เยื่อใยสุดท้ายของพุทธศาสนา.pdf

โฟลเดอร์หนังสือธรรมะพ่อครู
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์250 KB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2540

เนื้อหาในไฟล์

เยือใยสุดท้ายของพุทธศาสนาโดย พอทานสมณะโพธิรักษ วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๖ ณ พุทธสถานปฐมอโศก เอาทีนี้เรามาฟงธรรมะกันตอ วันนี้วันกินขาวหาดนะ วันนี้เราแมแตไหนๆ ที่พวกเรานี่ ก็จะมีวันเหมือน ประเพณีนะกินขาวหาดนี่ เปนวันที่อาตมาเจตนาจะใหเกิด เปนจารีตประเพณีของเรา เปนวันที่ผอนคลาย ขณะนี้ก็ในที่ตางๆไมวาจะสีมาอโศก ศีรษะอโศก สีมากินขาวไร ศีรษะกินขาวนา สันติฯกินขาวหอง มีนักเรียนเปนหลัก ที่สันติฯนี่กินขาวหอง เขาก็สนุกของเขาเหมือนกัน มีญาติโยม มีผูปกครองนักเรียน อะไรนี่มารวมมือรวมสนุกอะไรตออะไรดวย กินขาวหอง สนุกกันไปอีกอยาง สันติฯกินขาวหอง มันไมมี ที่แลวสันติฯ ละนะวาสนาบารมี ยังอุตสาหไดกินขาว หรือวาไดสังสรรครวมรวมกัน เปนสันทนาการ อยางหนึ่งนะตามประสาของพวกเรา แลวมันจะเกิด มันจะเปนรูปเปนเรื่อง เปนราวเปนอะไร ก็เหมือนกับ โลกๆ เขามาสังสรรคกัน แลวเขาก็มีสถานที่นัดแนะกัน เดี๋ยวนี้ก็พบปะ meeting อะไรกันนี่ เขาก็ไปใชโรงแรม เปดหองกวางๆมีสนุกเฮฮารื่นเริง ก็มีกินขาว กินน้ํา มีรองมีรํา มีเลนมีเรื่อง สนุกสนานอะไรตออะไรก็แลวแตเปนการบันเทิงสวนของเขาเราก็ฉันเดียวกันแหละนะ เพราะวาคนเรานี่ มันขาดไมไดหรอก ซึ่งกรรมวิธีที่จะมาสังสรรคกัน รวมกัน รวมกันแลวทําใหเกิดความสนิทสนม อาตมาก็พยายามอธิบายนะกินขาวหาด ก็บอกวาอยาเกาะแตกลุมนัก ใครมาก็กลุมใครกลุมมัน จุกอยูอยางนั้นแหละ ไมสัมพันธกัน ไมสนุกสนานรวมกัน ไมทําความรูจัก มักจี่อะไรกันใหมันเปนการกระจายความสัมพันธ ที่เปนสัมพันธอันดีงาม ทั้งๆที่พวกเรา ก็กินขาวหาดนี่ มันก็มีรสชาติอยางประเภทของเราแหละ จะสนุกสนานก็ขนาดนั้น จะรองจะรําอะไร จะเลนจะหัวอะไรกัน ก็ประมาณนั้นอาตมาก็ด

อ่านต่อ

ูๆ อยู ถามันมากไป ก็จะปรามกัน แตนี่มันก็ยังไมไดมากไปอะไรหรอก ก็พอเปน ไปได ตามฐานะของเราซึ่งขางนอกเขามาดู หรือคุณไหนก็แลวแต พวกเราก็แลวแต ที่มีการติดรสชาติ ที่จัดจานอยู ดูแลวมันก็จืดๆมันไมหวือหวาพอที่จะถึงกับกิเลสขึ้น เหมือนกับไปดูไมเคิล แจ็กสัน อะไรนี่ มันไมหรอกรับรองยังไมหัวปรุหัวปาอยางนั้นหรอก มันก็เปนไปตามประสาของพวกเราเพราะฉะนั้น ถาเราเขาใจเสียแลว แลวคนที่พวกเราที่จะพอรูแลว ก็เราก็ทําจิตใจของเรา ใหพอประสานรวมมันไมชอบ เราก็ตองฝกความรับ ยอมรับเรียกวายินดี ยินดีไมใชชอบทีเดียวหรอก ไมใชดูดดึงทีเดียวหรอกหมายความวา เราไมปฏิเสธ แลวเราก็ยินดีที่จะรวมอนุโลม ปฏิโลมกันได เปนไปไดนะ แลวก็ สมมติตาม กันไดบอกวานี่สนุกสนานนะ นี่เปนไปดวยดีนะ เปนไปดวยไปวา ก็เรียกวา มันเหมือนกับปรุงรสหนอย แลวละนะไอวิธีการนะ มันก็ปรุงรสอยูในตัวของมนุษยชาติ รสของเรา