วัตถุ พฤติกรรม และจิตวิญญาณของความยุติที่ยิ่งใหญ่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์18 KB
วันที่แก้ไข10 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

วัตถุ พฤติกรรม และจิตวิญญาณของความยุติที่ยิ่งใหญ่ _สู่แดนธรรม... ถ้าเป็นพระอรหันต์มือใหม่ยังทำไม่ได้ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ถูกต้อง พูดแล้วมันจะเหมือนเข้าตัวเอง อันนี้มันเข้าเป้า คือมันจริง จริงตรงไหน ตรงที่พูดแล้วก็เท้าความหน่อย อาตมาเกิดมาในยุคนี้ เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นสยังอภิญญา เป็นผู้ที่มีภูมิธรรมมาแต่ชาติปางก่อนมาเอง แล้วคุณธรรมนั้นก็คือ โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า โลกุตรธรรมคืออะไร โลกุตรธรรมคือ ธรรมะที่รู้จักกิเลส แล้วรู้จักสร้างพลังงานฌาน พลังงานบุญกำจัดกิเลสได้จริง นี่ขอพูดด้วยภาษาวิชาการสั้นๆไว้ก่อน จึงเป็นคนที่กิเลสลดหรือ กิเลสหมด เป็นอาริยะ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ จริง ขอย้ำว่าอาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาสอน มันจึงมีสมณะ 4 โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ จริงๆ โดยเฉพาะอาตมานั้นเลยพระอรหันต์ไปแล้ว เป็น สยังอภิญญา เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 จะขึ้นระดับ 8 แล้ว พูดโดยที่อาตมาไม่ได้กังวลเก้อเขิน มังกุอะไร พูดด้วยความจริงใจจริงจัง บริสุทธิ์ใจ สะอาด ไม่มีอะไรสะท้านสะเทือน ไม่ได้มีอยากอวดโอ่อยากโชว์ จะอวดหรือไม่อวด อาตมาก็มีของตัวเองมันก็มีเท่าเดิม ไม่ได้มีความฟูใจเพราะคนชม คนยกคนให้ ไม่มีแล้ว ซึ่งมันเป็นคุณสมบัติที่จริง คนฟังก็จะเข้าใจได้ว่า เป็นคนที่มีคุณธรรมสูงสิ เอ้า..ก็จริง แต่ทีนี้เขาไม่ยอมเชื่อง่ายๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีบัลลังก์ ได้รับการยกย่องยกยอ ได้รับการรับรองเอาไว้ว่า เป็นผู้ที่มีคุณธรรม ทางพุทธศาสนาสูงแล้ว แต่ยังมิจฉาทิฏฐิ ขัดแย้งอาตมา อันนี้แหละอาตมาก็เห็นใจเขา แล้วก็เกรงใจ _สู่แดนธรรม... เป็นกรรม อะไรของประเทศไทยไม่รู้นะครับ พ่อครูว่า... เป็นกรรมดีไม่ใช่กรรมเสียหายด้วย ที่มีกรรมเสียหาย เช่น ทักษิณเกิด สิบเอกปัญญาเกิด สร้างพฤติกรรมไม่กี่วันนี้ที่

อ่านต่อ

ฆ่าคน หรือทักษิณเกิด แล้ว สิบเอกปัญญาเกิด 2 กรณีนี้แหละ เป็นตัวอย่างในประเทศเป็นคนไทย พูดไปแล้วว่า มันจะมีสิ่งนี้เหมือนในยุคพระพุทธเจ้า ต้องมีพระเทวทัต หรือ ต้องมีพระฉัพพัคคีย์ ที่พิเรนพิลึก ที่เป็นเรื่องขัดแย้ง มันเป็นธรรมชาติธรรมดาที่จะ ขัดขาวขัดดำ แต่พวกนี้มีเล็กน้อยไม่มากมายหรอก จะเอาก็ต้องยึดเขาก็ต้องเป็นอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นเขาก็ทำไม่ลง เพราะมันจะสู้หมู่ใหญ่ไม่ได้ พวกนี้เล็กแต่ซ้อน จะแข่งกับโลกุตระนะ อย่าง เถรสมาคม เขาจะมาแข่ง แต่เขาไม่แข่ง เขาก็อยู่กันตามประสาเขาอย่างเละเทะ ก็อยู่กันไป ไม่มีปัญหาอะไร เราก็ไม่ได้ไปรบกวนเขาเลย เขาจะมาศึกษาฝึกฝน เราก็ยินดีต้อนรับ เราอ้างอิงยืนยันตามหลักสัจธรรมตามหลักพระไตรปิฎกเล่มเดียวกับที่เขานับถือกันอยู่ก็ดีแล้ว โชคดีที่ว่าเป็นพระไตรปิฎกที่ยังได้รับการยอมรับกันอยู่ในสังคมไทย คือฉบับสยามรัฐนี่แหละ ใช้ได้ อาตมาก็ไม่มีปัญหา อาตมาไม่ได้ไปค้นคว้าเอาอื่นมา พิสูจน์ความจริงพฤติกรรมปรากฏการณ์จริง เพราะมันเป็นพฤติกรรมจริง อยากจะขยายความไปถึง กฎเกณฑ์ ในสังคมมันจะมี กฎเกณฑ์หรือธรรมวินัย กับพฤติกรรมจริงกับปรมัตถ์ ใจจริงพฤติกรรมจริง ความบริสุทธิ์จริง ความจริงของจิตวิญญาณสะอาดจริง กับกฎเกณฑ์ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเป็นเรื่องที่ยากมากเลย อาตมาก็พยายามเรียบเรียงภาษาคำพูด ในเรื่องของสังคม ผู้พิพากษาฟังอาตมาแล้ว จะดี จะเข้าใจอะไรขึ้นเยอะ อาตมาเรียกอันนี้ว่า ความจบ หรือความยุติ หรือภาษาวิชาการก็คือ ยุติธรรม ความยุติธรรม ความจบหรือความยุติ ยุติปัญหาต่างๆ เพราะฉะนั้นปัญหาต่างๆจะยุติได้ด้วย 2 ประเด็น ยุติด้วยกฎเกณฑ์ ยุติด้วยความรู้สึกของคนหรือใช้ปัญญา ถึงที่สุดจะมีคนแพ้ คือ ผู้ยอมหยุดหรือยุติ ซึ่งผู้หยุดหรือยุตินั้น ถูก เป็นคนถูกด้วย เป็นคนถูกด้วยยอมหยุด ผู้นี้คือผู้เสียสละ ส่วนคนผิดที่ชนะนั้น คือพวกขี้โกงหรือเอาเปรียบ ฉะนั้น ผู้ที่หยุดหรือยุตินั้น จะถูกหรือจะผิด คือยุติหรือหยุด ถ้าได้หยุดหรือยุติกันขึ้นมา จะได้เป็นผู้ใดผู้หนึ่งก็แล้วแต่ คือคู่หนึ่งคือผู้ถูกกับผู้ผิด มีการหยุดขึ้นมา แม้ว่าผู้ที่ถูกยอมหยุด ก็คือเสียสละ แล้วมันก็สงบ ที่นี่ผู้ผิด ถ้าเขาหยุดเขายอม มันก็ถูกต้องตามสัจจะแล้ว มันก็ต้องถูกต้องตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ต้องเรียกว่าผู้เสียสละหรอก เพระคุณต้องแพ้ คุณต้องยอม เพราะคุณผิด เพราะฉะนั้น ถ้าผู้หยุดนั้นเป็นผู้ถูก เป็นการเสียสละ แต่ยอมแพ้ก็เพื่อความยุติ เพื่อความสงบ เพราะฉะนั้น กฎเกณฑ์จึงมีขึ้นเพื่อใช้กับคนชั่ว คนผู้ผิดดันทุรังนี่แหละ เพราะคนดีนั้นท่านจะไม่ทำผิดทั้งกฎเกณฑ์ กฎหมายหรือธรรมวินัย ท่านจะไม่ทำผิด ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ กฎหมาย ธรรมวินัย ท่านก็ไม่ทำผิด แล้วความจริงท่านก็ไม่ใช่ผู้ผิดด้วย เพราะฉะนั้นอย่างของเรายกตัวอย่าง อาตมายอมเป็นผู้แพ้ ทั้งๆที่อาตมาบอกแล้วว่าอาตมาไม่ใช่เป็นผู้ผิด แต่ก็ต้องยอมแพ้ให้เพื่อให้เกิดความสงบ เพื่อให้เกิดความยุติ ให้ความสงบเกิดในสังคม ซึ่งอาตมาทำมาแล้ว โดยตัวเองรู้ตัวเองไม่มีปัญหา ตั้งแต่ถูกรังแกมา จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นผู้แพ้อยู่นะ แต่เขาไม่ได้รุกรานแล้ว เพราะเขาเข้าใจแล้ว ว่ารุกรานไม่ถูกต้องหรอก