อจินไตยสิริมหามายา โพธิสัตว์.docx
เนื้อหาในไฟล์
อจินไตยสิริมหามายา โพธิสัตว์ _สิริมหามายาคือแม่ของเนื้อแท้ของสิทธัตถะ เนื้อแท้ของผลสำเร็จ สิทธัตถะ แม่ของเนื้อแท้ผลสำเร็จที่ประสบผลสูงสุดแล้ว สิทธัตถะ นี่ของจริงเลย พระพุทธเจ้าต้องชื่อสิทธัตถะ โดยเฉพาะในยุคนี้ จะยุคไหนพระพุทธเจ้าองค์ไหนจะใช้ชื่อภาษาไหนก็แล้วแต่ แต่ภาษาที่ใช้กับพระพุทธเจ้า ภาษานั้นต้องลงตัวกับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจะใช้ภาษาไหนก็ต้องลงตัว แต่พระสมณโคดมต้องใช้ภาษาบาลี ก็ต้องลงตัวกับภาษาบาลี ต้องสิทธัตถะ แม่ก็คือมายาที่เป็นนายของมายา เป็นสิริมหามายา ต้องลงตัวกัน ตัวคนจริงกับพยัญชนะกับสภาวะธรรมลงกันหมด ไม่มีอะไรแย้งกันได้สักอย่าง อันเดียวกันหมดเลย แม่ต้องชื่ออย่างนี้ ลูกต้องชื่ออย่างนี้ นี่เป็นอจินไตยที่อาตมาเอามายืนยันให้ฟัง เป็นอื่นไปไม่ได้ แม้แต่ชื่อพระสาวกต่างๆ สู่แดนธรรม...เฉพาะที่ท่านมีบารมีแล้วใช่ไหมครับ พ่อครูว่า…ก็ต้องมีบารมีมาเกิดเป็นอันนี้ได้ คุณมาเกิดชื่อก็ต้องเป็นของคุณ ถ้าไม่มีบารมีรูปกับนามก็จะห่างไกลกัน แม้แต่ชื่อกับนามก็ไม่ลงตัวกัน เป็นคนชั่วก็ชื่อเสียงเท่ห์ดี เป็นคนดีก็ชื่อชั่ว ขี้เหร่ก็ชื่อว่างามๆ แต่ง้ามงามก็ชื่อว่าขี้เหร่ได้มันไม่ลงตัวกัน แต่นี่จะลงตัวกันหมดเลย อันนี้เป็นอจินไตยที่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร อธิบายยาก เป็นสิ่งที่สุดยอด เพราะฉะนั้นการศึกษาของพระพุทธเจ้าจะเป็นการศึกษาที่ให้เรียนรู้ ในความเป็นคน ในความเป็นจิต ในความเป็นอัตภาพ ในความอัตตา แล้วรู้ครบหมดเลย อัตตา จิต คนคืออะไรทำไมสำคัญนัก แล้วก็ดับ ความเป็นคนได้ด้วย เลิกความเป็นคน เลิกความเป็นจิตความเป็นอัตตาได้ ได้ตั้งแต่ตอนเราเป็นๆ ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้จริงๆไม่ใช่พูดเล่น ไม่ใช่โวหารโก้ๆ จะอยู่ก็อยู่ได้ อย่างอาตมานี่ ยังไม่คิดจะจบ คิดจะอยู่ อยู่เพื่อที่จะเป็นผู้ที่รู้ ขนาดอ
อ่านต่อ
าตมาก็รู้ไม่ใช่น้อยแล้ว อาตมาจะพยายาม มันก็มีเหตุผลเยอะ เหตุผลจะต้องช่วยศาสนา เหตุผลที่จะพยายามช่วยรื้อขนสัตว์ทั้งหลายแหล่ที่น่าสงสาร เหตุผลที่ตัวเองต้องพยายามไปให้ถึงที่สุดเมื่อได้เกิดมาเป็นอัตภาพแล้ว อัตภาพที่สุดยอดคือเป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องเป็นให้สุด เป็นสุดให้ได้สิ เกิดมาทั้งที มีอัตภาพทั้งที ไปให้สุดให้ได้ ใครไม่คิดก็ช่างเขา ใครจะเอาแต่แค่อรหันต์และปรินิพพานเป็นปริโยสาน พระพุทธเจ้า ก็ไม่ได้ปิดบัง ได้แค่อรหันต์แล้วจะปรินิพพานไป เลิกเลยปริโยสานก็ของใครของมัน ไม่ทะยานอยากแบบอาตมา อาตมาถ้าอยากจะเป็นพระพุทธเจ้าก็ทำไป ชาตินี้ก็มีวิบากไม่ใช่น้อย แต่วิบากก็ตามบารมีของอาตมา ไม่หนักหนาเท่าไหร่ แต่ก็หนักหนาอย่างนั้น อย่างหนักแบบโลกๆที่ว่าจริงๆก็แค่ถูกแก๊สน้ำตา ไม่เคยถูกไม้หน้าสาม รถชนด้วยนับด้วยก็ได้ ขนาดนั้น อะไรอย่างนี้เป็นต้น ชีวิตแต่ละชีวิตของแต่ละคน มาดูชีวิตของเรา เราก็ไม่มีวิบากอะไรที่จะหยาบๆคาย ๆในชาตินี้ไม่เคยโดนคนเตะคนถีบสักที ไม่เคยเจอ ที่พูดนี่ไม่ได้ไปแสวงหานะ พูดอธิบายสัจธรรมสู่ฟัง ไม่ใช่ไปยีไปยวนไปท้าทายใคร มันบอกไม่เคย เอาสักที ขออภัยแต่อย่าดีกว่าไม่สนุกหรอก มันไม่ดีด้วยมันบาป ที่พูดไปก็เป็นอจินไตย ทำไมอาตมาไม่เคยถูกเตะถูกถีบสักทีในชาตินี้ มันก็เป็นอจินไตย เป็นเรื่องที่คิดเอาไม่ได้หรอก มันต้องลงตัวอย่างนี้ มันต้องได้ขนาดนี้อย่างนี้ ทั้งที่ยียวนไม่ใช่เล่น ก็ว่าไปนะ แล้วก็ให้เขาด่าแล้วด่าอีกพอสมควร สม.กล้าข้ามฝัน…ทำไมพระโพธิสัตว์ 2 องค์ ถึงต้องเหลือตาข้างเดียวเหมือนกัน พ่อครูว่า…คุณก็หาอะไรที่ยากมาให้ตอบ ก็เป็นอจินไตย ข้างเดียวกัน อาตมาก็ข้างขวา แต่ตาอาตมายังดีกว่าของในหลวงท่าน ต้องควักออกไปเลย ท่านใช้ตาเดียวจริงๆ แต่ของอาตมานี้ก็ยังพอใช้ได้ รับแสงได้ มันไม่ได้ที่ตรงโฟกัสของแมคคูล่า จุดโฟกัสตรงกลางจอตาที่รวมแสง Perspective ไปหาจุดศูนย์กลาง มันรับไม่ได้ เหลือแต่ตรงขอบ มันก็เลยได้ช่วยแสง พอให้ช่วยตาอีกตาหนึ่งให้มี three Dimension ให้เกิด 3 มิติ ไม่งั้นคนตาเดียวก็มีแค่ 2 มิติไม่ถึง 3 มิติ ถ้ามีตาครบ 2 ข้างช่วยกันมันก็จะช่วยให้เกิดรับ 3 มิติได้ อย่างนี้เป็นต้น ก็ช่วยให้เป็น 3 มิติ แต่ตัวข้างนี้ไม่สมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง 3 มิติไม่มีจุดศูนย์กลางเต็มรูป อันนี้เป็นอจินไตยที่อาตมาก็พอรู้อยู่ แต่ว่าไม่อธิบายดีกว่า เพราะว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรหรอก ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไรหรอก ..อยากรู้สิ ยิ่งพูดยิ่งอยากรู้ เป็นอจินไตยอันนึงคือ จิตของพระโพธิสัตว์นี้มันใหญ่ ตาถ้ามองเห็น 2 ตาเต็ม มันก็จะเห็นทุกอย่างหมดเลย งานมันจะหนัก มันจะรับผิดชอบหมด อจินไตยนี้แปลว่า เอาน่ะเอาแค่นั้น ในหลวงก็เลยเอาแค่ตาเดียว รับผิดชอบแค่นี้ก็หนักแล้ว ขนาดนี้ก็ยังหนัก อาตมานี้หนักกว่าในหลวงตรงที่มันเป็นนามธรรม มากกว่าในหลวง เพราะท่านเป็นนามธรรม ของท่านเป็นรูปธรรม ก็มีผู้ช่วยเยอะเพราะท่านเป็นในหลวง นี่เป็นเรื่องอจินไตยทั้งนั้นท่านมีผู้ช่วย ส่วนอาตมามีผู้ช่วยน้อย ท่านเป็นในหลวง เพราะอาตมาเป็นในหลุม อีสานเรียกอยู่ทางลุ่ม อาตมาอยู่ในหลุม (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) อาตมานี่ในลุ่ม ไม่ใช่ในหลวง ก็มาช่วยพวกลุ่มๆ คือพวกอยู่ข้างล่าง ลุ่ม ภาษาอีสานคือล่างๆ ก็เป็นเรื่องจริง อจินไตย ไม่ใช่เรื่องนอกความจริง มันเป็นสภาวะธรรมต่างๆ เป็นองค์ประกอบ เป็นองค์ธรรมของมันทั้งนั้นเป็นของมันจริงๆ ก็ทำไป ซึ่งอาตมาก็ภาคภูมิใจนะ เหนื่อยก็ไม่มีปัญหา ก็เหนื่อยเราก็เข้าใจว่าเราเหนื่อย แต่เหนื่อยก็ No Problem โนพรอมแพรม ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเรามีแต่ปัญญา จริงนะอาตมาไม่มีปัญหา อาตมารู้ตัวว่าอาตมาหมดปัญหา ตั้งแต่รู้ตัวเองว่า เราไม่มีอะไรที่จะอธิบายไม่ได้ อย่างอาตมาธิบายเกินกว่าคำถามที่คุณจะถามได้นะ คุณหาคำถามสู้อาตมาไม่ได้ เป็นอจินไตย นึกไม่ถึงว่าอธิบายได้นะ เอาอะไรมาอธิบายแล้วรู้เรื่องด้วยนะ ไม่ใช่เรื่องฟุ้งซ่านเพ้อเจ้อแต่เป็นเรื่องอยู่ในกรอบมันเกี่ยวกันอยู่นะ เพราะฉะนั้นการศึกษา พระพุทธเจ้าสอนอาตมาถึงบอกว่า เรานี้มันรู้ได้อย่างนี้เพราะเรามีความจริง อาตมาถึงมั่นใจว่าอาตมาเป็นคนจริง อาตมาไม่ใช่เป็นคนปลอม ไม่ใช่คนมาหลอกมาล่อคนอื่น ว่าฉันเป็นโพธิสัตว์ ฉันเป็นระดับ 7 มีความรู้มาทำงานอันนี้แก่สังคมแก่มนุษยชาติ ชาตินี้ปางนี้ พูดเพ้อเจ้อพูดลอยลม ไม่ใช่ มันเป็นของจริง เป็นจริง จึงได้ชัดเจนในตัวเองจริงๆๆ เนาะ เออ ยิ่งทุกวันยิ่งมั่นใจขึ้นทุกวันเลยว่า เราก็เป็นแก่นสารสาระของทุกอย่างในมหาจักรวาลที่มันเป็นอย่างนี้อย่างนี้นะ แล้วรู้อะไรหลายๆอย่างที่อาตมานำมาอธิบายไม่ไหว เพราะมันมากเกินกว่าที่พูดกับพวกเรา แต่อาตมาบางทีก็เอามาเปิดกับพวกเรา เขาก็ว่าคุยกันอะไรวะ คนข้างนอกจะเป็นอย่างนั้น แต่คนข้างนอกบางคนเรียนพยัญชนะมาก็รู้ว่า เออ..อันนี้ก็พอไปได้เป็นพยัญชนะต่อพยัญชนะ แต่สภาวะนั้นยาก สภาวะนั้นเข้าถึงยาก คนที่เรียนรู้กันอยู่ ธรรมะนี่ อยู่ที่อัตตวาทุปาทาน ยึดได้แต่แค่วาทะ ยึดได้แต่แค่คำพูด ไม่เข้าไปถึงความเป็นอัตตาตัวจริงหรอก อัตวาทะ ใส่เป็น อัตตวาทุปาทาน ได้แค่นั้นส่วนใหญ่ได้แค่ภาษาคำพูด เนื้อหาสาระมันไม่ได้ นับตั้งแต่ สังโยชน์ข้อที่ 1 สักกายะ คำว่า กายะ นี้ จะเข้าไปถึงเนื้อหาแท้ของ กาย ถูกต้องตามสัมมาทิฏฐิ ..ไม่แล้ว กาย เป็นแต่เพียง วัตถุ ดิน น้ำ ไฟ ลม เขาจะไม่เข้าใจว่า กายนี้คือ จิต มโน วิญญาณ หมายถึงตัวนี้เป็นหลัก ข้างนอกง่ายๆ ไม่ใช่หมายถึงข้างนอกอย่างเดียวด้วยนะ ข้างนอกก็มีแต่คุณนอกจนหลุด คุณนอกกายนี้คุณหลุดธาตุแท้ของกาย ธาตุแท้ของกายคือ จิต มโน วิญญาณ แต่คุณเข้าใจว่ากายนี้คืออุตุ กายไม่ใช่แค่อุตุ พีชะก็ไม่มีแล้ว กาย กาย อยู่ที่จิตเท่านั้น เห็นไหมวกกลับ อธิบายธรรมนิยาม 5 เขารู้กันที่ไหนที่อาตมาพูด ความรู้ทางด้านศาสนาพุทธทุกวันนี้แม้แต่จบเปรียญ 9 ก็ไม่ได้เข้าใจอย่างที่อาตมาอธิบาย อาจจะเข้าใจบ้างวะ กายนี้ พจนานุกรมก็ยังแปลว่า หมู่พวก ของ เวทนา สัญญาสังขาร เป็นต้น ก็หมายถึง จิตเจตสิก ที่ประชุมแห่งกองสังขาร เป็นต้น เสร็จแล้วก็ไม่ได้เรียนอย่างนี้กัน เมื่อมาปฏิบัติคำว่ากายก็คือดินน้ำไปลม จิตเจตสิกก็คือธาตุวิญญาณ เห็นไหม ผิดไปหมดเลย เพราะฉะนั้นแม้แต่สังโยชน์ข้อต้น พ้นสักกายะทิฐิ เขาก็ไม่พ้น...อีกไม่ถึง 1 นาที
640214_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เรียนอัตถิราคสูตรให้หมดสุขหมดทุกข์แท้จริง