ไม่มีอีกหรอก มีคนเดียว ในยุคนี้ในปางนี้ ในกาละนี้ ในกัปนี้ มีคนเดียว ไม่ต้องกังวลอะไรมาก นี่ไม่ใช่อาตมาไปพยากรณ์นะ แต่มันเป็นสัจจะที่อาตมาจะพูดได้ว่าต้องเป็นอย่างนั้น 651007 สัมมาทิฏฐิของสติและสัญญา พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