เพราะอาตมาไม่ใช่เป็นผู้ที่ผิด ไม่ใช่เป็นผู้ที่ออกนอกรีตนอกราว รู้จักกันมากขึ้นแล้ว เพราะว่า การกระจายไปถึงคนรอบกว้าง สังคมรอบกว้างเขารู้จักอาตมามากขึ้น เขาก็เลยไม่กล้าที่จะมาทำอะไรกับอาตมามาก แล้วยิ่งเป็นสังคม ฟ้าบ่กั้น โกลบอลไลเซชั่น สังคมที่เปิดโลกถึงกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นใครจะตดปู๊ดตรงไหน ก็แทบจะได้ยินกันทั่วโลกแล้ว อย่างนี้เป็นต้น ขออภัย ที่ใช้คำว่าตด ได้ยินเสียงกันหมดทั้งโลกแล้วอย่างนี้เป็นต้น เป็นสังคมที่เปิดทะลุกันทั่วโลก สื่อสารมวลชนก็แล้วแต่ มันเป็นสมัยใหม่ถึงขนาดนั้น _สู่แดนธรรม... ผมขอคิดเห็นตรงที่พ่อท่านพูดมานี้ สุดยอดมากเลยเพราะว่า มันทวนกระแสกันคนฉลาดในสังคม เขาจะบอกว่า คนถูกนี่ แพ้ไม่ได้สิ ทำไมคนถูกถึงแพ้ไม่ได้ พ่อครูว่า... คนถูกยอมแพ้ได้เพราะมีคุณธรรมไม่เอาที่แพ้ชนะ _สู่แดนธรรม... เขาบอกว่าเราไม่ผิด เราไปยอมทำไม พ่อครูว่า... ก็ไม่ผิด แต่เพื่อความสงบของสังคม เพราะฉะนั้นคนที่ผิดแท้ๆ แล้วก็ไม่ยอมหยุดนั่นแหละมันจึงไม่เกิดความสงบขึ้นได้อย่างทุกวันนี้ ยังบ๊องๆกันอยู่ อย่างเช่น กลุ่มสีส้มสีแสด กลุ่มทักษิณพูดตรงๆ ไม่จบ ยังไม่ยอม จะยืนยันว่าตนไม่ผิดต่างๆนานา ก็บอกว่าศาลยุติธรรมไม่ตรง เขาไม่ผิด ยืนยันอยู่อย่างนั้นแหละ _สู่แดนธรรม... เขาไม่ยอมยุติ พ่อครูว่า... เพราะเขาไม่ยอมยุติ เขายังพูดว่า เขาแพ้ไม่เป็น คำว่า เขาแพ้ไม่ได้ คืออัตตาตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่เขาไม่รู้ว่า คนเรามันก็ต้องมีผิดมีถูก ถ้าคุณจะยิ่งใหญ่จริง คุณก็ผิดน้อย ถ้าคุณไม่ยิ่งใหญ่คุณจะผิดมาก แล้วยังหลงตัวเองว่าตัวเองถูกมากๆ อยู่นั่นแหละ ปัญหาถึงไม่จบสักที แล้วมันก็ส่อก็แสดงยืนยันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นก็ขอบอกด้วยนะ ฝากไว้เลย จะลูกเต้าเหล่าหลานของคุณทักษิณก็ตาม อย่าไปดันทุรัง จะเอาพ่อกลับมาอย่างเท่ๆโดยไม่ต้องไปเข้าคุก โดยไม่ต้องไปรับผิดอะไรเลย อย่าดันทุรังเลย มันเป็นบาป แล้วมันก็เป็นเรื่องที่อาตมาอยากจะพูดว่า มันก็ไม่ค่อยดีจะเป็นการท้าทาย แต่ก็พูดดีกว่า แล้วก็ขอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้หรอก คุณจะเอาพ่อเข้ามาอย่างเท่ๆ มันเป็นไปไม่ได้ แล้วทักษิณที่พูดอย่างเท่ๆว่า จะกลับมาเลี้ยงหลาน ผมไม่ทำอะไรหรอกจะมาเป็นที่ปรึกษาเพราะผมรู้หมดแล้วไม่เอาอะไรแล้ว คุณพูดปากเปล่า คุณพูดโกหกมาตั้งแต่เริ่มต้นว่ารวยแล้วไม่โกง แล้วก็มาตลอดเวลาคุณโกหกมาตลอดเลย ไม่จริงตามที่คุณพูด คุณพูดอะไรต่ออะไรไป ระเบิดตูมเมื่อไหร่ มีเสียงปืนผมจะเข้ามา ก็เข้ามาสิ ไม่มีใครห้ามคุณไม่ให้เข้ามา คุณก็ไม่กล้าเข้ามาเพราะว่าขี้กลัวอย่างกับอะไรดี เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดเลย พูดไปแล้วเดี๋ยวอาตมาจะไปสร้างให้เขามีจิตที่ยิ่งไม่ดีมากกว่าเก่า แค่นี้ก็มากแล้ว ก็ขอยุติ ในการที่จะพูดยกตัวอย่างอันนี้ เพราะฉะนั้น ประเทศไทย จะว่าแล้ว เรื่องของ สิบเอกปัญญา ขยายความไม่ง่าย เป็น ความชั่วร้ายแว้บหนึ่ง ที่เป็นทางรูปธรรม แต่ทักษิณนี้เป็นความชั่วร้ายทางนามธรรมที่ใหญ่กว่ามาก ของสิบเอกปัญญานี้เหมือนยิ่งใหญ่ในโลกแต่มันเล็กนิดเดียว ตัวอย่างที่เกิดกรณี ส.