ประชาธิปไตยไทยไม่ใช่ทุนนิยม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.86 KB
วันที่แก้ไข7 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ประชาธิปไตยไทยไม่ใช่ทุนนิยม กรรมของเรากำหนดตัวเรา ไม่มีพระเจ้าที่ไหนมากำหนด เป็นกรรมพันธุ์ แล้วอาศัยกรรมของตนเป็นกัมมปฏิสรโณ ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าจึงประชาธิปไตยที่ลึกซึ้งที่สุด คนไทยมีเชื้อโลกุตระ คือมี bomb of love ในหลวง ร.9 คือยอดนักประชาธิปไตยเป็นที่รับรองของโลกเลย เมื่อท่านสวรรคต พลังรวมมาเห็นได้ชัดเจนเลย นี่แหละคือสิ่งที่ไอน์สไตน์เขียนจดหมายบอกลูกไว้ ว่า ต่อไปลูกจะได้เห็น bomb of love จะเห็นระเบิดของความรัก ความรักมันระเบิดออกมาอย่างมหาศาล รักอะไร รักสิ่งที่เขารัก เขารักในหลวงร.9 ไม่ใช่ญาติโกโยติกาแท้ของเขาทางสายเลือดเลย แต่รักสุดยอดยิ่งกว่าพ่อแม่ แสดงออกเต็มรูป ถึงเรียก ระเบิดแห่งความรัก ซึ่งไอน์สไตน์เองก็บอกกับลูกว่าไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ถึงได้เขียนจดหมายฝากทิ้งไว้ ก็มารับรองสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ในเมืองไทย พระมหากษัตริย์ของไทย เป็นไปได้จริง เมื่อสิ้นพระชนม์ คนไทยมาจากไหนก็ไม่รู้ มาแสดงตัวจริงใจจริงจัง สุดรักสุดบูชา เสียของที่สุดยอดหายไป คือสิ่งจริงไม่มีใครเสแสร้ง ไม่มีใครวางแผน ไม่มีใครบอกใครแต่เขาเป็นของเขาเอง มันเป็นสัจธรรมที่แท้ เป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ เสแสร้งทำไม่ได้ มันเป็นสัจจะแห่งสัจจะเลย สุดยอด ท่านทรงงานถ่ายทอดพฤติการณ์ของท่าน มาให้ ประชาชน จนคนไทยบอกว่าจะทำตามศาสตร์พระราชา ทุกวันนี้ยังพูดกันอยู่และจริงใจจะทำให้ได้ นี่คือสัจจะของจริงในโลกมีในประเทศไทยเกิดจริงเป็นจริง เป็นประชาธิปไตยชัดตามหลักพุทธเลย ไทยนิยมจึ่งได้ อยู่ยั้งยืนยง ทุนนิยมในไทยก็คาคอ ไม่สามารถยิ่งใหญ่ได้ เพราะอย่างน้อยในหลวง ร.9 บอกว่าต้องมาเอาแบบคนจน ต้องไปอ่านหนังสือ แบบคนจน ที่อาตมาเขียน ซึ่งก็คงจะเข้าใจยาก ในเรื่องว่าจะมาอยู่อย่างไร ก็ต้องมาอยู่แบบชาวอโศกแบบคนจน พวกเรามาเป็นค

อ่านต่อ

นจนจริงๆแล้วก็ลดลงๆ จนกระทั่งอยู่ได้อย่างนี้ เอาไปเปรียบเทียบไปวัดกับกลุ่มไหนในโลก หรือกลุ่มอื่นๆของประเทศไทยก็ได้หรือในโลกก็ได้ อยู่กันอย่างไร จนแบบไหน ก็จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ จนอย่างยิ้มย่องผ่องใส จนอย่างขยันหมั่นเพียร จนอย่างเสียสละออก มันจึงจน ก็ทำได้มากๆแล้วเอาไว้แต่น้อย ให้หมุนเวียนได้เท่านั้นเอง นอกนั้นก็สละแจกจ่ายไป แล้วไม่กลัวจน เพราะมั่นใจว่าพลังงานและความสามารถของเรา มีพอ ที่จะทำงานเกินกว่าที่เรากินใช้แล้วไม่ยึดถือเป็นของตัวเอง เอาไปรวมกับกองกลาง ช่วยกันบริหารส่วนกลางเผื่อแผ่ผู้อื่นๆ มันสุดยอดเศรษฐศาสตร์เลย ทีนี้ ไปนิยมทุนนิยม เศรษฐกิจเลยเตี้ยตื้น ซึ่งไม่ใช่ไปด่าเขานะ ไม่ได้ใส่ความเขานะ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆเลย เพราะฉะนั้นประเทศไหนที่มีคนรวยมากๆ ประเทศนั้นคือประเทศที่เสื่อม หรือแม้แต่ประเทศเองก็มีทุนกองกลาง รวยเกินไป รวยกว่าเขาจนกระทั่งไม่หาทางสะพัดออก ถ้าหากจะสะพัดออกก็ต้องมีการแลกกลับเข้ามาเป็นทุนเป็นกำไร อย่างนี้มันหัวทุนนิยม ไม่ใช่หัวบุญนิยม ซึ่งมันตกยุคแล้ว แม้แต่ปัญญาชนในโลกทุกวันนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ไม่ดี เอาเงินไปฟาดหัวคนนี่ไม่ดี นี่ง่ายๆตื้นๆ ใช้อำนาจเงินเบ่งข่มไม่ดี รู้กันทั่วโลกแล้วในระดับปราชญ์ แม้แต่ในผู้รู้ กิเลสตัวเองหนาแต่รู้แล้ว ตัวเองก็เลยต้องเอามากอยู่ ทั้งๆที่รู้แล้วแต่มันยังลดกิเลสไม่ลง ลดกิเลสไม่ได้ มันก็เลยต้องเป็นจริงอย่างนั้น คนที่กิเลสมันลดจริงๆ แล้วรู้ดีด้วยก็จะสมบูรณ์ด้วยทั้งรู้จริงและทำได้จริง กิเลสน้อยจริงตัวเองก็รู้จริงชัดเจนจริง จึงอยู่ในจำนวนที่ยังไม่มากนัก แต่ไม่มีปัญหา แต่อาตมาว่าอันนี้แหละเป็นคุณธรรม เป็นค่าของมนุษยชาติ จะได้รับความนิยมความก้าวหน้าต่อมาเอง เพราะฉะนั้นเมื่อหลงผิดไปหลงทุนนิยมจึงมีเศรษฐกิจเตี้ยตื้นอยู่อย่างนั้น ไทยนิยมจะคมลึกด้วยความจน วรรณะเก้าแบบยอดคนสละได้ เราจะได้มาพูดกันที่คำว่า วรรณะ9 นี่ให้ดู ไม่โง่งกพาตนต่ำตก แสวงรวย หยุดจริงๆจะแสวงรวย พอไม่รวยขณะนี้ผู้รู้แล้วยังรู้เลยว่า ยังสะสมยังรวยอยู่ แต่เพราะเขาไม่กล้าก็ว่าไป ประชาธิปไตยที่มี อายะ 3 พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก)

640307_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เป็นคนจนแบบเป็นไท จึงมีประชาธิปไตยดีสุด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน