ฌานวิสัยในอจินไตย 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
ฌานวิสัยในอจินไตย 4 _สู่แดนธรรม... อีกฝ่ายก็บอกให้ไปศึกษาฌานวิสัยแบบเขาบ้าง พ่อครูว่า... เข้าใจฌานวิสัยแบบนั่งหลับตาแบบเขา เป็นนัยยะที่ต่างกัน ที่ไม่ใช่สัจจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่เป็นสัจจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ฌาน ของพระพุทธเจ้าต้องเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8 เกิดจากศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 แล้วมี ฌาน มีวิชชา มีปัญญาเป็นยาดำ ช่วยให้เกิดความกระจ่างไปเรื่อยๆ แล้ว ยิ่งไม่มาปฏิบัติมี อปัณณกปฏิปทา 3 แล้วต้องรู้อย่างสัมมาทิฏฐิด้วยว่า สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 อย่างไร โภชเนมัตตัญญุตาอย่างไร ตื่น ชาคริยา เป็นผู้ตื่นรู้ตื่นเต็ม ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ตื่นอย่างไร อาตมาก็ค่อยๆขยายความไปตามลำดับไปเรื่อยๆ ขยายจาก อปัณณกปฏิปทา 3 แล้ว ก็ขยายความมาที่ สัทธรรม 7 สัทธรรม 7 จะเชื่อได้ ต้องมีกระบวนการของ ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา คุณจะศรัทธาเชื่อถือขึ้นมาได้ คุณจะต้องสำนึกว่า ตายๆๆ ต้องมีหิริ สำนึก ว่า เราไปเคยดูถูกสิ่งที่เราไม่รู้ นี่เราโง่ตัวนี้ แต่เราไปดูถูก ตัวโง่ของเรา แต่ของเขาฉลาดแท้ แต่เราไปดูถูกดูแคลน แล้วจะไปเอาหน้าไปไว้อย่างไร จะไปเคารพนับถือได้อย่างไร อัตตามานะ มันไม่ได้ยอมตัวเองได้ง่ายๆนะ เพราะฉะนั้นจะต้องลดอัตตา ลดมานะ อย่าไปถือดีถือตัว ต้องถอดตัวถอดตน คลานเข้ามาเลย พูดไปแล้วมันเป็นไปได้ยากมาก แต่มันต้องเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นตราบใดที่ยังไม่มีหิริ ยังไม่สำนึก ว่า เราผิดๆๆ ผิดถนัด ผิดอย่างยับเยิน ไปดูถูกสิ่งที่ถูกว่าผิด ไปยึดเอาผิดไปเป็นถูก แล้วจะแก้ยังไง เป็นพระพรหม เรานี่แหละใหญ่ๆ แล้วจะไปบอกกับสมาชิก บริวารทั้งหลายแหล่ เราไม่ได้ใหญ่จริงนะ เราผิด มันจะได้อย่างไร มันเสียพระพรหมหมดเลย นี่ก็ซ้อน ที่พระพุทธเจ้าอธิบายไว้หมด มันจ
อ่านต่อ
ริงๆเลย แล้วจะทำอย่างไร สรุปลงไป ต้องลด หมดตัวหมดจนไม่เหลือตัวตนจริงๆ ยอม ยอม ศิโรราบทุกอย่างเลย แหม..พูดไปแล้วเหมือนอาตมาใช้ภาษาพยัญชนะ เหมือนบังคับผู้อื่นให้มาศิโรราบเรา ไม่มีเจตนาอย่างนั้น แต่ใช้พยัญชนะสื่อเท่านั้น สู่แดนธรรม... พ่อครูเคยบอก เราไม่รอไม่หวังแต่เราทำ พ่อครูว่า... จะเป็นใครก็ตาม จะถือตัวขนาดไหนก็ตาม แล้วแก้กลับ ละอายจริงๆ แต่ต้องข่มความละอาย เกรงกลัวจริงๆ ต้องข่มความเกรงกลัว มามีความรักความเคารพให้มาก เข้ามา ไม่เช่นนั้นไม่ได้ คุณจะไม่ได้จากตนเอง และจะไม่ได้จากมิจฉาทิฏฐิบุคคล จะได้จากสัมมาทิฏฐิบุคคลเท่านั้น พูดไปแล้วเหมือนอาตมาหลงตัวเอง ผยองยิ่งใหญ่ แล้วไปว่าคนอื่นผยอง แต่ตนเองสุดผยองเลย เขาว่างั้น อาตมาก็สำนึกอยู่ คุณจะมองมาอย่างนั้นจริงๆ แต่ไม่มี อาตมาไม่มี อาตมาพูดความจริงทั้งสิ้น พูดไปตรงนี้ก็ไม่ได้แก้ตัวแต่ พูดความจริงอีกนั่นแหละมันยาก สรุปได้ว่า ถ้าขืนอาตมาพูดแบบข้างๆเคียงๆอยู่ไม่มีทางทัน อาตมาจึงได้พูด 1 1 1 1 แสกหน้าเปรี้ยงๆ เลย ไม่งั้นก็พูดเหยาะๆแหยะๆ 2 3 4 5 ก็ไม่ไหวจะขยายความ ชาตินี้เขาจึงให้ฉายาว่าขวานจักตอก ขวานมันหนาเบ้อเร่อเท่อ แต่ไปจักตอกละเอียดๆ แบนๆ ทำไม่ได้ง่ายๆหรอก มันต้องใช้มีดจักตอกบางๆ ดูออกไหม ขวานกับมีดจักตอกต่างกันอย่างไร พวกที่ไม่เคยรู้เรื่องจักตอก ก็ไม่เห็น แต่อาตมารู้จักจักตอก แล้วก็เคยเรียนมา แล้วอาตมาไม่มีฝีมือ ดูเหมือนจะทำตะแกรงไม่เสร็จสักอัน แต่ก็ได้คะแนนไป การฝีมือสมัยเรียนมัธยม 641015_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ กรรมเป็นอันทำ อย่ามาทำบาปบนแผ่นดินพุทธ