ต.อ.ปัญญา มันทำให้ความคิดของทั่วโลก สังคมโลก ฉุกคิดและสะดุด ว่ากันฆ่ากันแค่นี้ เป็นความเลวร้ายความเลวทราม การฆ่า ฆ่าอย่างไร มันซับซ้อนด้วยนะ ฆ่าอย่างไม่มีทางสู้ ผู้แพ้อย่างไม่มีทางสู้ เพราะฉะนั้นคุณไปทำกับใคร คุณไปทำสงครามรบราอยู่ คนที่ไม่มีทางสู้คุณก็ไปข่มเขาไปรังแกเขา เหมือนอย่างปัญญาไปรังแกเด็ก แถมเด็กยังนอนหลับอีกต่างหาก มันซับซ้อนให้เห็นถึงว่า ปัญญาไม่ได้เก่งอะไรเลย แต่ปัญญาสร้างพฤติกรรมของการฆ่า อันนี้ง่าย นี่แหละ พฤติกรรมของการฆ่า การฆ่าของปัญญาไม่ใช่เป็นการฆ่าที่ยิ่งใหญ่เลย เป็นการฆ่าของเด็กๆก็ทำได้ เพราะฉะนั้น การฆ่าที่ยิ่งหยาบคาย ยิ่งโหดร้ายทารุณยิ่งใหญ่ เหมือนอย่างที่เขาจะทำกันในระดับโลก ระดับประเทศในโลก สร้างทั้งอาวุธยุทธภัณฑ์ที่โหดเหี้ยม จะบอมบ์กันอย่างโหดเหี้ยม ยิงกันอย่างโหดเหี้ยม มันหยาบใหญ่ มันเป็นบาปหนักหนาสาหัส หยุดกันเถิด ชาวโลกเอ๋ยๆ ตัวอย่างเล็กๆน้อยๆพวกนี้ศึกษาให้ดีๆ ตัวอย่างทักษิณก็ดี ตัวอย่างปัญญาก็ดี ขออภัยพูดละลาบละล้วงถึงต่างประเทศ ตัวอย่างอย่างปูตินก็ดี ตัวอย่างอย่างผู้นำสหรัฐก็ตาม แม้แต่ในตัวอย่างของยูเครน นายเซเลนสกี้ ก็ตาม ซึ่งมันเป็นเรื่องของความดันทุรังที่สร้างความตาย สร้างการฆ่า สร้างการทะเลาะวิวาท ทำความไม่สงบให้แก่มนุษยชาติ ให้แก่สังคมโลกเลย คำว่า ยุติ คำเดียวนี้ ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะต้องศึกษา เพราะฉะนั้นก็ขอพูดอีกอันหนึ่ง อาตมาวิเคราะห์ออกมาอีกอันหนึ่งคือ วัตถุ พฤติกรรม จิตวิญญาณ 3 เส้านี้ 1. วัตถุ จะกล่าวเจาะจงลงไปเลย คือ ปืน อาวุธ ระเบิด เครื่องมือฆ่าคนเป็นวัตถุ 2. พฤติกรรม คือการกระทำ ที่ต้อง อบรม ศึกษา ฝึกฝน 3. จิตวิญญาณ จิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง การทั้งการทำวัตถุ ทั้งการทำกิริยาที่ดีที่ชั่วร้าย ซับซ้อนหมุนรอบเชิงซ้อนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจิตวิญญาณจึงต้องศึกษาอย่างลึกซึ้งสำคัญมาก เพราะจิตวิญญาณเป็นประธานแล้วจึงจะมาเป็นพฤติกรรม หรือมีความรู้ จิตวิญญาณเป็นความรู้ด้วยรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดอะไรดีอะไรชั่ว เสร็จแล้วจิตวิญญาณก็เป็นประธานทำให้เกิดพฤติกรรม พฤติกรรมก็ไปสร้างวัตถุ เพราะฉะนั้นคนชั่วช้าสามานย์ ก็จะสร้างอาวุธ สร้างเครื่องประหาร ผู้ที่เป็นคนดีแล้วหยุดเลยเรื่องสร้างอาวุธ แล้วพฤติกรรมก็ไม่ให้เกิดในตัวเองได้ด้วย โดยให้จิตวิญญาณเกิดเมตตา เมตตาจริงๆด้วย คุณธรรมเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เมตตาจริงๆคือ ไม่ปรารถนาร้ายกับใครเลย แม้จะมีใครปรารถนาร้ายกับเรา หรือเขาทำร้ายเราจนขนาดนี้ ถ้าเราตาย เราก็ไม่มีโกรธตอบ ไม่ผูกพันไม่อาฆาตต่อ เอาสิเลย นี่คือสุดยอดของจิตวิญญาณของคนที่ดีที่สุดแล้ว พระพุทธเจ้าอบรมสร้างสรรค์ให้คนเกิดเมตตา อย่างที่ว่านี้ได้ เพราะฉะนั้นเมตตานี้ก็เลยแสดงออกเป็นสาราณียธรรม แสดงออกทางกายกรรม ชาวอโศกแสดงออกทางเมตตากายกรรม มีแต่สงเคราะห์ ช่วยเหลือ สร้างสรรค์กับเกื้อกูล แล้วก็ไม่เห็นแก่ตัวไม่สะสมอีก สร้างสรรค์เกื้อกูลเสียสละไม่เห็นแก่ตัว นี่คือสุดยอดเลยที่จะเป็นประชาธิปไตยที่สุดยอด มหาประชาธิปไตย อภิมหาประชาธิปไตย ตัวจริงเลย เป็นอภิมหาประชาธิปไตย เพราะจิตมีคุณสมบัติ สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ วิญญาณไม่เห็นแก่ตัว ไม่มีตัวตน คำว่าจิตวิญญาณไม่มีตัวตน เป็นเครื่องรับประกัน จะเห็นแก่ตัวก็เห็นแก่ตัวน้อยลงที่สุดเลยโดยสัจธรรม ฝึกหัดอบรมแล้วจึงจะเป็นคนจริง เพราะฉะนั้นคนจริงที่ทำงานอยู่ในสังคมประเทศชาติขณะนี้ เมืองไทยเป็นเมืองพุทธเมืองไทยเป็นเมืองโลกุตระ แม้นักการเมืองจะไม่สนใจ ชาวอโศก ไม่สนใจคำอธิบายธรรมะของอาตมา นักการเมืองก็ยังมีคุณธรรมมาแต่ดั้งแต่เดิม ซึ่งอาตมาเคยพูดว่าเมืองไทยเป็นศาสนาพุทธมาตั้งแต่สร้างประเทศ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็มีผู้นำพาโลกุตระเข้ามา ลงมา กระจายลงมา ปลูกฝังลงไปให้แก่สังคม เป็นระดับๆๆ ตั้งแต่พระเจ้าแผ่นดินรุ่นก่อนๆมา พ่อขุนรามคำแหง พระนารายณ์มหาราช มาเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึง พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และอาตมานี่ก็ยืนยันที่ได้จริงด้วย เป็นผู้ที่นำโลกุตระขึ้นมาเปิดเผย ทั้งเนื้อหา ทั้งความเป็นจริง ทั้งรายละเอียด ทั้งคำ อุเทส อธิบาย ชี้แจง อาตมาเป็นไก่ตัวพี่ในยุคนี้ ซึ่งเข้ามายืนยันสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้ อาตมาพูดไปมากก็ไม่ดี ว่ามีธรรมิกราช 2 องค์ก็แล้วกัน แล้วก็ปลูกฝังหรือสถาปนาลงไปในสังคมไทย _สู่แดนธรรม... ผมขออนุญาตสรุปช่วงนี้ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ พ่อท่านได้อธิบายถึงคุณธรรมที่พัฒนาจากสาราณียธรรมแท้ๆ และไปเข้าถึงศาสตร์ของมนุษยชาติ พ่อครูว่า... อาตมาสรุปมาหลายทีแล้วแต่ก็ยังไม่ชัด เพราะว่าพระพุทธเจ้าไง พระพุทธเจ้านี้ในชีวิตของพระองค์ ท่านศึกษาความเป็นมนุษย์กับความเป็นสังคม สั้นๆแค่นี้น่าจะชัดเจน แล้วท่านก็รู้ว่า ถ้าเป็นคน ความเป็นมนุษย์เป็นคนดีที่สุดเป็นอย่างนี้ ต้องให้ได้คุณธรรมอย่างนี้ จิตวิญญาณต้องบริสุทธิ์สะอาดอย่างนี้ และมีพฤติกรรมอย่างนี้ สังคมที่ดี คืออะไรอย่างไร ท่านศึกษามนุษย์กับสังคมที่ดีที่สุด แล้วท่านก็ทำให้เกิดสังคมที่ดีที่สุดกับมนุษย์ที่ดีที่สุด นี่คือ 2 สภาพ เรียกว่า เทฺว ภาวะยิ่งใหญ่ คู่ยิ่งใหญ่คือ มนุษย์กับสังคม ดีที่สุด สรุปแล้วนี่แหละ พระพุทธเจ้าค้นพบอันนี้แล้วเอาอันนี้มาเป็นสูตรสอนทั้งหมดเลย มนุษย์จะต้องมาเอาอันนี้ทั้งหมดเลย ไม่ว่าที่ไหน _สู่แดนธรรม... หลักธรรมของพระพุทธเจ้า จึงไม่ใช่ให้แต่พระภิกษุศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น นักการเมืองก็ควรเป็นด้วย พ่อครูว่า... เป็นตัวสำคัญเลย นักการเมืองกับนักธรรมะเป็นอันเดียวกัน เพราะฉะนั้นต่อไปประเทศไทยจะมีพระอรหันต์ได้เป็นนายกฯ _สู่แดนธรรม... บางคนบอกว่าจะเป็นไปได้อย่างไร พ่อครูว่า... เป็นไปแล้วอาตมาพูดแล้วว่าพลเอกประยุทธ์เป็นอรหันต์ แล้วพูดไปแล้วบอกไปแล้ว แต่คนเข้าใจอรหันต์มันเป็นอะไรอย่างนั้น เดาส่งโมเมด้วย อรหันต์มีหลายขั้น โสดาอรหันต์ สกิทาอรหันต์ อนาคาอรหันต์ อรหันต์ของอรหันต์ เพราะฉะนั้น ถ้าเอาจริงๆแล้ว ลองจับดูเลย พลเอกประยุทธ์อายุตั้ง 68 ปี คุณประยุทธ์ผิดศีลอะไรบ้าง ศีล5 บริบูรณ์ไหม อย่าเอาปลีกย่อยเล่นหัว เอาปฏิบัติเรื่องจริงจังที่ปฏิบัติกับมนุษยชาติกับสังคม โกหกเล่นๆหัวเล็กๆน้อยๆ ก็พอเป็นไป เอาอย่างใหญ่ๆ เขาซื่อสัตย์บริสุทธิ์ ทำสะอาดมา 8 ปี เทียบกับทักษิณคนละขั้วเลย คนหนึ่งเป็นเหว คนหนึ่งท้องฟ้าเลย ทักษิณกับประยุทธ์อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น จึงบอกว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่มีของจริง มีคนจริง นี่เป็นวาระของพลเอกประยุทธ์จะต้องเป็นผู้แสดง ซึ่งในยุคนี้มีประยุทธ์อยู่ 2 ประยุทธ์ อาตมาก็เคยพูดไปแล้วว่าประยุทธ์ทางธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์มหาประยุทธ์เป็นผู้เด่น ทางนี้ก็จะมีพลเอกประยุทธ์เป็นผู้เด่น ประยุทธ์แปลว่า รบ นะ แต่ที่นี้มาหาประยุทธ์เขาก็เอาตัวยุติ สงบ รบเพื่อความสงบ หรือรบเพื่อความรุนแรง เพื่อความเดือดร้อนวุ่นวายต่อไปอีก มันก็มี 2 นัย รบเพื่อความสงบ อย่างพลเอกประยุทธ์นี่รบเพื่อความสงบ หรือแม้แต่ท่านสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ท่านมหาประยุทธ์ ท่านพยายามที่จะยืนยันความสงบ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นสัจธรรม พวกนี้อาตมาจะต้องสาธยาย ซึ่งมันก็จะต้องไปกระทบคนนั้นคนนี้ อาตมาก็ต้องทำตามที่พระพุทธเจ้าว่า นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ ปคฺคเณฺห ปคฺคหารหํ ควรข่มคนที่ควรข่ม สิ่งที่ต้องแก้ไข ควรแก้ไข ยกย่องคนที่ควรยกย่อง สิ่งที่ดีอยู่กับมนุษย์แม้แต่วินาทีเดียว มันก็ไม่เป็นปัญหา แม้จะอยู่ไปอีก 100 นาที แม้จะอยู่ไปอีกนิรันดร สิ่งที่ดี มันก็ไม่ต้องไปแก้ไขอะไร สิ่งที่ดีมันก็ไม่ต้องไปแก้ไขอะไรนี่ มีแต่จะให้ดียิ่งขึ้น ส่วนความไม่ดีนั้นแม้แต่มีนิดหน่อย ก็ต้องรีบเอาออกให้หมด ยิ่งมีความไม่ดีมากๆแล้ว ถ้าไม่รีบขุด ไม่รีบโกยไม่รีบกระทุ้งกระแทกกระเทือนกันออกมา ให้รู้ตัวให้รีบแก้ไข ถ้าไม่ทำอย่างนั้น มันจะเป็นอย่างไร มันจะไปเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร _สู่แดนธรรม... เขาบอกว่าเป็นเรื่องของคุณ พ่อครูว่า... เรื่องของคุณ คุณก็ไปอยู่กับพวกเชน ออกป่าไปลิบลับไป แต่นี่คุณจะอยู่กับสังคมเป็นตัวเอ้ของสังคม เป็นผู้นำสังคม เป็นผู้ใหญ่ของสังคมจะให้คนนับถือในสังคมด้วยแล้วกัน มันผิดมันก็แย่สิ มันต้องแก้ ผิดก็ต้องแก้ ถ้าไม่แก้ ตัวเองก็ไปไม่ออก เพราะโดยสัจจะแล้ว มันมีหนึ่งเดียว ถูกมีหนึ่งเดียว ต้องไปอ่านจูฬวิยูหสูตร สัจจะมีหนึ่งเดียวเท่านั้นแหละ มีคู่เทียบ 1 คู่เทียบที่ตรงข้ามกัน กับคู่เทียบที่ใกล้กันมาก คู่เทียบของหนึ่ง 1 คู่เทียบที่เป็นรองแชมป์ ใกล้กันมาก กับ อีกหนึ่งคือ คู่ที่ตรงกันข้ามเลย นี่คือ คู่เทียบของผู้สูงสุด เป็นหนึ่ง _สู่แดนธรรม... แต่ผู้สูงสุดนั้น หาผู้ใดมาเทียบไม่ได้ พ่อครูว่า... ศัพท์หนังกำลังภายในคือไร้เทียมทาน ไม่มีผู้ใดเทียมทาน _สู่แดนธรรม... พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่มีพระพุทธเจ้าองค์อื่นมาเกิดใกล้ๆ พ่อครูว่า... ขออภัยแม้แต่อาตมาเกิดในยุคนี้ ก็ยังไกล ยังมีคนไกลอาตมามาก ไม่มีใครมีภูมิใกล้อาตมา มีแต่คนที่ไกลอาตมาทั้งนั้น ในคุหัฏฐกสูตรว่า ยังไกลวิเวกอีกมาก ไกลความสงบ จะเป็นตัวรวนความสงบด้วย _สู่แดนธรรม... การสร้างสังคมที่เจริญแบบนี้ ผู้จะมาสร้างมาทำต้องมีบารมี เป็นอรหันต์มือใหม่ทำไม่ได้แน่นอน พ่อครูว่า... แล้วก็ขอขยายความตรงนี้อีกนิดนึง ผู้ที่จะทำตนเองแล้วก็ทำสังคมสร้างสังคมได้ ก็จะต้องเป็นผู้มีความรู้ ใน อุปธิ 3 1. กิเลส 2. ขันธ์ (ขันธ์ต่างๆ เช่น ขันธ์ 5 ) 3. อภิสังขาร อภิสังขารเป็นในทางเลวก็ได้ แต่ในความหมายที่เราจะต้องเข้าใจแล้วก็ทำให้ได้คือ อภิสังขารไปในทางประเสริฐ ในทางดีในทางยิ่งใหญ่ เช่น ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร อภิสังขาร คือ ทำจิตปรุงแต่งกันระหว่างธาตุ 2 คือรูปกับนาม ให้เกิดพลังงาน พลังงานที่ยิ่งใหญ่ ก็เป็นพลังงานฌาน เป็นต้น พลังงานเผากิเลสได้ จะเผากิเลสได้ก็ต้องจับตัวเอาผู้ที่จะมาเผาคือโจรใหญ่คือผู้ร้ายที่สำคัญ ทางธรรม ผู้ก่อให้เกิดกิเลสนั่นแหละ คือผู้ร้ายที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ก่อให้เกิดกิเลสในสังคมมนุษย์ หรือตัวกิเลสเองนั่นแหละ เพราะฉะนั้น อุปธิ 3 ฆ่ากิเลส ปุญญาภิสังขาร ปรุงแต่งพลังงานให้มันเกิดบุญ ปุญ คือ พลังงานที่เป็นเพชรฆาตฆ่ากิเลส มือเด็ดขาด มือสุดท้ายจากฌาน ได้ฆ่ามาเรื่อยๆ ฌาน 1 2 3 4 จากพลังงานไฟที่เผามาเรื่อยๆ พอถึงฌานที่ 4 ก็ทำงานประหารกิเลส บุญ ประหารเป็นมือสุดท้าย จะจะตายหรือไม่ตาย เจอมือบุญแล้ว ประหารมือสุดท้ายแล้ว กิเลสไม่มีทางกลับมาเกิดอีกเลย นี่คือความรู้ที่ได้ผิดเพี้ยนไปจากคำว่า บุญ ปุญญะ แล้วก็กลายเป็นสภาพ 2 คู่กับบาป จริงๆแล้ว บุญมีลักษณะ เอกังสะ โดยส่วนเดียว One Way Traffic ไม่มีทางโค้งกลับมาอีกเลย ตรงแล้วหายไปเลย เป็นนิวเคลียร์ฟิชชัน ตรงไปแล้วหายไปเลย ไม่มีการโค้งกลับมาอีกเลย ไม่เป็นบูมเมอแรง ไม่มีโค้งไม่มีงอ ไม่มีลูป ไม่มีรีเทิร์น ไปลิ่วเลย หายไปเลย เพราะฉะนั้น บุญเมื่อฆ่ากิเลสจบแล้วเป็น 0 ถึงเข้าใจคำว่าบุญกันไม่ได้ง่ายๆ ผู้ที่ยังเข้าใจคำว่าบุญไม่ได้ บรรลุธรรมไม่ได้ เพราะสร้างพลังงานที่จะประหารกิเลสหรือถอนอาสวะไม่ได้ ไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้ในการที่จะสร้างปรุงแต่งพลังงาน แม้เป็นฌาน จะเป็นสัมมาทิฏฐิไหม ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิที่จะเป็นฌานที่ 1 2 3 4 จะเข้าหาบุญ เพราะฉะนั้นจะรู้ว่า บุญ ประหารมาแบบนี้ ก็ต้องกิเลสของตนมันถึงจะชัดเจนแล้วก็ต้องฆ่ากิเลสของตนเองจึงจะชัด เพราะฉะนั้นผู้ใดไม่ได้เรียนรู้กิเลสของตนและไม่ได้ฆ่ากิเลสของตน แล้วผู้นั้นจะไปสอนคนอื่นให้รู้กิเลส แล้วก็ให้ฆ่ากิเลสของเขาได้อย่างไร มันไม่ได้ มันเป็นนามธรรมที่ไม่ใช่จะรู้ได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นเอามาทำของตัวเองก็ต้องรู้เป็น สักกายะของตัวเองก่อนแล้วก็ทำกับ สักกายะของตนก่อน ฆ่ากิเลสให้ตาย บัญญัติที่ใช้คำว่า ปุญญาภิสังขาร หมดก็เป็นอปุญญาภิสังขาร ปุญญปาปปริกขีโณ มีพยัญชนะ เลิกบุญเลิกบาป กำลังจะทำต่อไปจนมีแต่กุศล พระอรหันต์จึงทำต่อไปมีแต่กุศล ไม่มีบาปอีก บุญ ก็ไม่ต้องใช้ พระอรหันต์คือผู้ที่หมดบุญหมดบาปแล้ว _สู่แดนธรรม.. กุศลที่ท่านทำแต่ละชาติจึงทำให้เป็นโพธิสัตว์ พ่อครู...ใช่ไม่ทำบาปทั้งปวงทำเป็นกุศล บุญก็ไม่ทำเพราะว่า บุญคือการฆ่ากิเลสของตัวเอง บุญ ไม่ต้องไปฆ่ากิเลสของคนอื่น บุญ คือพลังงานของตนเองเท่านั้นที่ฆ่ากิเลสของตนเอง บุญ ไม่ไปอาละวาดใคร ไม่ไปละลาบละล้วงใคร สอนให้คนอื่นเขาทำของเขาเองให้เขารู้แล้วเขาทำบุญของเขาเอง ทำพลังงานในตัวเองให้เกิด แล้วคนที่มีตัวเองเป็นปัจจัตตังก็จะรู้ความจริงว่า อ๋อ มันเป็นเช่นนี้เอง อ๋อ เป็นอย่างนี้เอง เป็นอย่างไร ปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ คุณจะรู้ของคุณเอง ไม่มีใครบอกใครสอนเลย อาการรู้เอง เป็นของตัวเองรู้ด้วยตัวเองแล้วไม่ต้องเชื่อใคร ไม่ต้องให้ใครบอกใครสอนอีกแล้ว เพราะทำเองได้แล้ว นี่แหละ มันเป็นตัวเอง เป็นเองๆๆเลย เพราะฉะนั้นในคุณธรรมที่เราพูดกันไป มันเหมือนง่าย แต่คนที่ฟังดีๆจะรู้ว่าไม่ง่ายมันยาก แต่มันไม่ยากหรอกมันง่าย 1. มันง่าย 2. มันยาก 3. มันไม่ยากหรอกมันง่าย คุณทำได้แล้วมันง่าย 651010 วัตถุ พฤติกรรม และจิตวิญญาณของความยุติที่ยิ่งใหญ่ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 58

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน