640606 คุหัฏฐกสูตร= ความเจริญงอกงามไพบู_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
คุหัฏฐกสูตร= ความเจริญงอกงาม ไพบูลย์ในกิเลสของมนุษย์ชาติ “นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ใน ถ้ำ (สตฺโต คุหายํ) เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว(พหุนาภิฉนฺโน) นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็จมลงในที่หลง(ติฏฺฐํ นโร โมหนสฺมํ ปคาโฬฺห) นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก(ทูเรวิเวกา)” กายนี้เรียกว่า ถ้ำ. ... คำว่า กายก็ดี ถ้ำก็ดี ร่างกายก็ดี ร่างกายของตนก็ดี เรือก็ดี รถก็ดี ธงก็ดี จอมปลวกก็ดี รังก็ดี เมืองก็ดี(หลงเมือง) กระท่อมก็ดี ฝีก็ดี(ลงในสิ่งที่เป็นความทุกข์ทรมาน) หม้อก็ดี(สิ่งของเครื่องใช้) เหล่านี้เป็นชื่อของกาย ( .รวมถึงเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของมนุษย์ที่พากันหลงติดยึดต่างเรียกได้ว่าถ้ำ) ข้องนั้นเป็นฉันใด? คำว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ คือ ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ในถ้ำ เหมือนสิ่งของที่ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ที่ตะปู ซึ่งตอกติดไว้ที่ฝา หรือที่ไม้ขอ ฉะนั้น ทำไมจึงเรียกว่าสัตว์? คำว่า สัตว์เป็นชื่อของผู้เกี่ยวข้อง สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ความพอใจ(ฉันทะ) ความกำหนัด(ราคะ) ความเพลิน(นันทิ) ความปรารถนาในรูป ความเข้าไปถือ ความเข้าไปยึดในรูป อันเป็นความตั้งมั่น ความถือมั่น และความนอนตามแห่งจิต( อาการนิ่งแน่ นอนแช่ของจิต) บุคคลมาเกี่ยวข้องอยู่ในความพอใจเป็นต้นนั้น เพราะเหตุนั้น. จึงเรียกว่า สัตว์. คำว่า สัตว์เป็นชื่อของผู้เกี่ยวข้อง( สตฺโต คุหายํ) . ทีนี้คำว่า ผู้อันกิเลสมาก ปิดบังไว้แล้ว ก็คือ อันความกำหนัด ความขัดเคือง ความหลง ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบลู่ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความดื้อ ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความประมาท ปิดบังไว้แล้ว (อย่างมหาบัว หรือธัมมชโยปิดบังอุปก
อ่านต่อ
ิเลส 16 เหล่านี้ไว้ครบ) อันกิเลสทั้งปวง อันทุจริตทั้งปวง อันความกระวนกระวายทั้งปวง อันความเร่าร้อนทั้งปวง อันความเดือดร้อนทั้งปวง อันอภิสังขารคืออกุศลธรรมทั้งปวง บ้งไว้ คลุมไว้ หุ้มห่อไว้ ปิดไว้ ปิดบังไว้ ปกปิดไว้ ปกคลุมไว้ครอบงำไว้แล้ว เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว อ.ต.ร. ของการปล่อยให้กิเลสตั้งอยู่จนหยั่งลงในที่หลง ….ใส่กรอบ คำว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง มีความว่า คำว่า นรชน เมื่อตั้งอยู่ก็เป็นผู้กำหนัด ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความกำหนัด เป็นผู้ขัดเคือง ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความขัดเคือง เป็นผู้หลง ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความหลง เป็นผู้ผูกพัน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความถือตัว เป็นผู้ยึดถือ ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความเห็น เป็นผู้ฟุ้งซ่านย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความฟุ้งซ่าน เป็นผู้ไม่แน่นอน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความสงสัย เป็นผู้ถึงความมั่นคง ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถกิเลสที่นอนเนื่อง(ไม่โงไม่เงยเลย) เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่แม้ด้วยประการอย่างนี้ มหาอ.ต.ร.ของการเพลิดเพลิน ชมเชย ยึดถือ ….ใส่กรอบ สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด มีอยู่ หากว่าภิกษุเพลิดเพลิน ชมเชย ยึดถือรูปนั้น ตั้งอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เสียงที่พึงรู้แจ้งด้วยโสต ... กลิ่นที่พึงรู้แจ้งด้วยฆานะ ... รสที่พึงรู้แจ้งด้วยชิวหา ... โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งด้วยกาย ... ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยมนะ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดมีอยู่ หากภิกษุเพลิดเพลิน ชมเชย ยึดถือธรรมนั้นตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่แม้ด้วยประการอย่างนี้. อภิมหา อ.ต.ร.ของการซ่องเสพความเพลิดเพลินกิเลส ที่นอนเนื่องแตกตัวอยู่ภายใน(ไม่ต้องอาศัยรูป รส ฯลฯภายนอก) ….ใส่กรอบ สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณที่เข้าถึงรูป เมื่อตั้งอยู่ย่อมมีรูปเป็นอารมณ์ มีรูปเป็นที่ตั้ง ซ่องเสพความเพลิดเพลินตั้งอยู่ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณที่เข้าถึงเวทนา ... วิญญาณที่เข้าถึงสัญญา ... หรือวิญญาณที่เข้าถึงสังขาร เมื่อตั้งอยู่ ย่อมมีสังขารเป็นอารมณ์ มีสังขารเป็นที่ตั้ง ซ่องเสพความเพลิดเพลินตั้งอยู่ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่แล้ว กิเลสย่อมเกิดความเจริญงอกงามไพบูลย์ แม้ด้วยประการอย่างนี้ หมายเหตุ ถ้ำที่นักปฏิบัติธรรมชาวอโศกควรได้พิจารณากัน นั่นก็คือ “หัวไอ้เรือง” ที่มากไปด้วยเหตุผล(ความบ้า) และอัตตาที่เป็นความจริง! เมื่อหลงในหัวไอ้เรืองแล้ว แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่สามารถสั่งสอนได้ จนต้องทรงบัญญัติกติกา “นานาสังวาส”ออกมา เพื่อระงับสงครามไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ทั้ง ๆที่ต้นเหตุแห่งการทะเลาะกันเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพียงแค่น้ำติดก้นกะลาเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ(หัวไอ้เรือง) เป็นผู้อันกิเลสมาก(อุปกิเลส 16) ปิดบังไว้แล้ว แถมยังปล่อยให้กิเลสตั้งอยู่จนหยั่งลงในที่หลง เพราะเมื่อยึดถือความเห็นของตนแล้ว ย่อมสามารถตั้งอยู่อย่างปักมั่นไม่ถ่ายถอนออกได้ง่าย ยิ่งได้ซ้องเสพย์ความเพลิดเพลินยินดีที่จะได้คิดได้พูดในสิ่งที่หัวไอ้เรืองยึดไว้ ความเจริญงอกงามไพบูลย์ของความยึดถือ เพ่งโทษและถือสา ย่อมพาทำให้กลายเป็นคน…. “เพี้ยน” ได้ในที่สุด
.