ก็ขนาดนี้สิ ยินดี พอใจกัน เปนไปได รวมไมรวมมือกัน จะเรียกวา มีมารยาทสังคมดวยก็ไดที่จริงนะ เขาไมเกิดรสเกิดชาติอะไรกันเต็มที่ บางสิ่งบางอยางหรอกเรื่องที่เขาเคยมีมานี่นะ ใครเคยไปเปนงานในงานสันนิบาตฯ คุณฟงดีๆ นะ งานสันนิบาต เปนงานสังสรรคชุมนุมใหเกียรติ หรือวา มีงานอะไรสําคัญนี่ ก็มีอาหารหรูหรา ฟูฟา ทุกคนตองแตงตัวไป เพื่อที่จะใหมันเกิดเกียรติ เกิดความสัมพันธอันดีโอโหเตะ งานสันนิบาตฯนี่งานใหญมาก เปนงานพิธีของ จัดงานสังสรรค มีเลี้ยงอาหาร มีบรรเลง มีดนตรีก็จัดชั้นหนึ่ง ที่จะเปนเกียรติสูง อาหารก็จัดชั้นหนึ่ง อะไรๆ ก็เปนการสังสรรคที่ชั้นหนึ่ง คนที่ไป ไปถาม เขาเถอะเมื่อยชิบเปงเลย จะบอกให เตะซะไมมี ตองถือแกว แกวอะไรตออะไร ตอง โอโห งานสันนิบาตฯ นี่นะ หือวางมาดกัน คือขมเบงกันในที แตสังสรรคกันนะ วิธีการเดียวกันแหละ จะเห็นไดวา ยิ่งสูงเทาไหร ยิ่งเมื่อยยิ่งมารยา ยิ่งมารยาท ยิ่งเกกที่สุด แตเขาตองทํา ฟงใหดีนะ เพราะฉะนั้น เรานี่ก็เหมือนกัน ฉันใด ก็ฉันนั้นนะคือคนเราตองพยายาม ตองรู นี่ขนาดคนโลกเขานะ เขายังเขาใจ และเขาตองทํา เพื่อความ สัมพันธอันดีแลวเขาก็ทําความรูจักกัน ก็มีบทบาทลีลา เปนเรื่องของสังคม เปนพิธีการเพราะฉะนั้น เราก็ตองรูวา การอนุโลม ปฏิโลมเปนการขัดเกลาชนิดหนึ่งนะ แตเขาอยูกันไดไหม สังคมเขา อยูกันไดเขาอยูกันได แลวเขาทําใหดีที่สุด ใหเปนการสัมพันธกันดี เปนรูปเปนแบบ เปนจารีตประเพณี เปนวัฒนธรรมนี่เรียกวาวัฒนธรรมสังคมชั้นสูงของโลกนะ มีทั่วโลกนะ งานสันนิบาตนี่ สันนิบาตนี่ เปนเรื่อง ของทางการพิธีการของผูใหญ ของงานทางการ เปนรัฐพิธีเลยนะ งานสันนิบาต นี่ งานใหญๆ เขาถือเปนงานสันนิบาตฯที่จะตองไป ขาราชการผูใหญของนั่นของนี่ ไดรับการเชิญไปรวมมือกัน ไปรวมสังสรรคกัน ไปใครมีเมียก็ตองเอาเมียไปดวย ไปรวมงานสันนิบาตฯ โอ ยิ่งใหญ มี partner ตองมี partner มีอะไรแลวก็ตองใชมารยาทสังคม ฝนนะ ไมใชไมฝน แตก็ตองสังสรรคกันอะไรตออะไรกัน ใหดิบดี กลับบานนี่ โอยปวดเมื่อยกัน เตะกันไมมีละ เขาตองฝนในสิ่งนี้ มันไมไดเปนรสชาติเต็มที่ เตนดีด ไมไดไชเต็มที่หรอกมันจะมีการสังสรรค ตั้งแตรูปแบบอยางนี้ไปจนกระทั่งสังสรรครุน สังสรรคอะไร โอโห สังสรรครุนนี่ เรียกวาทั้งแรงทั้งกา เตนดีดปลอยหมด มันเพื่อนสนิท สังสรรครุนนี่นะ เพื่อนรวมรุน มาเจอ กันนี่ โอโฮ เตนดีดไปเอะอะมะเทิ่งเฮฮาไป จริงใจ มันก็มีเหมือนกัน ก็เปนมารยาท อยางนั้น เหมือนกัน ถาเผื่อวาผูใดเตะหนอยก็จะมีการมีมารยาทแบบเตะ ในเพื่อนรุนนี่แหละ สังสรรคอยาง รุนนี่แหละ มีการเบงขมกันในทีมีการไอโนนไอนี่ในที แมแตอาตมา อาตมายังเคยจําไดเลย เพื่อนรุนไปนี่ เราก็เตะนะ อวดเบงใหญที่อาตมาเลาๆ อะไรประกอบนี่ เพื่อจะใหเห็นวาสังคมของมนุษยชาตินี่ ตองอาศัยตั้งแตดึกดําบรรพ ถาระลึกออกมนุษยพวกคนปาคนอะไร เขาก็มีการรวมกัน แหม สนุกเฮฮา ทําอะไรได หรือวามีประเพณี จารีต ประเพณีวันอันนั้น งานอันนี้ของเขา เปนวันสําคัญอะไรของเขา อะไรอยางนี้ ซึ่งเปนการนัดแนะกัน เพื่อที่จะได มารวมกันสัมพันธกัน จุดสําคัญที่สุดก็คือ การวมสัมพันธ สรางความสนิทสนม กลมเกลียว รูจักกัน หรือจุดที่มันเปนไปโดยธรรมชาติ ก็คืออะไรที่มันของอกของใจ อะไรที่มันไมสนิทกัน จะไดอภัย จะไดเขากันติดจะไดมีอะไร ก็ถืออะไรเปนตัวคลี่คลาย เปนตัวทําลายจุดตาน จุดที่ไมเปนปกแผน พรอมกันนั้นมันก็อาศัยความรื่นเริง บันเทิงพวกนี้ เปนกระสายนะ ไดคลาย คนเราก็รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส นั่นแหละเพราะฉะนั้น ก็ทางหู ทางปาก ทางลิ้น ทางตา มีอะไรที่จะใหบันเทิง ทางตาก็ใหดู ทางหูก็ใหฟง ที่จะเปนรสอรอยทางปากก็ใหอรอย นะ ทางจมูก ทางสัมผัสอะไรก็วาไป ตามที่จะเปน ความสุข มันก็มีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสนั่นแหละ ก็พอเปนไป อนุโลมกัน เทาที่เรามีขีดขั้น ทีนี้ทางโลก เขาไมมี limit การกําหนดวา อยาใหมาก อยาใหเกินเขามีแตเพิ่มขึ้นๆ เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น เขาจะเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ ตามที่เขาจะทํา เพราะฉะนั้นที่อาตมายกตัวอยางใหมา จะเห็นได อยางงาน สันนิบาตินี่ เขาปรุงกัน อยางชั้นสูงนะ เพราะฉะนั้น เขาจะจัดแมแตดนตรีการ แมแตโนนแตนี่ ก็จะเปนมาด เปนอะไรที่หรูหรา ฟูฟาชั้นหนึ่ง ชั้นยอดอะไรของเขา ก็จะทําไปแมแตการตบแตงใหเห็นสวย เห็นงาม ดอกมงดอกไม สีแสง แสงไฟ โนนนี่ โตะ ตั่ง เตียง ที่นั่ง ที่นั่น โอย เขาก็จัดกันอยางสันนิบาติ ก็คืองานเรียกวา ทํากันอยางหรูหรา รองลงมาอื่นๆ จะเปนงานใหญงานนั้นงานนี้ซึ่งเปนงานรวมสังสรรคอะไรพวกนี้กันก็ตาม ก็ตามฐานะ ขั้นตอน ของสังคม ที่เขาเปนขั้นเปนตอนมันมีอยูหลากหลาย จนกระทั่งถึงชุมนุม จนกระทั่ง ถึงมีงาน สังสรรค สวนแตละกลุม แตละหมู สังสรรคกันถึงขั้นmeeting อยางที่วานี่ มันเปนงาน เปนการกระทํา ของมนุษยที่ใหเกิดการสังสรรค แลวฝนเพราะฉะนั้น ผูดีชั้นสูงแลว แมแตโลกเขา เห็นไหมนัยเดียวกัน ก็ตองฝน เราเปนนักธรรมะ เราก็ตองรูวาถาเราไมชอบ แตงานนี้เพื่อสังคมกลุม เราก็จะตองทําใจของเรานี่ใหละลด ปลอยวางซิวา ทําไมเราไมชอบมันไปเปนประโยชน เพื่อกลุมของเรานี่แหละ ถาเราตกลงแลววา กลุมนี้คือกลุมนี้ เราก็ตองอยูกับกลุมนี้ ชาติไทยมีงานอันนี้ เราก็ทํากับอยูกลุมของชาติไทยนี่แหละ ยอลงมาจนกระทั่ง ถึงเราอยูในกลุมของอะไร เราก็ตองจัดของเรา เราก็ตองอยูในกลุมของเรา ในบางอําเภอ ในบางตําบล ในบางประเทศ ในบางหมูบาน เขาก็มีอะไรงานของหมูบาน เหมือนอยางที่อาตมาพูดไปแลวนะ ศีรษะฯก็มีกินขาวนา สีมาฯกินขาวไร สันติฯก็กินขาวหองอะไรอยางนี้ เปนตน ปฐมฯเราก็กินขาวหาด ซึ่งก็เปนไปทําเกิด ถึงเวลาก็อยูไหน ก็ที่นั่น หรือ จะมารวมกันอยากจะไปรวมกันที่ไหนอีก มีจารีตประเพณีอยูแลว เรารูแลว เวลานั้นวันนั้น เขานัดกัน เราอยากจะไปรวมกินขาวนาบาง ก็ไปซิ ถาเห็นวา เออเราไปสังสรรค กับทางโนนบางก็ไดที่ศาลีฯยังไมมีกินขาวอะไรใชไหม ออ ไปรวมกับโยมเถาว กินขาวแกง ออ โยมเถาว โอโหไป ถึงพิษณุโลกโนนเลยหรือ ไปไกลเลยนะ กินขาวแกงโนน มันเปนเรื่องของมนุษย แตละฐานะ เพราะฉะนั้น ผูที่ยังติดอยูผูที่ยังเปนฐานลาง อยางโสดาบันนี่ มันก็ยังมีบันเทิงเริงรมยพอสมควร แตก็อยูในสายหูสายตาพวกเรามีทางออกนะ มีทางออก หรือวามีสิ่งที่เราดูแลควบคุมกันอยูได ไมใหมันเลยเถิด มีผูรูก็ตองดู ตองกําหนดมันมากไป เราก็ติงกัน มันพอสมควร เราก็มีเขตมีขอบ แตทางโลกเขา ไมมีความหมายอันนี้หรอก เขาไมมีเขตมีขอบ แตก็อยูในสัญชาตญาณ หรือวาอยูในสามัญสํานึกเหมือนกันนะ เขามากไป เขาก็จะรูกัน เมาเกินไปเอะอะมะเทิ่งเกินไป บางทีเขาก็เตือนกันเหมือนกัน เลอะเทอะเกินไปนี่ รุมรามเกินไปแลว แตที่ไหน ที่เขาไมมีปญญาเขาจะเลอะไปเลย สังสรรคกัน มีไอโนนไอนี่กัน จนกระทั่ง นอกจากเลี้ยงดูแลว ปูเสื่อ ตอนนี้ลามกหนอยนะอธิบายใหเห็นวา มันเปนไปนะ มันเลวราย นอกจากเลี้ยงดูกันแลวก็ปูเสื่อ ปูเสื่อก็พากันไป เลอะเทอะออกไปทางกาม ทางอะไรตออะไร หนักเขาเดี๋ยวนี้คุณรูไหมวา งานสังสรรค พวกนี้ พวกสนิท พวกชุมชนพวกกลุมนี่เขาจะมีกลุมมีอะไร ถึงขนาดเลอะเทอะ ลามก ถึงขนาด สังสรรค กันนี่ ของเมืองนอกนะเมืองไทยจะมีหรือไมไมรู พอไปรวม รวมกันแลว ตางคนตางผลัดเปลี่ยนกัน เปลี่ยนเมียกัน ลามกถึงขนาดนี้ถือวาเปนการปลอยเปรตกัน ถึงขนาดนี้ พอถึงงานหรือถึงอะไรกัน ตางประเทศมี เมืองไทยจะมีหรือยังไมรูไปสังสรรคกันอยางนี้แหละ เลี้ยงดูปูเสื่อแตกอนนี้ เขาออกไป แบบนั้นนะ ปูเสื่อก็คงไปไปเที่ยงตอพวกนี้เขานะแหละเสร็จแลวเดี๋ยวนี้ทางแบบนี้เขามีกันถึงขนาด เมื่อชุมนุมกัน สังสรรคกัน เสร็จแลว เซ็กสหมูก็มี แลกเมียกันก็มีอยางนี้เปนตน แลกเมีย แลกผัว อะไรกันนี่คือความเลยเถิดที่เละเทะ วัฒนธรรมแบบนี้เกิดแลววัฒนธรรมที่เลว เลวทรามต่ําชาไป เขาก็ทํากัน นี่ก็เลาใหฟงอีกมุมหนึ่ง ใหเห็นวาเมื่อไมมีขีดเขต เมื่อไมมีกําหนด มันก็จะเปนแบบนี้แหละ ปลอยเปรต ก็เปรตใหญไปเลยหยาบคาย ตกนรก หลุมลึกไปดวย อยางนี้เปนตน มันก็ไปกันใหญ อยางนี้เปนตน นี่เลาสูฟงนะเพราะฉะนั้น พวกเรานี่ตองมีผูรู ตองมีผูเขาใจ ก็ควบคุมจารีต ประเพณี วัฒนธรรมของเราขนาดนี้ผูที่ยังปลอยเปรต ขนาดนี้อยู ก็ปลอยเปรตขนาดนี้แหละ ของเรา ก็บันเทิงเริงรมย แคนี้พอแลว มากกวานี้ เราไมเอาสวนผูฝน มันไมสังสรรค เราก็ตองขัดเกลา เราจะตองขัดกิเลส ทั้งชอบและไมชอบใชไหม เพราะฉะนั้นเราเขาใจแลว เราก็ตองทําใหเปนกลาง เราไมชอบ เราก็ตองขัดกิเลส ที่ไมชอบไปสังสรรค เปนไปงานนี้รวมไมรวมมือ เหมือนงานสันนิบาตฯ ที่อาตมาเลาแลว เขาฝนนะ เขาไมไดอยากไป เทาไหรหรอกแตคนอยากไปมีนะ กระดี๊กระดา ฉันจะไดไปเที่ยวไดเตะ ฉันจะไดไปติดตอเชื่อมโยง กับผูใหญ อยางโนนอยางนี้เพื่อผลประโยชนในลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ตองทํานะ มันเพื่อโลกธรรม ฝน เมื่อย แตตองไปเตะ เพื่อโลกธรรมตองไป งานสันนิบาตฯ อยางนี้เปนตน แตเขามุงหมายโลกธรรม ของเรา ไมไดมุงหมายโลกธรรม ของเรามุงหมายโลกุตระ เราก็ตองไปสิ ไปอะไรละ ไปเพื่อขัดเกลา กิเลสเรา นั่นเอง ทําไมเราไมชอบ ทําไมเราไมอดทน ของเขาบางทีกวาจะเสร็จงานนี่ งานสันนิบาตฯ โอโห เตะ เมื่อไหร มันจะเลิกสักทีวะ เมื่อยเต็มทีแลว อยากจะกลับไปนอนกลับไปถึงนอน โอ เพลียเลยนะ มันเตะ จริงๆ เตะจริงๆ แตงแทกซิโด ตองยืนอกตั้ง อยางนี้นะ ถือโอโหบางทีเมืองไทย ยิ่งเมืองไทย รอนก็รอน ไมใชไมรอนนะ รอนยังไงก็ไมรูละนะในสนาม บางทีมันไมใชหองแอรหองเออ อะไรของมันนี่ มันรอนนะ บางทีในสนาม เขาจัดในสนาม ไมใชหองแอร ถาในบางทีก็จัดในสถานที่ที่มีแอรก็แลวไปเถอะ ในหอง ในหับอะไร งานสันนิบาตฯ บางทีนี่เตะ เขาก็ยอม เพื่อโลกธรรม แตของเราก็ยอมบางซิ เพื่อโลกุตระ ฝกปรือ แลวก็อดทน พวกเราก็ยังไมเขาใจกันถึงที่ ก็บางที พอ อาตมาพูดบาง ไกลหนอยเอาแลวตามใจ ตัวเอง ลงภพ ลงอัตตา ลงมานะ อยางเกา ก็เปนไปอยางนั้นเพราะฉะนั้นมันก็มีทั้งขัดเกลา ฝน แลวก็ทําใหมันเกิดวางใจ จนกระทั่งเขาวางใจได แลวเขาก็พยายามนะจนกระทั่งบางคน ถาหลงโลกธรรมมาก เห็นแกโลกธรรมมาก คนนั้นเขาก็ชอบ หรือยินดีในงานนั้น เขาก็ชอบจิตใจก็เปนฉันทะ เปนยินดีได เพราะเขาไดสิ่งที่ตอบแทน คือโลกธรรม สมใจเขา ของเรา ถาเราทําแลวเราไดโลกุตรธรรม สมใจเรา เราก็จะเกิดฉันทะเหมือนกัน เราไดขัดเกลา เปนโลกุตระของเรา เราก็จะไดฉันทะเราก็จะมีจิตอยางนั้นเหมือนกัน วางได เราก็จะมีฉันทะ แลวก็จะเห็นจิตดี เห็นอะไร ตออะไรอาตมาไมใชอาตมาไมเมื่อยนะ เวลางานกินขาวหาดทีหนึ่ง แตอาตมาไมไดเบื่อ ไมไดเซ็ง ไมไดอะไรแลว อาตมาก็พยายามใหมีฉันทะ ซึ่งอาตมาวาอาตมาวางใจได แลวก็อาตมาจะใหใจอาตมาเปนอยางไร อาตมาก็ทําอาตมาไมไดทุกข ไมไดทุกขเกินการ แตมันก็ทุกขสภาวะเทานั้น จะวาเหงื่อไหล มันก็ไหลนะ มันก็รอนรอนก็ถึงขั้นที่ตองทําอยางโนนอยางนี้อะไร ที่จะเปนประโยชนคุณคาบาง อาตมาก็ทํา อยางนี้ เปนตนนี่ก็เลาละเอียดใหฟงเพิ่มเติมขึ้น ในความหมาย หรือเปาหมายที่เรากระทําอะไรตออะไรกันอยู ไมใชอาตมาทําเลนวัน ๒ วัน ทําไปเรื่อยๆ ตอไปอีก เมื่อไหรๆ ก็ทํากัน เราก็มีการรื่นเริงบันเทิง หรือรวมกัน สังคมเราจะกวางขึ้นกวานี้อีก มันจะมีอะไรกวานี้อีก ก็คอยดูไป ตามประสาที่เราเห็นวามาก มันจะมีเอง ปญญาของเรามันจถวงดุลกันเอง คนที่ไมชอบนี่ มันมากไปนี่ จะเปนคนที่มีสัญญา ปรามกันเอง จะตัด จะติง จะเตือนอะไรกันเองมันเปน คนที่ไมใหฟุงเฟอฟุมเฟอยไปมาก มันจะควบคุมกันไปในตัวเอง สวนคนที่ มีกิเลสมากหนอยมันก็จะพยายามจะปรุงออกมาเรื่อยแหละ จะเพิ่มเติมออกมาเรื่อยเอง แลวมัน ก็จะควบคุม ไปในตัวของมันตามสัจธรรมของแตละกลุม แตละหมูแตละแหงเพราะฉะนั้น หมูไหนที่เลวราย อยางที่อธิบายไปแลว มันก็จะพากันเลวรายไปจนกระทั่งเห็นไหม อยางที่อาตมาเลา ถึงวาบางหมูบางกลุมสังสรรคกันแลว ก็เละเทะกันไป ทางกามนั่นแหละ ไปทางไอนี่ มันไปทางกามปลอยเปรตอยางขนาดหนักไปเลยอยางนั้น มันก็เปนเรื่องเปนไป ของพวกเราก็ตองดูแลกัน แลวก็พยายามทําใหมันอยูดี ใหมันเปนไปในสังคมไหนๆ ก็มี ถาเรานึกถึงตั้งแตโบราณกาล ตั้งแตคนปาคนดอยอะไร เขาก็มี กองไฟกลางๆ เขาก็มานั่ง เอามากิน ก็อรอย เตน รํา รอง เขาก็มีแคนั้นนะ ของคนโบราณใชไหมละ ก็มีรอง รํา สนุกสนาน กันไปอะไรจนกระทั่งกลายเปนที่ บางที่บางแหงกลายเปนที่มองหนุมๆ สาวๆ ก็มารวมงานนี้ แลวก็จีบกัน อะไรของเขานี่ทางโลกเขาก็เปนอยางนั้น แตของเขาก็คงไมใชอาศัย ถึงขนาดเปนที่จีบกัน จนเกินไปละนะ พวกเราก็วากันไปอยางนั้นนะ ใหมันพอสมเหมาะสมควรตามฐานนี่เปนเรื่องในรายละเอียด ที่อาตมาจะขยายความอะไรตออะไรใหฟง เรามีความเปนอยู จะมีทั้งพิธีกรรม อยางนี้ เราเรียกวาจารีต ประเพณี หรือพิธีกรรมก็ได มีทั้งกิจกรรมซึ่งเปนการงานของมนุษยชาตินะ อยางนี้แหละอยางที่อาตมาเลา กินขาวหาดนี่ มันเรื่องของพิธีกรรม จัดไปในทางนั้น เราก็มีทั้งกิจกรรม ที่เปนการงานการงานของเราทุกวันนี้ ก็เกิดสัมมาอาชีพ เกิดสัมมากัมมันตะ จะเริ่มงานนั้น จัดงานนั้น เปนอาชีพ อยางนั้นทําอันโนนอันนี้ขึ้นมา นะ มีการทั้งผลิต และการคาขายตอนนี้ก็คงเหน็ดเหนื่อยกันมา เมื่อวานนี้ยังไงละ ชมร.ขายไดเทาไหรละเมื่อวานนี้ หรือวาสลบไสล ไมมาฟงไมมาทําวัตร ชาวชมร.ฯลฯเราก็ตองทําอาหาร ทําโนนทํานี่ทําเขาครัว หนาเตาอะไรไป เราไมเหมือนเขาทางโลกเขา เขาได เขาควรจะไดเยอะๆ นี่ เขาขูดรีดนะ จานละ ๓๐ จานละ ๕๐ ดีไมดีเขาขายกันจานละรอยละพันนี่ เขาก็ไดเงินแสนเงินลานอะไรของเขา เขาเทาไหร เขาก็ไมมีปญหา เพราะเขาขูดรีด แตของเรานี่ มันมีตัวหลักต่ํา ยืนหยัดเสร็จแลวก็ประเมินเอาพวกนี้ มันก็เปนสถิติที่เราจะตองรูเขาใจวา คืออะไรของเรา ที่อาตมาหยิบมาพูดนี่เพื่อจะไดพิสูจนวา งานของเราหนักขึ้น และความนิยมมีมากขึ้น เราไมไดฉวยโอกาส การคาของเราไมไดฉวยโอกาส เอาละหนาเจ ตอนนี้ขึ้นราคาเลยแหละ จานละ ๒๐ แหละ จานละ ๑๕ แหละ อะไร อยางนี้ ไมใชเราก็ยืนหยัด ธรรมดาเราก็ขาย ๖ หนางานเราก็ขาย ๖ มีคนมากแลวก็งานหนัก คนนิยม เพิ่มขึ้น ปที่แลวไดเทานี้ปนี้มากขึ้น เราก็ปที่แลวปนี้เราก็ยังไมไดขึ้นราคา อะไรอยางนี้เปนตน สิ่งที่มันยัง ยืนหยัด ทั้งๆ ที่คาของเงินหรือคาของเศรษฐกิจนี่ มันตกลงไปอีกแลว เงินมันจะตองขาย แพงขึ้น ตามคาของเศรษฐกิจเราก็ไมไดขึ้นดวยอะไรนี่ ซอนเชิงหลายๆ อยางพวกนี้ อาตมาอธิบาย ละเอียด ไมไหวละนะ มันแสดงใหเราเห็นวามันมีบทบาทกาวหนาไหม กาวหนาดวยงาน กาวหนา ดวยความนิยม เราจะตองมีงานหนักขึ้น อะไรอีกเปนการเตือน เปนการบอกเราวาเราจะอยูกับสังคมของเรา งานหนัก ก็ไมมีปญหา ถาเราเห็นวางานนี้เราจะตองทําแลวเราก็จะตองทํา มันมีประโยชนไหมละงานหนักนี้ ถามีประโยชน เราก็จะตองรูวา มันจะตองเพิ่มขึ้นนะเราจะตองเตรียมตัว เราจะตองเตรียมใจ เตรียมกาย เตรียมแรง เตรียมวา เราจะทําอยางไร ถาจะไมไหวเราจะตองหาเครื่องทุนแรง ถาไหว เราก็จะตองเพิ่ม เขาไป อยางโนนอยางนี้อะไรนี่มันเปนการรูตัวที่จะทําใหงานของเรานี่ดีขึ้น สมบูรณขึ้น ไมขาด ไมแหวง ไมบกพรอง อะไรๆ จะดี เจริญมันเปนความเจริญของธรรมดา ธรรมชาติ งานของเราอยางที่เรามีนี่ เปนกิจกรรมนะ งานเตาหู สถิติสูงสุด กี่กิโล๕๐๐ กิโล วันละ ๕๐๐ กิโล ก็ถั่ว ๕ กระสอบ กระสอบละ ๑๐๐ กิโล บดกันเครื่องพัง ทํากัน ... ลุย ทําเตาหูสงเพราะความตองการของตลาดที่งานพอดี อยางนี้เปนตนนะก็ดีนะ อาตมาก็พยายามสงเสริมนะ ทําเตาหู เตาเจี้ยว ทําซีอิ๊ว ทําอะไรพวกนี้ ก็ พวกเราก็ตองรูวา เราเปดการผลิต เปดรานคา เปดอะไรอีก เปนงานกิจกรรม ที่จะเปนสัมมาอาชีพรองรับพวกเรา ตอไปก็จะมี ผูที่จะเอาไปทําสวนตัว นี่เราทําสวนกลางใหเปนแบบอยางเปนหลักไว เราก็จะทําตามวิธีการของเรานี่ แลวมันจะมีวิธีการตอไปเรื่อยๆ นะ ทางศีรษะฯก็ ศีรษะนี่เปนลูกลอของพวกเราได ออกไปอยางสําคัญ เลยนะ การเกษตรการผลิต การคา เดี๋ยวนี้อาตมาวา เรื่องเห็ดนี่ ปฐมอโศกจะสูศีรษะไมไดแลวนะ เห็ดนี่ เรื่องปุยนั่น แพไปราบแลวเรื่องปุยนั่นแพศีรษะฯราบแลว กสิกรรมเขาก็มาก เดี๋ยวนี้ทางโนน ก็ทําเปนเลน ไปนะ แมแตแชมพูเดี๋ยวนี้ก็เฮอะไมเลนศีรษะ ศีรษะรูสึกวาเอาไปเอามานี่ พลังการผลิต หรือพลัง การสรางสรรนี่ จะเปนหลักเปนฐานมั่นคงหรือวาแข็งแรงเพราะฉะนั้น ปฐมอโศกนี่พลังรวม มันนอย เพราะมันคนตางถิ่นมาอยูรวมกัน มันก็เลยเขากันไมสนิท อันนี้อาตมารูอยูลึกๆ อีกทั้งสัญชาตญาณของสัตวโลก มันเปนจริงเหมือนกัน สรุปก็คือ กิเลสนั่นแหละ กิเลสในตัวมนุษยนี่ มันติดผิด ติดพันธุ ติดเผา ติดกอ ติดของกู หมูกู พวกกู มันจะกินลึกเขาไป จนกระทั่งถึง ทั้งถิ่นฐานเชื้อชาติ แคในไทยดวยกันนี่ คุณคิดดู แตที่ศีรษะอโศกนะ อยางนอยที่สุด มันก็เปนพวก อีสานดวยกันมันไมคอยรวมเหมือนกับปฐม ปฐมนี่มีหมดเลยนี่ อีสาน ใต เหนือ ออก ตก ภาคกลาง รวมหมดเลย มีเจก มีแขกมีเขมร โอ มาเลเซียดวย รวมอยูในปฐมอโศกนี่ มันจริงใชไหม เพราะฉะนั้น มันจึงไมคอยสนิทนัก นี่เราเราตองยอมรับความจริงวา มันมีจริงๆ นะ แตเราตองไมยอมแพ ไมยอมแพ เราจะทําใหได ใหสนิท ใหเปนปกไมตองปกแผนหรอก ใหเปนปก ใหเปนปกใหไดนะ ใหเปนปก เราตอง ตีแตก สิ่งที่มันเกาะติด หรืออุปาทานมันยึดมันติดอะไรอยู ตีตัวนั้นใหแตก สิ่งเลวตีแตก สิ่งดีตองรวม ใหแนน นี่เปนกรรมกิริยาเทานั้นเอง ตองทําคําวาแนนนี่ก็แนนโดยลึกๆ เรามีสัจจะที่เราเรียนแลว ปรมัตถสัจจะ เราจะเขาใจวา สมมุติสัจจะเราจะตองใชเปนฐานอาศัย สมมุติสัจจะอยางนี้ ถือวากุศล ถือวาดี ถือวาควร สมมุติสัจจะอยางนี้สวนปรมัตถสัจจะ สัจจะในๆ เราก็จะมีลูกซอน ของพุทธนี่ มันมีสัจจะ ๒ สวน สมมุติสัจจะกับปรมัตถสัจจะปรมัตถสัจจะลูกซอนนั้น ก็คือ สมมุติสัจจะแนน รวมใหแนน เอาใหแนนไดจริงๆ ไดทั้ง ๒ สวน สัจจะ ๒ สวนสมบูรณปรมัตถสัจจะ ก็ตองรูเทาทันวาแนน แลวก็ตองหัดวาง เขาใจสมมุติสัจจะใหชัดนะ วาคือสมมุติที่เราทําอยางนี้แตใจเราลึกๆ เราก็จะตอง ทําใหได เราตองรูความจริงใหไดวา เราทําอันนี้ใหไดคุณภาพอันนี้แตอันนี้อยางหลงใหลไดปลื้มนะวา ไมใชเรา ไมใชของเรานะ ปรมัตถสัจจะก็ตองเขาใจ ก็ตองฝกฝกซอนอยางนี้จริงๆ ไดสัจจะทั้ง ๒ สวนสมบูรณเพราะฉะนั้น คนของพุทธนี่ ปฏิบัติธรรมแลวจึงเจริญทั้ง ๒ ดาน เจริญทั้งสมมุติสัจจะ สัจจะสมบูรณทั้ง ๒ สัจจะไมไดแหวง หมายความวาสัจจะนั้นคือของไมจริง จริงทั้ง ๒ อยาง พระอรหันตเจา ทําปรมัตถสัจจะ ไดสมบูรณสุดเปนเอง เปนตถตา เปนอัตโนมัติแลว ทานก็เลยเปนแลวเปนเลย เพราะวา ปรมัตถสัจจะ เมื่อจบแลว เปนกตญาณเสร็จกิจแลว ถอนอาสวะแลว มันไมตองทําอีก ไมตองฝกอีก พระอรหันตเจา ฝกแตสมมุติสัจจะ เพราะฉะนั้นพระอรหันตเจาก็คือ คนโลกๆ เพราะทานจะอยูกับสมมุติสัจจะ ทานจะ จะประเมิน ประมาณ ความควร ความไมควร แลวทานจะรูตัวทานวา ทานทนไหวไหม หรือทนไมไหว อันนี้ทาน ไมมีปญหา ทานจะรู ทานซื่อสัตยทานไมแกลง ทานไมมีอัตตามานะ แมแตตัวเอง ทนไมได ก็ทําแอค ฝน ตัวเองทรุดไปตั้งเทาไหรๆ แลวก็ไมรูไออยางนี้พระอรหันตตองเขาใจ เขาใจอัตตัญุตา ตัวเอง วาอันนี้อนุโลมไมไหวหรอก เราทําไมไดแลวทานก็ไมตองเสียหนาเสียตา เพราะทาน ไมมีหนา จะแตกแลว พระอรหันตทานไมหนาแตกหรอกทานไมมีมานะ ทานไมมีอัตตา แตคนโลกๆ มีกิเลส ไออยางนี้ ไมไดหรอก แอคสูทั้งๆ ที่ฝนจะตายเดี๋ยวเอ็งก็เสียทาดวย กิเลสก็จะมากขึ้น ระวังก็แลวกัน กลัวหนาแตก ก็คืออัตตามานะเราดีๆ นั่นเอง เพราะฉะนั้นพยายามอยาไปคิดถึงหนาแตก หนาเติกอะไร มากนัก แลวเราก็ตองรูวา เราจะตองอดทน เราจะตองฝกฝนมันเกินฐาน เกินฐานะก็เราก็ไมเอา ถาเราสามารถ ที่จะฝนได ก็ตองพยายามเอาใหมีความอดทนไมตองไปรักหนารักตา จนเกินการ ทําอันนี้ เพื่ออวด ไมเอา ทําอันนี้เพื่อที่จะฝกฝน ไมใชทําเพื่ออวดอยางนี้ตองรูนัยที่ลึกซึ้ง ละเอียด แลวก็ตอง พยายาม กระทํานะ ทําใหมัน มันเกิดขึ้น สุดทายแลว ถาเมื่อเขาใจทั้ง๒ ดาน สัจจะทั้ง ๒ ดานแลว คน หรือวามนุษย ที่เรียนรูตามหลักการของพระพุทธเจาแลวจึงเปนคนที่สรางสรรก็ได สัมพันธก็ดี จิตกิเลส ก็ลาง ก็ละ ก็ปลด ก็ปลอยได แข็งแรงจริงนะ เพราะฉะนั้นจะอยูในสังคม ก็เปนสังคมที่สัมพันธ สรางสรร มีกิจกรรม กิจการงานอะไรก็รู แลวก็ขยันหมั่นเพียร รูประโยชนรูคุณคา กระทําได เปนปก เปนแผนดีนะเพราะฉะนั้น เมื่อไมมีขี้เกียจ เมื่อไมมีการติดยึดอะไรมาก การรวม การสัมพันธที่จะรวมมือ รวมแรงอะไรกันคลองแคลว เร็วไว แลวก็จะมีพลังงาน รังสรรคเยอะ พรอมกันนั้นปญญา ความเฉลียวฉลาด ในการที่ จะทําอะไรๆแคไหน ที่จะใหเกิดการผลิต การสรางสรร กอประโยชน มันก็จะสมบูรณแบบ ไปหมดนะ อาตมาเห็นพวกเรานี่คอยๆ เกิด แมแตกิจกรรมก็คอยๆ มีกิจกรรมที่เขาใจเพิ่มขึ้น และพวกเรา ก็คง จะรู

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน