กายของหลวงตาบัวเป็นอรหันต์หรือไม่.docx
เนื้อหาในไฟล์
กายของหลวงตาบัวเป็นอรหันต์หรือไม่ _ Phakapong Teebthaisong...ภัคพงษ์ ธีปไทสง...กายหลวงตามหาบัว เป็นพระอรหันต์หรอท่าน นี่มันสังขารโลก ตอนที่หลวงตายังไม่ละสังขาร กายกะธรรมแท้มันยังอาศัยกันอยู่ สังขารมันมีอาการ ธรรมแท้มันจะมีอาการไรท่าน ที่ท่านเห็นนั่นมันอาการของขันธุ์หลวงตา มันใช่ตัวธรรมแท้ที่ไหนกัน แต่หลวงตาท่านแยกได้แล้ว อันไหนกิเลสอันไหนธรรมแท้ มันเข้ากันไม่ได้ ต่างอันต่างอยู่ ต่างอันต่างจริง พุทธะ=ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต ก็ผู้รูนี่แหละท่าน คือพระพุทธเจ้าแล้วจะหาอาการมาจากไหน พระอารหันต์ท่านว่ามา ผู้รู้เขามีอาการที่ไหน "สิ่งที่ท่านเห็น มันคึอาการของขันธุ์" แค่นี้ล่ะ (อดพูดไม่ได้) บอกให้เอาบุญครับอย่าโชว์ ปัญญาอันแค่นี้เด้อสิบอกให่ 0วะ พ่อครูว่า...คำว่า อาการ เขาก็เข้าใจไม่ได้ สายนี้ เขาใช้คำว่า ธรรมะ หรือธรรมะแท้ คือของจริง กายก็เป็นแต่เพียงรูปขันธ์อาศัยเท่านั้นเอง เขาว่าธรรมะแท้คือนิพพาน เขาอาศัยคำพยัญชนะ แต่สภาวะในจิตเขาไม่รู้จักกิเลสคืออะไร ขันธ์ 5 คืออะไร อุปธิคืออะไร แล้วทำอภิสังขารให้รู้จักกิเลส แล้วล้างกิเลสออกจากขันธ์ 5 ตั้งแต่รูปก็หมดกิเลส เวทนาก็หมดกิเลสสัญญาก็หมดกิเลสสังขารก็หมดกิเลสวิญญาณก็หมดกิเลส พูดกันไม่รู้เรื่อง สู่แดนธรรมว่า...ลูกศิษย์ของหลวงตาบัวเขาบอกว่าพ่อท่านไปเพ่งว่าพ่อท่านพูดแต่เรื่องภายนอกของหลวงตาบัว เช่นการกินหมาก พ่อครูว่า...การที่ไม่ได้ไปเคี้ยวหมากไม่ได้เกิดจากการกาย มันจะขยับไม่ได้หรอกถ้าจิตไม่ให้ขยับ แล้วจิตใจมันให้ขยับไปกินหมากทำไม เพราะจิตใจมันติด มันอร่อย เขาบอกว่าอันนี้ไม่ใช่สิ่งเสพติด แค่ความหมายคำว่าสิ่งเสพติดก็ยังไม่รู้ แล้วก็ยังไม่ละไม่วางยังเป็นภาระ เพราะฉะนั้นก็ต้องไปศึกษาดีๆว่าการเสพการติด สิ่งที่
อ่านต่อ
ไร้สาระ มันเป็นสาระอะไรในการกินหมากกินพลู ก็พยายามหาเหตุผลมาเป็นการรักษาโรค เป็นโรคอะไรกันนักกันหนาจึงกินกันถ้วนหน้าเคี้ยวกันทั้งวัน เปรอะไปหมด เลอะเทอะ เดี๋ยวก็ขากกกกก...อะไรกันสารพัด ขออภัย เป็นการวิจัยวิจารณ์กันในฐานะวิชาการ ไม่ต้องถือสากัน ฟังการสื่อสารใช้ภาษาส่งเสียงสำเนียงบ้าง ว่าสื่อสภาวะให้เข้าถึง ศึกษาให้ดีแล้วก็จะรู้ ถ้าหากเปลี่ยนไปตามลำดับของศีล สมาธิ ปัญญา หรือตามจรณะ 15 จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล มันจะลงกันได้อย่างดีเลยคุณเอ๋ย นี่พูดถึงอีกคนไม่ได้ปฏิบัติเลยกับอีกคนปฏิบัติมันก็เลยต้องขัดแย้งกันไปมา เขาขัดแย้งไปในสิ่งที่เขาไม่รู้แล้วเขารู้ของเขาแค่นั้น สิ่งที่เราอธิบายมาเขาก็ไม่รู้เลยเขาก็ไม่เอาด้วย ถ้าอย่างนั้นเราก็รู้ ติดหมากพลูบุหรี่ติดเหล้าติดยาเราเคยติด แล้วเราก็หลุดมาแล้ว หลุดมาจนกระทั่งมาชาตินี้อาตมาหลุดพ้นมาหลายชาตินี้ก็พยายามฝึกกิน อย่างเช่นหมากพลูนี้อาตมาพยายามกินไม่ได้เลยแต่มันยัน แต่เขาติดได้อย่างไร อย่างมวนยาเส้น ยาฉุน มันแสบอย่างกับอะไร ใครเคยบ้าง อย่างคนจีน พวกจับกังจะเหน็บยาฉุนไว้ที่ปาก เขาทนได้ เหมือนกับคนจีนซดน้ำร้อน 100 องศาแต่เราซัดเข้าไปปากพองเลยรับรองว่าต้องรักษาแผล แต่เขาทำได้เพราะเขาฝึกฝนจนเป็นอุปาทาน อย่างเหมือนกับคนเดินลุยไฟ หนังเหนียวเดินบนคมมีด ฟันไม่เข้า อย่างนี้เป็นต้น อย่างที่ภูเก็ตเขายังแทงกันเลย ก็ไม่มีปัญหาหรอกสิ่งเหล่านี้มันเป็นอุปาทานที่ไปยึดถือแล้วก็อดทนได้ เป็นได้ เป็นเรื่องอภินิหาร เป็นเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์มันเกินสามัญที่มนุษย์จะเป็นได้ง่ายๆ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ให้ได้ละกิเลสไม่ใช่เรื่องพ้นทุกข์ มันเป็นเรื่องจริงในพลังงานชนิดหนึ่งของจิตเรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์หรือจะเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ ไปเที่ยวได้หยั่งรู้คนอื่น อยากรู้สิ่งที่ไกลสิ่งที่ซ้อนลึกลับ อย่างให้หมามันดมกลิ่นก็จะเจออะไรอย่างนี้มันละเอียดในสิ่งที่ละเอียดมันทำได้ แต่ไม่ใช่เรื่องรู้กิเลสในจิตและล้างกิเลสออกให้รู้จักการเวียนว่ายตายเกิด ไอ้นั่นคนยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ทั้งหมดจะไปมีอิทธิปาฏิหาริย์อาเทศนาปาฏิหาริย์อะไรก็ตาม เก่งอย่างไรก็ไม่เที่ยงหรือเก่งอย่างไรก็ไม่ได้พาบรรลุนิพพาน พาไปดับสังขารเรื่องชั่วเรื่องดีอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่อิทธิปาฏิหาริย์อาเทสนาปาฏิหาริย์เรื่องชั่วเรื่องดียังไม่ได้ช่วยเลย เรื่องชั่วเรื่องดีก็ไม่ช่วย เพราะไม่ได้เรียนในนี้เลย ก็มีแต่ไปสร้างพลังงานให้มันเก่งอย่างนั้นอย่างนั้น ไปเก่งอย่างงี้ปาฏิหาริย์เหาะเหินเดินน้ำดำดิน สู้สู้แดดสู้ลมสู้น้ำอะไรได้ เหาะเหินเดินน้ำดำดินได้หรือละเอียดลออไปหยั่งรู้ใจคนใจสัตว์หยั่งรู้ความลึกลับละเอียดเล็กน้อยที่คนไม่รู้สามารถที่จะรู้ได้อะไรพวกนี้ไปมันก็เก่งทางพลังงาน เท่านั้นเองไม่ได้เป็นไปเพื่อเรียนรู้กิเลสลดละกิเลสจนกิเลสหมด พ้นความสุขความทุกข์...ไม่เลย เพราะฉะนั้นไม่เข้าเป้าประเด็นของความสุขความทุกข์อาริยสัจของพระพุทธเจ้าเลย พ่อครูว่า...เมื่อเช้าอาตมาก็ว่าจะมาอธิบายเรื่องปฏิบัติไปตามลำดับศีลสมาธิปัญญา ทำให้ได้เป็นผล แล้วทำให้มากทำให้บ่อย ให้จิตสะอาดสิ้นอาสวะเป็นอุเบกขา องค์ธรรม 5 ปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ทำอุเบกขาให้ดีขึ้น แล้วมาทำงานกับใครก็ไม่เกิดกิเลสอคติ ทำแล้วมีแต่ดี แล้วมีเหตุปัจจัยให้ปฏิบัติเพิ่มขึ้นอีก เหตุปัจจัยที่เราไม่มีจากของผู้อื่น ให้เขาได้รู้ตัวได้รับประโยชน์ว่ามันเป็นกิเลสนะควรจะละเลิก ทำไปอีกได้อีกก็ยิ่งเก่งขึ้นอีก กัมมัญญาก็ยิ่งเจริญขึ้น จิตก็ยิ่งสะอาดแข็งแกร่งผ่องใสประภัสราสูงขึ้นอีก คุณธรรมของอุเบกขา 5 ประการนี้ จะเจริญๆขึ้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนเอาสิ่งนี้มายืนยันได้เลยในผู้ปฏิบัติเคยมีลักษณะนี้ในตัวเองหรือไม่ อย่าว่าแต่ขณะนี้เลย แยกเคหสิตอุเบกขา ในมโนปวิจาร 18 ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ 6 ทวาร กระทบกับอะไรก็ตามทางตาหูจมูกลิ้นกาย ก็เกิดความสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ ก็ได้ 3 ประเด็น รวมเป็น 18 ประเด็น ในโลกก็มีความสุข ความทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ ได้ทั้ง 18 อย่างนี้ เราทำอยู่ในสภาพปัจจุบัน ปฏิ นี่แหละ หรือไม่เป็นปัจจุบันแต่มันเป็นปณิ ปณิหิตะ มันตั้งอยู่ขณะนี้ static กับ ปฏิ dynamic เกิดอาการหรือไม่ ถ้าไม่รู้จักอาการก็พูดกันไม่รู้เรื่อง สู่แดนธรรมว่า...เขาว่า มันเป็นเพียงอาการของขันธ์ เขาเลยบอกพ่อท่านบอกว่าเอาบุญ พ่อครูว่า..บุญมันเป็นสิ่งร้ายกาจ เอาไปทำไม มันเป็นธรรมาวุธฆ่ากิเลส คุณก็เข้าใจคำว่าบุญไม่ได้ พลังงานที่จะสร้างบุญ ถ้าคุณเข้าใจสภาวะความหมาย ฌาน คุณก็เข้าใจผิดไปหมายความว่าถึงการสะกดจิตแล้วเย็นสบาย ฌาน คือไฟ จนกระทั่งจะหลุดไปจากพจนานุกรมแล้ว ฌาน ยังดี ยังมีอยู่ในพจนานุกรม ของพระอุดม คุณาการ กับ ของ ดร.จำลอง สารพัดนึก ก็ยังแปลฌานว่า คือ ไฟ แต่ก็ยังดี ฌาน = การเพ่งโดยใจเป็นสมาธิ , แปลว่าเพลิง แปลว่าไฟ เอาไว้ทางท้าย เขาไม่เข้าใจแล้วว่าเป็นเพลิงเป็นไฟ อาตมาก็บอกว่าการเพ่งในใจนี้คุณทำแบบเดียวกับเดียรถีย์ ฌานเพ่งสมถะ แต่ฌานของพระพุทธเจ้าทำให้เกิดอุณหภูมิ เป็นพลังงานที่มีแรงฤทธิ์จนกระทั่งสลายพลังงานของกาม พลังงานปฏิฆะ โทสะ มันสลายได้เลย เป็นพลังงานฆ่าพลังงานเลว มีฤทธิ์นะ ไม่ใช่สิ่งที่ไปเพ่งเย็นๆไม่ใช่เลย พอฌาน พลังงานนี้เผา พลังงาน สราคะ สโทสะ สโมหะ เผาจนกระทั่งมันจางคลายจนกระทั่งมันเหลือน้อย จนกระทั่งมันดับแล้วก็เผาแล้วเผาอีก จนกระทั่งมันสิ้นเชื้อ เผาภายนอกจนกระทั่งเข้าไปในภายใน จนกระทั่งไม่มีอะไรจะให้เผา หมดสิ้น แล้วก็ตรวจสอบด้วย ญาณ มีญาณตรวจสอบอีกเยอะ เตวิชโช เจโตปริยญาณ 16 โสฬสญาณ สอบด้วย 73 ญาณ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้แล้วก็บันทึกไว้หมดแล้ว แต่แค่สอบด้วย โสฬสญาณก็เหลือกินแล้วแต่ก็ใช้กันหรือเปล่า คุณใช้กันหรือเปล่า คุณรู้แต่ด้วนๆตื้นๆ นี่ไม่ได้เถียงกันเพื่อจะทะเลาะกัน ต่างคนต่างแสดงความเห็นความรู้ความเข้าใจกันเท่านั้นเอง 630619_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาผ่าเฉกาเดียรถีย์